"หน้าที่" กับ "หน้า.....ที่"
ดวงอาทิตย์ส่องแสงริบหรี่ใกล้จะลับขอบฟ้าเข้าไปทุกที ฝนตั้งเค้ามืดครื้มไปทั้งสองข้างทาง ย่ำค่ำแล้วสินะ ฉันรีบเดินแกมวิ่ง สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาบ้างแล้ว หยดน้ำเย็น ๆ หล่นกระทบกับไหล่ เป็นธรรมดาเมื่อย่างเข้าฤดูฝน ฉันคิดในใจ..
"น้องนก! น้องนก! ขึ้นรถสิจะไปส่ง ฝนตกแล้วนะ"
ฉันหันมองต้นตอของเสียงก็เห็นพี่ดำนั่นเองพี่ที่โรงพยาบาลอีกคนหนึ่งที่น่ารักมาก ๆ
"ไม่เป็นไรค่ะ ใกล้จะถึงแล้ว ขอบคุณมาก" ปากพูดไปเท้าก็ย่ำไป ด้วยความเร็วแข่งกับสายฝนที่เริ่มกระหน่ำแรงขึ้นเรื่อยๆ สายตาเหลือบมองแผงเหล็กที่กั้นเป็นแนวรั้วสูงประมาณ 1 เมตร สีขาวตัดสีม่วง รอบ ๆ ตลอดแนวที่เดินผ่าน มองแล้วเย็นตา สบายใจ ดูเหมือนจะเป็นกิจวัตรประจำวันของฉันในสองปีนี้ซะแล้ว เพราะทุก ๆ เย็นฉันจะออกจากบ้านเพื่อมาเที่ยวที่โรงพยาบาล ดูทีวี พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ห้องบัตรหรือน้องพยาบาล เป็นการพักผ่อนสมองอีกรูปแบบหนึ่ง ฉันชะลอความเร็วของเท้าเมื่อเข้ามาถึงหน้าโรงพยาบาลที่มีหลังคาคลุมกันฝน น่าแปลก! วันนี้คนไข้ห้อง ER เยอะจริง เกิดอะไรขึ้น! ทำไมผู้คนเยอะกว่าทุกวันที่ผ่านมา เท้าไวกว่าความคิด
"น้า ๆ ใครเป็นอะไรค่ะ"
ฉันร้องถามเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 40 กว่า ๆ นั่งร้องไห้ ดวงตาบวมแดงก่ำ ญาติที่อยู่ข้าง ๆ ตอบแทนว่าลูกชายเขาถูกรถชน (คำพูดห้วน ๆ สำเนียงคนใต้พูดสั้น ๆ แต่ได้ใจความ) ฉันเข้าไปใกล้ ๆ พร้อมทั้งเอามือขวาสัมผัสกับมือแม่ของเด็กบอกว่า "ไม่เป็นไรนะค่ะ มาถึงโรงพยาบาลแล้ว คุณหมอกำลังช่วยชีวิตน้องอยู่" ฉันเลยถามข้อมูลเพิ่มเติมว่าได้ทำบัตรประจำตัวคนไข้หรือยัง เผื่อจะมีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้
"ยัง" ...นี่คือเสียงตอบของญาติคนเดิม หน้าที่รองของฉันสิ้นสุดลงเมื่อได้เดินไปตามน้องห้องบัตรมาทำบัตรและลงทะเบียนคนไข้เป็นที่เรียบร้อย ฉันยังมีอีกหนึ่งหน้าที่ในการมาโรงพยาบาลรอบค่ำของทุกวัน ฉันรู้สึกว่าเสมือนเป็นหน้าที่หลักอีกอย่างของฉันเลยทีเดียวก้าวเท้าเดินมาที่ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพ (หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่าห้อง HA นั่นเอง) แวะมาดูต้นไม้ที่เขียวชอุ่มทุกต้นทุกใบ ด้วยความภูมิใจที่สามารถดูแลให้รอดพ้นความตายมาได้หวุดหวิดหลังจากชื่นชมกับต้นไม้ได้สักพักใหญ่ ๆ
ก็ถึงเวลาปฏิบัติการแล้วค่ะ.........
