หายหน้าไปนาน เนื่องจากเข้ารับการฝึกอบรมวิชาสถิติระดับกลาง รุ่นที่ 30 ณ สำนักงานสถิติแห่งชาติ
ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2552รวมระยะเวลา 4 เดือน
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในฝึกอบรม แต่เสียค่าใช้จ่ายในการออกปฏิบัติงานภาคสนาม
หลักสูตรที่จัดอบรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดย ภาคทฤษฎี แบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ส่วน คือ วิชาที่บรรยายให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมโดยไม่มีการสอบเก็บคะแนน และวิชาที่บรรยายให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีการเก็บคะแนน และในส่วนของภาคปฏิบัติจะให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมร่วมกันจัดทำโครงการพิเศษขึ้นจำนวน 1 โครงการเพื่อนำทักษะความรู้ที่ได้รับการฝึกอบรมมาประยุกต์ใช้งานจริง
ภาคทฤษฎี
1 . เนื้อหาวิชาที่บรรยายให้ความรู้ความเข้าใจแก้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมโดยไม่มีการสอบเก็บคะแนน
จำนวน 12 วิชา ได้แก่
1.1 วิชาขอบข่ายและประโยชน์ของข้อมูลสถิติ เป็นการปูพื้นความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถิติทั่วไป ตั้งแต่ความหมาย ความสำคัญของสถิติ ประโยชน์ของสถิติ การได้มาซึ่งข้อมูลสถิติ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีต่างๆทางสถิติ คุณสมบัติของข้อมูลที่ดี และการนำสถิติไปใช้ประโยชน์
1.2 วิชาระบบสารสนเทศสถิติและการเผยแพร่ข้อมูลสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นความรู้เกี่ยวกับข้อมูลและสารสนเทศ การจำแนกประเภทของข้อมูลและสารสนเทศ และบริการข้อมูลและสารสนเทศสถิติที่สำนักงานสถิติแห่งชาติมีบริการ
1.3 วิชาการบริหารงานสถิติของประเทศไทย เป็นการบรรยายความรู้เกี่ยวกับประวัติ ความเป็นมา และผลงานที่สำคัญของสำนักงานสถิติแห่งชาติ
1.4 วิชามาตรฐานสถิติ เป็นความรู้เกี่ยวกับการจัดทำมาตรฐานสถิติที่เป็นมาตรฐานสากล และข้อมูลมาตรฐานสถิติต่างๆที่ได้จัดทำมา
1.5 วิชาการใช้แผนที่ในงานสำมะโน/สำรวจ เป็นการบรรยายความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของแผนที่ การสร้างแผนที่ ประโยชน์ของแผนที่ และการใช้แผนที่ในงานสำมะโน/สำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ
1.6 วิชาการควบคุมคุณภาพและการประเมินผลการสำมะโน/สำรวจ เป็นการบรรยายความรู้เกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของข้อมูลที่ได้จากการทำสำมะโน/สำรวจ การตรวจสอบและคำนวณค่าความคลาดเคลื่อน และการควบคุมคุณภาพของข้อมูล
1.7 วิชาการใช้ข้อมูลสถิติในการจัดทำสถิติข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค เป็นความรู้เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีประชาชาติ การจัดทำสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศและสถิติผลิตภัณฑ์จังหวัด
1.8 วิชาการตรวจพินิจข้อมูล เป็นการบรรยายความรู้เกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนและความเอนเอียงของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้น การตรวจพินิจข้อมูลในส่วนของการประมวลผลและการนำเสนอข้อมูล
1.9 วิชาเทคนิคการพยากรณ์เชิงปริมาณ เป็นความรู้เกี่ยวกับการพยากรณ์ข้อมูล และเทคนิคการพยากรณ์ข้อมูลที่ใช้ในงานสถิติ
1.10 วิชาเทคนิคการจัดทำรายงาน เป็นความรู้เกี่ยวกับรูปแบบ โครงสร้าง และการเขียนรายงานผลการสำรวจ/วิจัย
1.11 วิชาการพัฒนาตัวชี้วัด เป็นความรู้เกี่ยวกับการจัดทำตัวชี้วัด โดยยกตัวอย่างในกรณีตัวอย่างของการจัดทำตัวชี้วัดโครงการของ กพร.
