ข้อมูลสารสนเทศ

การบริหารข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา

                การบริหารการศึกษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าในการจัดการศึกษาจึงมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่ายด้วยกัน ผู้บริหารก็เป็นผู้หนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ฉะนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกและสังคมพร้อมที่จะเปิดใจกว้างกับวิทยาการใหม่ ๆ ทางการศึกษา ยิ่งในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีข้อมูล

สารสนเทศที่ทันสมัยด้วยแล้วผู้บริหารที่ดีจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความรู้ มีทักษะในการนำเข้าข้อมูลสารสนเทศมาใช้ในการบริหารงานในสถานศึกษา

                โครงสร้างการบริหารสถานศึกษาในปัจจุบันได้แบ่งงานออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้ การบริหารงานวิชาการ  การบริหารงานบุคคล  การบริหารงานทั่วไป  และการบริหารงบประมาณ  ซึ่งงานแต่ละงานมีความสำคัญต้องดำเนินการให้ถูกต้องและรวดเร็ว เป็นปัจจุบัน และในแต่ละงานก็ยังใช้ข้อมูลสารสนเทศจากโปรแกรมที่แตกต่างกัน การบริหารงานทั่วไปและการบริหารงานบุคคลจะใช้โปรแกรม Smis ในการจัดทำข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน โปรแกรม E-Office  ด้านงานธุรการ

การบริหารงานการเงินใช้โปรแกรมต้นทุนผลผลิตและการบริหารงานวิชาการจะใช้โปรแกรมStudent 44 ในด้านงานทะเบียนและวัดผล ซึ่งข้อมูลสารสนเทศที่จัดทำขึ้นจะต้องนำไปใช้ในการให้บริการหน่วยงานอื่นและผู้ขอรับบริการจากสถานศึกษา

                เนื่องจากการบริหารงานของสถานศึกษาจะเกี่ยวข้องกับบุคลากรในสถานศึกษาทุกคนผู้บริหารในฐานะผู้นำจึงจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจหลักในการบริหารและใช้ข้อมูลสารสนเทศและมีทักษะในการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ได้ด้วยตนเอง บทบาทที่สำคัญในการบริหารงานข้อมูลสารสนเทศของผู้บริหารสามารถสรุปได้ ดังนี้

                    1.  คัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีข้อมูลสารสนเทศ ให้มีหน้าที่จัดทำข้อมูลตามระบบการใช้โปรแกรมข้อมูลสารสนเทศ ให้เข้ารับการอบรมในโปรแกรมต่าง ๆ ที่หน่วยงานต้นสังกัดจัดขึ้น บุคลากรในด้านนี้จะต้องเป็นผู้มีมีความรับผิดชอบ และมีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่

                     2.    ผู้บริหารจะต้องมีระบบติดตามการปฏิบัติงานของบุคลากร ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำเนินการกรอกข้อมูลและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

                     3.   ผู้บริหารควรให้การสนับสนุนบุคลากรในสถานศึกษาให้ได้รับการอบรม พัฒนาทักษะด้านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีข้อมูลสารสนเทศในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

                     4.     ผู้บริหารมีบทบาทในการตรวจสอบความถูกต้อง สมบูรณ์ของข้อมูลสารสนเทศที่ทางสถานศึกษาได้จัดทำขึ้นก่อนนำไปใช้เพื่อให้เกิดผลดีต่อภาพพจน์ของสถานศึกษา

                     5.      ผู้บริหารควรสนับสนุนให้บุคลากรในสถานศึกษาทุกคนมีความรู้ และสามารถสืบค้นข้อมูลสารสนเทศที่ทางสถานศึกษาจัดทำขึ้นได้ด้วยตนเอง โดยมีการจัดทำห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ไว้ให้บริการ และให้ผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่จัดทำข้อมูลสารสนเทศในด้านต่าง ๆ เป็นผู้แนะนำขั้นตอนการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ 

                                                                                                   ***********************