นั่นคือการเดินดูบริเวณรอบ ๆ ตึกผู้ป่วยนอกทั้งหมดว่ายังมีเสียงน้ำไหลผิดปกติจากจุดไหนที่เจ้าหน้าที่ปิดก๊อกน้ำไม่สนิทหรือเปล่า สอดสายตามองหลอดไฟบนเพดานว่ามีใครเปิดและลืมปิด ทิ้งไว้หรือไม่? พลันสังเกตเห็นตรงทางเดินไปห้องหัวหน้าฝ่ายการเปิดไฟทิ้งไว้ บ่อยครั้งที่หน่วยงานต่าง ๆ ลืมปิดไฟ พัดลม คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เพราะต่างคนต่างรีบเร่งหรือเพราะคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตนเอง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของน้องห้องบัตรก็เลยเกิดเหตุการณ์นี้บ่อย ๆ ฉันเห็นเสียจนชินตาไปแล้ว บอกกับใจตนเองว่าไม่มีใครปิด เราเห็นเราก็ปิดก็แล้วกัน ทำเพื่อ โรงพยาบาลของเรา อย่าคิดมากเดี๋ยวไมเกรนจะมาทำความรู้จักเอา แม้บางครั้งจะท้อใจ แต่ก็ยังไม่ละความพยายามยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ (บางวันทำงานเหนื่อยพอถึงบ้านแล้วเผลอหลับไป) ตกใจตื่นขึ้นมา ตอนสองทุ่ม อุ้ย! วันนี้ยังไม่ได้ไปทำภารกิจเลย อดไม่ได้ที่ต้องเดินมาโรงพยาบาลในตอนนั้น
.........มันกลายเป็นหน้าที่หลักไปแล้ว...........
มีคนเคยถามว่า ทำไปทำไม? ทำแล้วได้อะไร ? เจอคำถามแบบนี้บ่อยครั้ง ทำเอาอึ้งไปเลย... ได้แต่ยิ้มแบบปลง ๆ และตอบตัวเองในใจว่าสิ่งที่ได้มันไม่ใช่เป็นรูปธรรม แต่มันคือความสุข สุขที่ได้ทำอะไรเพื่อทดแทนองค์กรบ้าง บอกได้เลยว่างานนี้ไม่ได้ทำเพื่อหวังผลประโยชน์ที่อยู่ในรูป สิ่งของ เงินเดือน หรือหน้าตา แต่วันนี้ฉันได้รู้จักการเป็นผู้ให้กับองค์กรแล้ว มันเป็นความภาคภูมิใจลึก ๆ ว่า ในแต่ละวันฉันได้ช่วยลดภาวะโลกร้อนตั้งหลายอย่าง ทั้งได้ช่วยปิดไฟ ปิดน้ำ ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้หรืออาจละเลยไปยิ่งคิดทำให้รู้สึกฮึกเหิม ก่อเกิดเป็นพลังใจ บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า "อย่าหยุดทำนะ" เหมือนดั่งให้สัญญากับตัวเอง
ทั้งนี้ทั้งนั้นยังแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่าความคิดเล็ก ๆ เหล่านี้จะช่วยเติมเต็มให้เจ้าหน้าที่ทุกคนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและหันหน้ามาร่วมเป็นหนึ่งเดียว ในการประหยัดทรัพยากรอย่างที่ประกาศเป็นนโยบายของโรงพยาบาลและพ่อบ้านได้พร่ำบอกเสมอๆ เช้ามาก็ช่วยกันปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ ช่วงเที่ยงก็ปิดคอมพิวเตอร์ ปิดไฟในห้องช่วงพัก หลังเลิกงานก็ช่วยกันปิดไฟปิดน้ำ ฯลฯ
มันคือเรื่องเดียวกันกับกระแสช่วยลดโลกร้อน ที่กำลังอินเทรนด์อยู่ในขณะนี้ ถึงเวลาที่เราต้องคิดว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่ธุระของใครคนใดคนหนึ่ง หันมาร่วมมือกันมาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาโลกร้อนกันเถอะ
...ดาวเคราะห์ดวงนี้รอเราอยู่....
เรื่องราวดีๆของ "พี่นก"
คุณบุษรา รินทรสกุล
พนักงานอัดสำเนา โรงพยาบาลพะโต๊ะ
รับทราบคร้าบผม..
หน้าที่ กะ หน้า...(จุด.จุด.จุด.)ที่
จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนะคะ
ไม่งั้น...เอ้าท์..อิอิ
โห....