1.12 วิชาการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ เป็นความรู้เกี่ยวกับความร่วมมือในการจัดทำตัวชี้วัดแห่งสหัสวรรษของประเทศไทยกับองค์การสหประชาชาติ และเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษของประเทศไทย
2 เนื้อหาวิชาที่บรรยายให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีการเก็บคะแนน ซึ่งวิชาเหล่านี้จะมีแบบฝึกหัดให้ปฏิบัติ และในบางวิชาจะมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อฝึกปฏิบัติด้วย จำนวน 10 วิชา ได้แก่
2.1 วิชาทบทวนคณิตศาสตร์ ทฤษฎีความน่าจะเป็นและการแจกแจงแบบต่างๆ โดยแบ่งออกเป็น ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ที่ต้องใช้ในการจัดทำข้อมูลสถิติ ได้แก่ การคำนวณขั้นพื้นฐาน สัญลักษณ์และความหมาย ลอกการิทึม เมตริกซ์และระบบสมการเชิงเส้น ทฤษฎีบททวินาม(Binomial Theorem) และเซต และความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นและการแจกแจงแบบต่างๆ ตั้งแต่ การจัดลำดับ การจัดหมู่ ความน่าจะเป็น และการแจกแจงแบบต่างๆ
2.2 วิชาสถิติเบื้องต้น เป็นการบรรยายความรู้เกี่ยวกับสถิติเบื้องต้น และการนำทฤษฎีทางสถิติด้านต่างๆที่สำนักงานสถิติได้ใช้มาวิเคราะห์ข้อมูล ตั้งแต่ การแจกแจงความถี่ การวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง การวัดการกระจาย การทดสอบสมมติฐานทางสถิติ การประมาณค่า หลักเกณฑ์ที่สำคัญในการวางแผนทดลองและวิธีการวางแผนทดลองแบบต่างๆ
2.3 วิชาเทคนิคการสุ่มตัวอย่างและการประมาณค่า เป็นความรู้เกี่ยวกับการสุ่มตัวอย่าง วิธีการเลือกหน่วยตัวอย่าง การจัดทำแผนการสุ่มตัวอย่าง การประมาณค่าข้อมูล การหาความคลาดเคลื่อนของข้อมูล การกำหนดขนาดตัวอย่าง และการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อฝึกปฏิบัติการกำหนดแผนการสุ่มตัวอย่าง การกำหนดขนาดตัวอย่าง การเลือกหน่วยตัวอย่าง รวมทั้งการเขียนสูตรการประมาณค่าตามแผนสุ่มตัวอย่างที่เลือก
2.4 วิชาการวิเคราะห์ความถดถอยและสหสัมพันธ์ เป็นการนำความรู้จากวิชาสถิติเบื้องต้นมาประยุกต์ใช้ในโปรแกรม spss และวิเคราะห์ผลคำนวณที่ได้จากการประมวลผลผ่านโปรแกรม spss มาใช้อธิบายข้อมูล นอกจากนี้ ยังได้รับความรู้เกี่ยวกับ การวิเคราะห์การถดถอยรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ ความหมายของการวิเคราะห์ความถดถอย การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงเส้นอย่างง่าย การวิเคราะห์สหสัมพันธ์อย่างง่าย การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ และการสร้างตัวแปรดัมมี่หรือตัวแปรหุ่น
2.5 วิชาเลขดัชนี เป็นความรู้เกี่ยวกับ ความหมายและประโยชน์ของเลขดัชนี ชนิดของเลขดัชนี และวิธีการสร้างเลขดัชนีประเภทต่างๆ
2.6 วิชาการวิเคราะห์อนุกรมเวลา เป็นความรู้เกี่ยวกับหลักการทั่วไปของการวิเคราะห์อนุกรมเวลา การใช้เทคนิคการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลา การวิเคราะห์ส่วนประกอบของอนุกรมเวลา ตั้งแต่แนวโน้ม ความผันแปรตามฤดูกาล ความผันแปรตามวัฏจักร และความผันแปรเนื่องจากเหตุการณ์ที่ผิดปกติ
