กรณีตัวอย่างคือ พรบ. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๕๔ กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนต้องได้รับการรับรองวิทยฐานะ ซึ่งในภาษาวิชาการคือ accreditation นี่คือความล้าหลัง
ศ. ดร. สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ บอกว่า เดี๋ยวนี้เขาใช้ระบบประกันคุณภาพกันแล้ว ไม่ควรใช้ระบบรับรองวิทยฐานะควบคู่กัน ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน เกิดความสูญเปล่าในการทำงาน ผมฟังกรรมการ กกอ. อภิปรายในการประชุม กกอ. เมื่อวันที่ ๑ ก.ค. ๕๒ ก็เข้าใจว่ากรรมการเห็นพ้องกับ ศ. ดร. สมหวัง
ทำให้เห็นว่า ควรต้องแก้ พรบ. นี้ได้แล้ว
และน่าจะยกเครื่อง พรบ. เกี่ยวกับอุดมศึกษาทั้งหมด เพราะเวลานี้อุดมศึกษากำลังใช้ทรัพยากรของชาติแบบสูญเปล่ามากเกินไป เกิดการศึกษาแบบมุ่งแค่ปริญญามากเกินไป อุดมศึกษากำลังกลายเป็นธุรกิจอุดมศึกษาสุดเหวี่ยงเกินไป ผมเพิ่งเข้าใจว่า เหตุผลหนึ่งที่นิยมตั้งมหาวิทยาลัยเอกชนเพราะการตั้งมหาวิทยาลัยได้รับยกเว้นภาษี ซึ่งน่าจะเหมาะต่อสภาพในอดีตที่เราขาดแคลนมหาวิทยาลัย แต่เวลานี้เรามีมหาวิทยาลัยมากเกินไปแล้ว
ความสูญเปล่าของบ้านเมือง มีมากจริงๆ นะครับ และถ้าคิดไตร่ตรองให้ลึก ชีวิตคนเราแต่ละคนก็สูญเปล่ามากเช่นเดียวกัน เป็นการสูญเปล่าจากหลากหลายสาเหตุ กฎหมายเป็นเพียงสาเหตุหนึ่ง
วิจารณ์ พานิช
๒ ก.ค. ๕๒
๒ ก.ค. ๕๒
เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ
โลกาจะวินาศเพราะนักบริโภคนิยมจากระบบการศึกษาที่เน้นเพียงแค่ใบปริญญา ที่เน้นการตอบสนองต่อความอยากสุดเหวี่ยงครับผม
เรียนแสดงความเห็นด้วยความเคารพ
นิสิต