แจ๋วจิงจิง
ขอบคุณสำหรับหนึ่งความดีนะคร้า
ขอชื่นชม
ในการทำดี และ คิดดีของพี่นกครับ
องค์กรของเราต้องการคนเช่นนี้ครับ
คิดถึงน้อง"อัด" จังเลย พี่บิ๋มขอดูรูปที่เราถ่ายคู่กัน จนป่านนี้ยังไม่ได้ดูเลย เด๋วจัดให้ เมื่อต้นเดือนหยุดหลายวันไปดำนำที่กระบี่และภูเก็ต เที่ยวใต้ ชวนให้คิดถึงอัด
มิเสียแรง "นักเล่ามือสมัครเล่น" มีเรื่องเล่าให้ได้อ่านมากมาย
ชื่นชมผลงาน พร้อม ส่งความคิดถึง ถึงชาวพระโต๊ะนะคะ "ฅนแก่งคอย"
ขอบคุณทุกแรงใจที่มอบให้ขอน้อมรับด้วยความเต็มใจ (แล้วเจอกันเรื่องที่ 2)
จะยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตั้งแต่บัดนี้ไปต้นไป คับผม
ขอบคุณคุณกิ่งไผ่ ยินดีรับคำติชมเรื่องต่อไปอย่าลืมติดตามกันอีกนะค่ะ
ขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการ และน้องอัจที่ใช้กำลังใจในการเขียนเรื่องถ้ามีโอกาสจะพัฒนาฝีมือให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
ตอนนี้น้องกำลังปรับปรุงตัวเองอยู่นะค่ะ จะพยายามทำให้ได้เหมือนคนเขียน ถึงแม้ว่ามันจะไม่มากมายนัก แต่ก็จะพยามยามทำให้ดีที่สุดค่ะ จะได้ช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วย และก็ทำเพื่อองค์กรด้วย่ค่ะ ฮิ ๆ สู้ สู้
พี่เห็นน้อง นก เขาเดินปิดไฟทุกวันจนพี่เองก็ติดนิสัย น้องนกมาพอตอนเที่ยงต้องปิดไฟ ทุกวัน ถ้าน้องของเราทุกทำเหมือนกันเราก็จะช่วยกันประหยัดและลดภาวะโลกร้อนนะค่ะ พี่คนหนึ่งขอร่วมประหยัด และ สู้ สู้ สู้ ต่อไป
ดีค่ะ...
คิดถึงพี่ชู กะ พี่บิ๋มค่ะ
เสียดายจัง..เลยไปกระบี่..ไม่ได้แวะพะโต๊ะ
คราวหน้าอย่าลืมแวะมาให้ได้นะคะ
ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม-นู๋นุ้ย-พี่แหม่ม
ดีใจจังค่ะ..เย้!
แทคทีมกันอินเทรนด์แย้ววววววววว
ขอบคุณน้องฮอสค่ะ
มาอ่านอีกนะคะ
คิดถึงค่ะ
นุ้ยพี่เชื่อว่านุ้ยต้องทำได้ดีกว่าพี่ถ้าตั้งใจจริง ประหยัดทั้งที่ทำงานยาวไปถึงที่บ้านด้วย
ขอบคุณพี่แหม่มหลาย ๆ ที่เริ่มติดนิสัยนกไปใช้ แต่พี่คงต้องเหนื่อยไปอีกนาน (ยังมีอีกหลายเรื่อง)คอนเฟิร์ม
พาน้องลิลลี่มาร่วมชื่นชมด้วยจ้าป้านก..เยี่ยมครับ
ชื่นชมค่ะ
รู้สึกดีจังเลยค่ะ
น้องเร หลานลิลลี่ ทั้งน้องชายและหลานสาวมาร่วมเป็นกำลังใจอย่างนี้ ป้านกสู้ตาย เรื่องหน้าอย่าลืมเข้ามาร่วมให้กำลังใจกันอีก
ขอบคุณอีก 1 กำลังใจ คุณวงน้ำอย่าลืมเข้ามาติดตามเรื่องที่ 2 ที่กำลังจะออนแอร์อยู่ ทั้งติ ชม ได้เลย เพื่อจะได้นำมาพัฒนาฝีมือให้ดีกว่านี้