Article 24 -- (1) Every child shall have, without any discrimination as to race, colour, sex, language, religion, national or social origin, property or birth, the right to such measures of protection as are required by his status as a minor, on the part of his family, society and the State. (2) Every child shall be registered immediately after birth and shall have a name. (3) Every child has the right to acquire a nationality.

ประเทศไทยได้มีมาตรการให้สัญชาติแก่ผู้ไร้รัฐที่เกิดและอาศัยอยู่ภายในประเทศไทย โดยสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

1)      ยุทธศาสตร์การกำหนดสถานะและสิทธิของบุคคล

            คณะรัฐมนตรีได้มีมติครม.เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2548 เห็นชอบยุทธศาสตร์การกำหนดสถานะและสิทธิของบุคคล ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการเร่งรัดการกำหนดสถานะให้แก่กลุ่มคนที่มีปัญหาสถานะและสิทธิให้เกิดความชัดเจน การกำหนดขอบเขตการการคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม โดยให้การคุ้มครองดูแลด้านสิทธิมนุษยชนต่อกลุ่มคนที่ไม่มีสถานะใดๆ รวมถึงการป้องกันการอพยพเข้ามาใหม่โดยการกำหนดมาตรการการดำเนินการเชิงสร้างสรรค์ที่ไม่ส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ภาพลักษณ์ของประเทศ และสอดคล้องกับสถานการณ์ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบัน โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ 4 ประการ คือ

1.1)      ยุทธศาสตร์การกำหนดสถานะโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

(1)   กรณีบุคคลที่มาจากภายนอกประเทศ

-  ดำเนินการแปลงสัญชาติเป็นไทยให้แก่บุคคลที่มีเชื้อสายไทย ที่มีชื่ออยู่ในระบบทะเบียน และไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้ โดยบุคคลนั้นต้องมีความประพฤติดี และ/หรือประกอบอาชีพสุจริต

-  บุตรของคนต่างด้าว ตามข้อ 1 ที่ได้รับแปลงสัญชาติเป็นไทย ให้ได้รับสัญชาติไทย หากพิสูจน์ได้ว่า เป็นผู้สืบสายโลหิตของบุคคลดังกล่าว

-  ให้สถานะเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แก่บุคคลที่มีชื่ออยู่ในประเทศไทยติดต่อกันอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป และไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทาง หรือไม่มีจุดเกาะเกี่ยวใดๆ กับประเทศต้นทาง ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าว ต้องมีความประพฤติดี และ/หรือประกอบอาชีพสุจริต

-  บุตรของคนต่างด้าวตามข้อ 3 ที่เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยมีหลักเกณฑ์ คือ มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย หรืออาศัยอยู่ในเขตควบคุมหรือมีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนของทางราชการ รวมทั้งมีทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวที่ทางราชการกำหนด

-  กรณีกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ถึง 10 ปี และปัจจุบัน ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย หรือเหตุผลด้านมนุษยธรรมอื่นๆ ให้สามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว โดยบุคคลดังกล่าว ต้องไม่มีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ทั้งนี้ การผ่อนผันดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อจะประสานกับประเทศต้นทาง ในการพิสูจน์สถานะและรับกลับต่อไป

(2)   กรณีบุคคลที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

-    ให้บุคคลที่ขาดบุพการีหรือบุพการีทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์ ได้รับสัญชาติไทยเมื่อมีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนของทางราชการ และอาศัยอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป ทั้งนี้บุคคลดังกล่าวต้องมีความประพฤติดี และ/หรือประกอบอาชีพสุจริต

-    สำหรับบุคคลที่ขาดบุพการีหรือบุพการีทอดทิ้ง ที่ได้รับสถานะเป็นบุตรบุญธรรมตามคำสั่งของศาล ให้ได้รับสัญชาติไทย

(3)   กรณีบุคคลที่มีคุณประโยชน์แก่ประเทศ

-    ให้สัญชาติไทย แก่บุคคลที่มีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนของทางราชการ และอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป โดยมีความประพฤติดี และ/หรือประกอบอาชีพสุจริต รวมทั้งได้ศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาและมีผลงานความรู้ ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ หรือเป็นบุคคลที่มีผลงาน/ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ

(4)   การกำหนดสถานะ

-    ให้ใช้แนวทางการให้สถานะก่อน และดำเนินการถอนสถานะในภายหลัง หากมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติตามกฎหมายปกครอง

-    กระจายอำนาจในการอนุมัติสถานะลงไปสู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อรองรับในการดำเนินการต่อกลุ่มเป้าหมายที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