2.7 วิชาเทคนิคการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติและระเบียบวิธีการปฏิบัติงานสนาม เป็นวิชาที่ให้ความรู้เกี่ยวกับ การเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติ การทำสำมะโน/สำรวจ ระเบียบวิธีสำมะโน/สำรวจ ขั้นตอนการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติโดยวิธีสำมะโน/สำรวจ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผนและเตรียมงาน การเก็บรวบรวมข้อมูล(งานสนาม) การประมวลผลและการวิเคราะห์ข้อมูล และการนำเสนอข้อมูลและการจัดทำรายงาน การประเมินคุณภาพของข้อมูล การบริหารงานเก็บรวบรวมข้อมูล มนุษยสัมพันธ์และการสัมภาษณ์ การบันทึกแบบข้อถามและข้อควรระวังในการนับจดและแจงนับ ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานสนามและการแก้ไข
2.8 วิชาเทคนิคการสร้างแบบสอบถาม เป็นการบรรยายความรู้เกี่ยวกับ ความหมายของแบบสอบถาม โครงสร้างของแบบสอบถาม สิ่งที่ต้องพิจารณาและให้ความสำคัญในการสร้างแบบสอบถาม ขั้นตอนการออกแบบสอบถาม หลักเกณฑ์ในการสร้างแบบสอบถาม ประเภทของคำถาม รูปแบบของคำถามในแบบสอบถาม ลักษณะการแบ่งกลุ่มของคำถาม หลักเกณฑ์ทั่วไปในการจัดเรียงคำถาม การทดสอบแบบสอบถาม กลยุทธ์ในการทำให้อัตราการตอบแบบสอบถามสูง การสร้างรหัสแบบสอบถาม จำนวนแบบสอบถามที่แจก และมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อฝึกปฏิบัติในการสร้างแบบสอบถาม
2.9 วิชาการประมวลผลข้อมูลสถิติ เป็นการทบทวนความรู้เกี่ยวกับสถิติเบื้องต้น ข้อมูลและตัวแปร ประเภทของสถิติ ได้แก่ สถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) และสถิติอนุมาน (Inference Statistics) และฝึกการใช้โปรแกรม spss ตั้งแต่ การใช้โปรแกรมเบื้องต้น การนำเข้าข้อมูล การจัดการตาราง output และการวิเคราะห์ข้อมูล
2.10 วิชาการนำเสนอผลการสำมะโน/สำรวจ เป็นความรู้เกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งข้อมูลสถิติประเภทต่างๆ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล วิธีการนำเสนอข้อมูล รูปแบบของตารางประเภทต่างๆ (ทางเดียว สองทาง สามทาง) การเปรียบเทียบการนำเสนอด้วยตารางและแผนภูมิ/กราฟ วิธีการแจกแจงความถี่ ความสัมพันธ์ระหว่างแบบสอบถามกับตารางสถิติ แนวทางในการพิจารณาเพื่อการสรุปข้อมูลจากตาราง มาตรฐานการจัดทำรายงาน และฝึกการใช้โปรแกรม Excel เพื่อการจัดทำรายงานตามแนวของสำนักงานสถิติแห่งชาติ
ภาคปฏิบัติ
เป็นการขึ้นความรู้ภาคทฤษฎีมาประยุกต์ใช้โดยกำหนดให้ผู้เข้าอบรมร่วมกันจัดทำโครงการ ตั้งแต่ หาหัวข้อโครงการนำเสนอ วัตถุประสงค์โครงการเสนอ/ซึ่งประกอบด้วยการวางแผน กำหนดขอบข่ายของการสำรวจ การสร้างแบบสอบถาม คู่มือการปฏิบัติงานภาคสนาม การปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูลในท้องที่ที่ตกเป็นตัวอย่างในการสำรวจ การประมวลผล การประมาณค่า การวิเคราะห์ การนำเสนอผลและการจัดทำรายงานผลการสำรวจเป็นรูปเล่ม
ผู้เข้าอบรมได้ร่วมกันจัดทำโครงการพิเศษในหัวข้อ “การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล (เรียนฟรี 15 ปี) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พ.ศ. 2552” มีวัตถุประสงค์ในการจัดทำ ดังนี้
