คิดได้ยังไง!! เก่งจริงๆ กำลังจะเล่าเรื่องแปลกใหม่ที่ไป
พบเห็นมาด้วยตนเองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างไปเที่ยวฮ่องกง
หลังจากเหินห่างมาเมืองนี้ ค่อนข้างจะยาวนาน
ทริปใหม่เที่ยวนี้ สิ่งที่เห็นส่วนใหญ่ก็เดิมเดิม ตึกสูงมีเพิ่มขึ้นบ้าง
ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของเมืองใหญ่ ครั้งสุดท้ายที่ไป
ตึกที่สูงที่สุดในฮ่องกงได้แก่ตึก Bank of China
ตอนนี้ถูกเบียดตกขอบไปแล้วโดยตึกชื่ออะไรไม่รู้ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน
บนฝั่งฮ่องกงนั่นเอง
ความเป็นจริง คือ ตึกที่นี่ยังแข่งความสูงกับตึกสูงประเทศอื่นไม่ได้
การแข่งขันกันสร้างตึกสูงยังไม่มีแววว่าจะหยุดยั้ง .....เจ้าของสถิติใหม่
รู้สึกว่าจะเป็นดูไบ ผิดถูกอย่างไรคงไม่ว่ากัน .....
มันบอกอะไรกับเราพอสมควร
แน่ๆคือชาติที่มีสตางค์เยอะๆเหลือใช้ ยังพอหาได้ไม่ยากเย็น
ตั้งใจจะเล่าเรื่องถุงก๊อบแก๊บตามที่จั่วหัวเรื่องไว้ ไหงดันไป
เรื่องตึกสูงไปได้ เอาล่ะ...ให้ตรงประเด็น คือ อย่างงี้ครับ
เดี่ยวนี้ที่ฮ่องกงทางการเขาห้ามร้านค้าใช้ถุงพลาสติกใส่
ของให้ลูกค้าแล้ว เหตุผลสำคัญที่อ้าง ก็เพื่อลดภาวะโลกร้อน
เหตุผลที่ซ่อนเร้น คงหนีไม่พ้นเรื่องประหยัด ต้องชมเจ้าของ
ความคิดจริงๆ คิดได้ไงนี่.... สุดเจ๋งเลย ลองคิดซิครับว่า
ดูตัวอย่างที่บ้านเรานี่แหละ ในชีวิตปกติธรรมดาของคนไทย
ทุกคนที่ออกจากบ้านในแต่ละวัน เฉลี่ยต้องมีถุงก๊อบแก๊บติดมือกลับบ้าน
สองถุงเป็นอย่างน้อย โอ้โฮ..ลดขยะได้แน่แน่พะเรอเกวียน
ใหม่ๆคงรู้สึกไม่สะดวกบ้าง แต่จะเกิดก็ในช่วงต้นๆ
เมื่อชินเข้าแล้ว ทุกอย่างก็จะเข้าที่เข้าทาง....
จะเป็นไรไป เลยลองเสียด้วยตนเอง
ก่อนกลับโรงแรม แวะซื้อน้ำส้มกล่องที่เซเวนอีเลเวน
ไปดื่มในห้องสามกล่อง ดูเก้งก้างนิดหน่อย แต่ร้านอยู่แค่ไม่เกินสามสิบ
เมตรจากที่พัก>>> มันก็โอเค ไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร
วิถีชีวิต หรือ ไลฟ์สไตล์ของคนฮ่องกง เปลี่ยนไปแล้วตามกฏกติกา
ที่ทางการที่นั่นกำหนดขึ้น ตอนนี้เมื่อจะออกจากบ้าน
คนฮ่องกงต้องมีถุง หรือ ชอบปิ้งแบก ติดมือไปด้วย
เขาทำกันมานานหรือยัง ลืมถามไป
คงไม่เป็นไรนะ....
แปลกดีเหมือนกันนะคะ สงสัยคนฮ่องกงชอบซื้อของทุกวัน
จำได้ว่า เคยได้ยินข่าวว่า จีนเขารณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกครับ โดยห้างไหนใส่ถุงพลาสติกจะถูกปรับหรืออะไรทำนองนี้แหละครับ