1) รัฐบาลไทยโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2548 ได้ยอมรับยุทธศาสตร์การจัดการกลุ่มคนที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ซึ่งยุทธศาสตร์ย่อยที่เรียกว่า “ยุทธศาสตร์การกำหนดสถานะ” ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า “ดำเนินการสำรวจ และจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร เพื่อให้ทราบที่มาและสถานะการดำรงอยู่ของคนกลุ่มนี้ให้ชัดเจนนำไปสู่การพิจารณากำหนดสถานที่เหมาะสม”
2) ยุทธศาสตร์นี้ได้นำไปสู่การปรากฏตัวของ “ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการสำรวจและจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน พ.ศ. 2548[1]” ซึ่งเป็นกฎหมายของฝ่ายปกครองที่บัญญัติขึ้นเพื่อทำให้ยุทธศาสตร์นี้มีผลได้จริง กล่าวคือ รัฐไทยได้ใช้กฎหมายนี้ในการขจัดปัญหาความด้อยโอกาสทางกฎหมายให้แก่มนุษย์ทุกคนที่พิสูจน์ได้ว่า เป็นคนไร้รัฐ กล่าวคือ ไม่ได้รับการยอมรับในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยบนโลก คนที่ได้รับการเยียวยาจากระเบียบนี้ย่อมจะถูกบันทึกตนในเอกสารที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “ท.ร.38 ก”
แต่อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคลกยังไม่มีสถานะที่เป็นกฎหมาย และระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการสำรวจและจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน พ.ศ. 2548 ก็เป็นเพียงกฎหมายปกครองที่ออกโดยกรมการปกครองเท่านั้น
[1] ระเบียบนี้จึงถูกบัญญัติขึ้นโดยอาศัยอาศัยหลักการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548 ซึ่งเห็นชอบยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลไร้สถานะที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกกลุ่ม โดยให้มีการสำรวจและจัดทำทะเบียนบุคคลที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนราษฎร และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 (1) วรรคสอง และมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534