
จากการพัฒนาแนวความคิดในการใช้เครื่องจักรกลทำงานแทนมนุษย์ คอมพิวเตอร์จึงได้ถือกำเนิดขึ้น และมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นไปตามกฎของมัวร์ (Moore’s law) ที่กล่าวว่า อัตราการพัฒนาของคอมพิวเตอร์มีอัตราเป็นสองเท่าทุก 12 – 18 เดือน ไม่ว่าจะเป็นด้านความเร็วของ CPU หรือความจุของ Hard disk ซึ่งนอกจากการพัฒนาด้าน Hardware แล้ว การประยุกต์ใช้งานคอมพิวเตอร์ในรูปแบบเทคโนโลยีสนเทศและการสื่อสาร (ICT : Information and Communication Technology) ก็มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน มีการใช้ ICT กับกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะทางด้านการศึกษา ICT ได้เข้ามาเกี่ยวข้องใน 3 ลักษณะ คือ
1. การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (Learn about technology and Computer) เป็นการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบ ระบบการทำงาน และการใช้งานคอมพิวเตอร์
2. การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อฝึกฝนทักษะการเรียนรู้และการสืบค้น (Learning by technology) เป็นการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน ในรูปแบบของบทเรียนคอมพิวเตอร์ บทเรียนเครือข่าย การสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
3. การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนในลักษณะการสื่อสาร 2 ทาง (Interactive) เช่นการฝึกทักษะการแก้ปัญหากับสถานการณ์จำลอง (Simulation) การฝึกทักษะประเภทให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feed back)
ด้วยจุดเด่นที่คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไม่รู้จัดเหน็ดเหนื่อย สามารถจัดการกับข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ สามารถนำเสนอข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นรูปภาพ ข้อความอักษร หรือเสียง ด้วยศักยภาพดังกล่าวทำให้มีการพัฒนาการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกระดับการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย
ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการเรียนการสอนกระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดนโยบายและมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2550 ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในสถานศึกษาและเพื่อป้องกันภัยทางอินเตอร์เน็ต โดยหวังให้ผู้เรียนผู้สอน บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนได้ใช้ประโยชน์และเข้าถึงบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารตามความเหมาะสม โดยประกอบด้วยนโยบายส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารเพื่อการศึกษา 6 ข้อ มาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งหมด 6 ด้านได้แก่
1. ด้านการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา มีสาระสำคัญคือให้กำหนดการพัฒนา ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในแผนปฏิบัติการประจำปีจัดงบประมาณสนับสนุน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ประสานเครือข่ายจากชุมชนองค์กรภาครัฐ และเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน มีระบบกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน และรายงานผลอย่างต่อเนื่อง จัดระบบข้อมูลสารสนเทศที่เป็นปัจจุบันตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการและ มีบุคลากรรับผิดชอบโดยตรง
2. ด้านโครงสร้างพื้นฐานกำหนดให้มีระบบเครือข่ายอินทราเน็ต และระบบเครือข่ายภายในพื้นที่ในสถานศึกษาเพื่อการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนมี Software ที่จำเป็นและไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ จัดห้องเรียนที่หลากหลาย มีระบบการบำรุงรักษา
3. ด้านการเรียนการสอนซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานที่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับครูโดยตรงก็ว่าได้ประกอบด้วยสาระสำคัญคือ ให้มีหลักสูตรและแผนจัดการเรียนการสอนแต่ละสาระการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นเครื่องมือมีการจัดการเรียนรู้ตามแผนที่กำหนด ด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ผู้สอนเป็นแบบอย่าง และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเครื่องมือในการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงกฎหมาย คุณธรรมและจริยธรรม มีระบบแนะแนวและให้คำปรึกษาทางการเรียนรู้แก่ผู้เรียนและประชาชนผู้รับบริการ
4. ด้านกระบวนการเรียนรู้เป็นมาตรฐานที่เน้นตัวผู้เรียนเป็นเป้าหมาย มีสาระสำคัญประกอบด้วย ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในรูปแบบที่หลากหลายในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามความสนใจ มีทักษะการใช้และ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีคุณธรรม จริยธรรมและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐานกำหนด
5. ด้านทรัพยากรการเรียนรู้ซึ่งจะเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนได้ กำหนดให้มีเว็บไซต์ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียนจัดการแหล่งการเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ รวบรวมสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างเป็นระบบจัดเป็นคลังแหล่งเรียนรู้ ศูนย์สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ตามศักยภาพของสถานศึกษา
6. ด้านความร่วมมือภาครัฐ เอกชนและชุมชนเป็นมาตรฐานที่มุ่งให้สถานศึกษาแสวงหาความร่วมมือจากองค์กรภาครัฐ เอกชนและชุมชน มีการให้บริการความรู้กับชุมชนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นเครื่องมือ รวมทั้งให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายและมาตรฐานเหล่านี้ยังสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 22(2) มาตรา 25หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตรา 63 – 69 มาตรฐานการประเมินภายนอกสถานศึกษาของสมศ.ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร
อ้างอิง http://krutha.igetweb.com/index.php?mo=3&art=139360
http://www.sci.nu.ac.th/information-it/index.php?topic=4917.0
ยังมีต่อ โปรดติดตาม