-
เพื่อศึกษาการรับทราบข้อมูลข่าวสารด้านการศึกษาของประชาชน
-
เพื่อศึกษาความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อนโยบายด้านการศึกษา (เรียนฟรี 15 ปี)
-
เพื่อศึกษาประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากนโยบายด้านการศึกษา (เรียนฟรี 15 ปี)
-
เพื่อศึกษาความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับคุณภาพการศึกษาภาคบังคับ
ให้เป็นข้อมูลสนับสนุนการติดตามประเมินผลนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ของรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม ณ เขตพื้นที่ตัวอย่าง จำนวน 10 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ จังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร เลย ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และจังหวัดนครพนม
ผลการสำรวจที่ได้สามารถสรุปประเด็นที่สำคัญ คือ ประชาชนส่วนใหญ่รับทราบนโยบายเรียนฟรี 15 ปีจากสื่อโทรทัศน์ มีความประสงค์ใช้สิทธิ์ในนโยบายเรียนฟรี 15 ปี มีความพึงพอใจต่อนโยบายเรียนฟรี 15 ปีค่อนข้างสูง และมักจะเลือกสถานศึกษาที่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก นอกจากนี้ยังได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อนโยบายด้านการศึกษาว่า ต้องการให้ขยายโอกาสถึงระดับอุดมศึกษา ให้มีการดำเนินนโยบายด้านการศึกษาเรียนฟรี 15 ปีอย่างต่อเนื่อง และพร้อมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ เพิ่มเติมในส่วนของค่าใช้จ่ายเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ค่าพาหนะเดินทางไปโรงเรียน และค่าอาหารกลางวัน เป็นต้น
วิธีการนำเสนอเนื้อหาของวิทยากร
วิทยากรได้ใช้การบรรยาย การให้ผู้เข้ารับการอบรมฝึกปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ เช่น การทำแบบฝึกหัดรายบุคคล การทำงานกลุ่ม และการแบ่งกลุ่มทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย การนำเสนอผลงานหน้าห้อง การจัดทำรายงานเป็นรูปเล่มส่ง และการปฏิบัติงานภาคสนาม
ประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้ารับฝึกอบรม
1. ได้รับความรู้ด้านวิชาการสถิติ ทั้งในด้านทฤษฏีและการปฏิบัติจากวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านสถิติโดยตรง
2. เสริมสร้างความรู้ความชำนาญแก่ข้าพเจ้าที่ปฏิบัติงานด้านข้อมูล สารสนเทศ องค์ความรู้ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. ทำให้ทราบถึงปัญหาการปฏิบัติงานสถิติ เทคนิค และวิธีการแก้ไขปัญหา
4. สามารถใช้เครื่องมือทางสถิติในการบริหารจัดการ ข้อมูล สารสนเทศ องค์ความรู้กรมส่งเสริมการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นมาตรฐาน
ข้อเสนอแนะ (เกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรในด้านนี้)
เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่ดี สามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง กรมส่งเสริมการเกษตร ควรส่งเจ้าหน้าที่เข้ารับการฝึกอบรมให้มากขึ้น