ผมมีข้อสังเกตว่า เวลาเราทำอะไรสำเร็จหน่อยหนึ่ง จะมีคนแนะนำหรือเสนอให้เราทำอะไรๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ผมก็จะมีคาถากันผู้หวังดีเหล่านั้น มีคำตอบสำเร็จรูปว่า ผมไม่แบกโลก เพราะไม่เก่งถึงขนาดนั้น
แต่ในที่ประชุมหลายที่ ที่ประชุมเสนอให้ขยายวงของการทำงาน ต่อเนื่องจากความสำเร็จเล็กๆ จนขยายออกไปมากเกิน กลายเป็นการทำงานที่ขาดโฟกัส ขาดจุดเน้น กลายเป็นงานมั่ว
ในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ คปก. เมื่อวันที่ ๒๓ ก.ค. ๕๒ มีคนเสนอให้ คปก. เข้าไปแก้ไขปัญหาผลงานวิจัยส่วนใหญ่ไม่ไปถึงการใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะเชิงบอกให้ คปก. แบกโลกวิจัย
ผมในฐานะประธาน ต้องให้สติแก่ที่ประชุมว่า อย่าชวน คปก. แบกโลก เพราะเราไม่เก่งขนาดนั้น และไม่ใช่วิธีทำงานที่ถูกต้อง คปก. มีหน้าที่สร้างนักวิจัยชั้นยอดให้แก่ประเทศ ผ่านการให้ทุนทำปริญญาเอกในประเทศ และร่วมมือกับต่างประเทศ โดยที่ คปก. สามารถรับคำแนะนำต่อการทำงานให้เชื่อมโยงโจทย์วิจัยจากผู้ใช้ผลงานวิจัยให้มากขึ้น ร่วมมือกับฝ่ายผู้ใช้ผลงานวิจัยในการร่วมกันสร้างบัณฑิตปริญญาเอกให้มากขึ้น หรือแน่นแฟ้นขึ้น
แต่ไม่ใช่ เรียกร้องให้ คปก. แก้ปัญหาจุดอ่อนของงานวิจัยทั้งประเทศ
วิชานี้เรียกว่า “วิชามุ่งเป้า ไม่มั่ว”
เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ
กระผมก็คิดว่าในความเป็นจริงแล้วเราไม่สามารถแก้ปัญหาได้มากขนาดนั้นเพราะมันใหญ่เกินกำลัง เพียงแต่ช่วยๆกันเชื่อมโยงโจทย์วิจัยจากผู้ใช้ผลงานวิจัยให้มากขึ้นบ้าง หรือต่อยอดเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ ครับกระผม ให้รู้ว่างานวิจัยนี้มีประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติอย่างไร แม้ไม่ได้มาก ก็ขอให้มีการฝึกตน ซ้อมเตะกระสอบทรายไปก่อน ขอให้รู้ว่า เรายืนจุดไหนของระบบที่จะทำงานวิจัยเชื่อมกับภาพใหญ่อย่างไร บางทีช่วงนี้อาจจะอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง เมื่อไหร่ก็ตาม นศ. ปักเข็มทิศได้และ ทำงานวิจัยสอดคล้องกับสิ่งที่เป็นจริง เชื่อว่าประเทศจะได้ประโยชน์จากความสามารถของการฝึกตนจากสนามนี้ครับกระผม
เรียนแสดงความคิดเห็นด้วยความเคารพ
นิสิต
เรียน อาจารย์ ครับ
เนื่อง จากที่ทำงานผม ซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ กำลังจะนำ KM มาใช้ทุกฝ่ายงาน จะมีวิธีการอย่างไร ไม่หลุดโฟกัส ของการจัดการด้าน KM
รบกวน อาจารย์ช่วยชี้แนะหน่อยครับ
ขอบคุณครับ