1)   กระทรวงแรงงาน ได้มีการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อบทนี้ โดยการกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินการ 3 กลยุทธ์ ประกอบด้วย กำกับดูแลให้แรงงานเด็กได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเด็ก ส่งเสริมและพัฒนาแรงงานเด็ก และส่งเสริมเครือข่ายการคุ้มครองแรงงานเด็ก มีสำนักคุ้มครองแรงงานเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก นอกจากนี้ยังมีมาตรการในการดำเนินการเพื่อป้องกันและคุ้มครองการบังคับใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะแรงงานเด็ก ดังนี้ คือ

 

1.1)      มาตรการป้องกันปัญหาการใช้แรงงานเด็กที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรม

       มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือแรงงานหญิงและเด็กในภูมิภาคโดยสนับสนุนงบประมาณ จัดรถเคลื่อนที่เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องการใช้แรงงานเด็กเข้าสู่ชุมชน

 

1.2)   การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้แรงงานเด็กได้รับความเป็นธรรมจากการทำงาน และได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย

มีการเร่งรัดการตรวจแรงงานเด็ก จัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจด้านแรงงานเด็กเพื่อปฏิบัติงานกรณีเร่งด่วน เช่น แรงงานเด็กถูกทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว หรือตกเป็นข่าวทางสื่อมวลชน ให้ดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนทันที ดำเนินการอย่างเคร่งครัด กรณีมีการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือมีการใช้แรงงานเด็ก โดยปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จัดให้มีโทรศัพท์สายด่วนเพื่อให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องเรียนปัญหาการใช้แรงงานเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้มีการดำเนินการเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กภายใน 3 วันทำการ

 

1.3)      มาตราการสร้างเครือข่ายการคุ้มครองแรงงานเด็ก

มีการรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามาร่วมเป็นเครือข่าย เพื่อช่วยปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองแรงงาน และสร้างระบบการทำงานของเครือข่าย ได้แก่ การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ, การจัดประชุม อบรม สัมมนา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, การจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน และการกำหนดบทบาทหน้าที่การปฏิบัติงาน

 

2)   นอกจากนี้ ในการคุ้มครองแรงงานเด็ก กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญและกำหนดเป็นตัวชี้วัดด้านการคุ้มครองแรงงานในปีงบประมาณ 2551 โดยเรื่องร้องเรียนกรณีใช้แรงงานเด็กจะต้องมีการดำเนินการภายใน 3 วัน และบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อให้แรงงานได้รับความเป็นธรรมจากการทำงานและได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย และเพื่อเป็นการแก้ไขและขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย กระทรวงแรงงานได้มีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาและคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย โดยมีอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่พิจารณาจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติและนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อกำหนดนโยบาย