เทคโนโลยีกับวัยรุ่น

เทคโนโลยี: Two in One  ที่มีทั้งประโยชน์และโทษ   

 

อินเตอร์เน็ตเป็นการปฏิวัติข้อมูลข่าวสารโลก ที่ทำให้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าเทียมกันและในเวลาเดียวกันทั่วโลก อีกทั้งคนจากทุกมุมโลกสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ในเวลาอันรวดเร็ว ขณะนี้ เกือบทุกบ้านและสำนักงานใน กทม. และเมืองใหญ่มีคอมพิวเตอร์ที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ อินเตอร์เน็ตเป็นระบบที่คนผลิตและนำมาใช้ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับคนที่จะใช้อินเตอร์เน็ตไปในทางใด หรือค้นหาข้อมูลประเภทใด ในส่วนที่มีประโยชน์ก็มีมากมาย เช่นใช้ในการติดต่อสื่อสาร เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการพูดคุยด้วยการส่งสัญญาณภาพและเสียง เป็นระบบสื่อสารพื้นที่จำลอง ไม่มีข้อจำกัดทางศาสนา เชื้อชาติ ระบบการปกครอง กฎหมาย มีระบบการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต  สามารถค้นหาข้อมูลในด้านต่างๆ ได้ผ่านบริการ World Wide Web  การบริการทางธุรกิจ เช่น สั่งซื้อสินค้า หรือการโฆษณาสินค้าต่างๆ และ การบริการด้านการบันเทิงต่างๆ เช่น การดูภาพยนตร์ใหม่ๆ การฟังเพลง ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต การเกมออนไลน์ เป็นต้น ในส่วนของโทษนั้น เรามักได้ยินข่าวเสมอว่า มีคนใช้อินเตอร์เน็ตในการหลอกลวงเด็กสาว หรือต้มตุ๋น หรือใช้อินเตอร์เน็ตในการยั่วยวนทางเพศ หรือขายบริการทางเพศ ขายวีซีดี.หนังโป๊ มีการเผยแพร่ภาพลามกผ่านอินเตอร์เน็ต เป็นต้น ไม่ใช่เพียงอินเตอร์เน็ตเท่านั้นที่อาจสร้างปัญหาให้เด็กและเยาวชนหากไม่รู้จักใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ แม้แต่โทรศัพท์มือถือซึ่งเด็กเล็กจนกระทั่งถึงคนแก่ก็มีไว้ใช้ โทรศัพท์มือถือมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับคนใช้จะใช้ไปในทางใด จากการสำรวจของฝรั่งพบว่า มีช่องว่างอย่างมากระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ที่ใช้อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ ผู้ใหญ่ใช้เทคโนโลยีพวกนี้เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารและหาความรู้ แต่เด็กใช้มันเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตประจำวัน เคยมีการสำรวจของฝรั่งพบว่า วัยรุ่นฝรั่งอายุ 10-17 ปีร้อยละ 42 โทรศัพท์ถึงกันเรื่องเซ็กซ์

เราปฏิเสธที่จะรับรู้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือไม่ได้ สำหรับเด็กไทยนั้น ส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์เล่นเกมส์กัน อินเตอร์เน็ตคาเฟ่มีเด็กตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบจนถึงอายุ 20 กว่าปีไปนั่งเล่นเกมส์ครั้งละหลายชั่วโมง ทำให้กิจการของอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ดำเนินไปด้วยดี นอกจากนั้น วัยรุ่นจะใช้อินเตอร์เน็ตในการหาเพื่อน หรือคุยกับคนที่ไม่รู้จัก ปรากฎว่า เด็กหญิงหลายคนถูกหลอกไปกระทำมิดีมิร้ายหลังจากที่แชตกันเพียงไม่กี่ครั้ง ดังปรากฎตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ล่าสุด มีการโปรแกรมถ่ายภาพในเชิงยั่วยวนทางเพศ หรือใช้อินเตอร์เน็ตในการซื้อขายหนังเอ็กซ์ และดูภาพลามกเด็ก ไทยในตัวเมืองโดยเฉพาะในเมืองหลวง ส่วนใหญ่มีโทรศัพท์มือถือใช้ เด็กตัวเล็ก ๆ ยังมีโทรศัพท์มือถือใช้เพราะพ่อแม่ซื้อให้ ส่วนวัยรุ่นนั้นเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเป็นว่าเล่น แข่งขันกันว่าใครจะมีรุ่นล่าสุดที่มีโปรแกรมถ่ายรูป ถ่ายวิดิโอเป็นคลิปสั้น ๆ ได้ นอกจากเด็กและเยาวชนไทยใช้ติดต่อสื่อสารคุยกันแบบนันสต็อปในเรื่องสัพเพเหระแล้ว ยังใช้ถ่ายรูปเพื่อน ถ่ายรูปดารา ถ่ายรูปแฟน หรือแอบถ่ายเวลาผู้หญิงเผลอ ฯลฯ บางทีก็ใช้ถ่ายภาพความเป็นส่วนตัว และทำเป็นคลิปออกไปขายหาเงินได้