-    เปิดโอกาสให้ภาควิชาการและองค์การพัฒนาเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนการพิจารณาคำร้องขอสถานะอย่างเป็นระบบ ในรูปของคณะกรรมการที่มีผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ

-    สร้างความเข้าใจต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในสังคม เกี่ยวกับนโยบายและมาตรการดำเนินการต่อกลุ่มคนที่ไม่สถานะ เพื่อให้สามารถอาศัยอยู่ในสังคมไทยส่วนใหญ่ได้อย่างสมานฉันท์

1.2)      ยุทธศาสตร์การให้สิทธิขั้นพื้นฐาน

(1)  กรณีมีชื่ออยู่ในทะเบียนของทางราชการ แต่ยังไม่มีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือคำร้องขอสถานะอยู่ระหว่างการพิจารณา หรือภาครัฐอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดนโยบาย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยดำเนินการให้คนเหล่านี้ ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานที่จำเป็น ในส่วนของการรับบริการด้านสาธารณสุข และการเข้ารับการศึกษาโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ สำหรับสิทธิในเรื่องอื่นๆ การทำงาน การเดินทาง ให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็น และไม่กระทบต่อสถานภาพในการดำรงชีวิต

(2)  กรณีไม่มีชื่ออยู่ในระบบทะเบียน ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการสำรวจ จัดทำทะเบียนประวัติควบคุมโดยในเบื้องต้น สมควรให้สิทธิขั้นพื้นฐานเท่าที่จำเป็น ตามหลักมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม ในภายหลัง เมื่อคนกลุ่มนี้ได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนแล้ว และตรวจพบว่า มีภูมิลำเนาที่ชัดเจนในประเทศต้นทาง ให้ดำเนินการส่งกลับ แต่ในกรณีไม่สามารถส่งกลับได้ หรืออยู่ระหว่างกระบวนการกำหนดสถานะ หรืออยู่ระหว่างการประสานประเทศต้นทาง เพื่อตรวจสอบสถานะและภูมิลำเนา ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้สิทธิขั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกันกับกรณีที่ 1

1.3)      ยุทธศาสตร์การดำเนินการเชิงรุกและเชิงสร้างสรรค์เพื่อป้องกันการอพยพเข้ามาใหม่

(1)  ให้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการกำหนดกลไกการพัฒนา ความสัมพันธ์ร่วมกันในด้านต่างๆ ทั้งสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรในภูมิภาค

(2)  เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติและการควบคุมทางทะเบียน โดยเฉพาะการแจ้งเกิดและการย้ายถิ่นที่อยู่เพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ตัวบุคคล และกำหนดสถานะในอนาคต

1.4)      ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ

2)      โครงการรองรับยุทธศาสตร์ฯ

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล โดยมีโครงการรองรับการดำเนินการ ดังนี้

2.1)   โครงการเร่งรัดการให้สถานะตามกฎหมายกับบุคคลที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันเป็นเวลานาน ตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล เพื่อเร่งรัดกำหนดสถานะให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 10 ปี นับจากที่มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบยุทธศาสตร์ฯ และไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้

2.2)   โครงการสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติและเอกสารแสดงตนสำหรับบุคคลที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งการสำรวจจะครอบคลุมบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร แต่ไม่มีรายการในทะเบียนบ้าน (ทร.13 และ ทร.14) เพื่อให้ทราบที่มาและสถานะการดำรงอยู่ของบุคคลต่างด้าวเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์บุคคลอันจะนำไปสู่การพิจารณากำหนดสถานะที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินการ ได้แก่

-          กลุ่มบุคคลที่เรียนอยู่ในสถานศึกษา

-          กลุ่มคนไร้รากเหง้า

-          กลุ่มบุคคลที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทย

-          กลุ่มแรงงานต่างด้าว และ

-          กลุ่มคนต่างด้าวอื่นๆ

 

ซึ่งที่ผ่านมามีกลุ่มบุคคลที่ได้รับการสำรวจไปแล้ว ดังต่อไปนี้

-          กลุ่มบุคคลที่เรียนอยู่ในสถานศึกษา

-         กลุ่มคนดั้งเดิมแต่ตกสำรวจและกลุ่มบุคคลที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ที่ได้จัดทำทะเบียนประวัติชนกลุ่มน้อย

-          กลุ่มคนไร้รากเหง้า

-          กลุ่มบุคคลที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศไทย

 

3)      แผนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์จัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล

ยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลได้กำหนดกรอบแผนการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี นับแต่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบยุทธศาสตร์ (18 มกราคม 2550) แต่เนื่องจากการดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามแผน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ขอขยายกรอบแผนการดำเนินการออกไปอีก 2 ปี (ถึง 17 มกราคม 2552) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้รับทราบเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550