ปัญหาเหล่านี้ หน่วยงานของรัฐ พ่อแม่ และครูอาจารย์ ควรให้ความสนใจต่อภัยอันตรายและความเสี่ยงจากเทคโนโลยีด้านสื่อสารทั้งอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือต่อเด็กและเยาวชน มากขึ้น  ผู้ปกครองควรมีส่วนร่วมในการใช้งานเว็บกับเด็กๆในระยะแรกและแจ้งให้เด็กเข้าใจถึงข้อมูลที่สามารถค้นหาได้และแจ้งให้ทราบถึงข้อมูลส่วนตัวเช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ รหัสประจำตัวฯ ที่ไม่ควรเปิดเผยบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนแปลกหน้า และควรควบคุมเวลาที่ใช้ในการออนไลน์ตลอดจนการใช้งานอย่างเหมาะสม ในส่วนตัวของผู้ใช้เทคโนโลยีเองควรเริ่มจากในใจของเราเองก่อนโดยการตั้งสติทบทวนดีๆ ว่าสิ่งที่ตนเองกระทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ดี หรือสังคมโดยทั่วไปยอมรับได้หรือไม่ การมองถึงศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมที่เคยสั่งสมกันมา น่าจะเป็นเครื่องช่วยเตือนใจได้บ้าง แต่สิ่งสำคัญ คือการรู้จักรักตนเองมากกว่าการที่จะคิดแต่เรื่องสนุกอย่างเดียว รวมถึงเปลี่ยนมุมมองของตนเองใหม่ในเรื่องการชอบนำเสนอตนเองออกสู่สาธารณชน แม้จะอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เทคโนโลยีเหล่านี้บางครั้งล้ำลึกเกินความสามารถที่เราจะควบคุมมันได้ อย่าลืมว่าตัวเราเองยังไม่สามารถควบคุมใจเราได้ เราจะหวังให้คนอื่นมาเก็บความลับของเราคงไม่ง่ายนัก อาจจะรู้ไม่เท่าทันว่าได้ตกเป็นเหยื่อไปเสียแล้ว การติดต่อกันผ่านเทคโนโลยีต่อให้รุดหน้าเท่าไรก็ตามคงไม่สามารถมาทดแทนการมีปฏิสัมพันธ์กันโดยตรงฉันเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จะได้มีการเห็นสีหน้าท่าทาง อารมณ์อย่างแท้จริง นอกจากนั้น การแบ่งปันความรักให้กับคนรอบข้างโดยเฉพาะคนในครอบครัวที่รักเรา ก็คงจะเป็นเครื่องช่วยเตือนสติได้เช่นเดียวกันว่าเราน่าจะต้องทำอะไรเพื่อเขาเหล่านั้นบ้าง นอกจากจะเห็นแก่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ เพียงชั่วคราวของตนเอง สำหรับในครอบครัวใดที่พบว่าลูกๆ หลานๆ หรือคนในครอบครัวมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ และน่าจะเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิต แนะนำว่าการมาพบกับบุคลากรที่ดูแลปัญหาสุขภาพจิตน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งดีกว่าปล่อยไปเรื่อยๆ เพราะปัญหาต่างๆ จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ในที่สุด