การที่เราจะมองคนว่ารักเราหรือไม่รักนั้นบางครั้งไม่ได้อยู่ที่คำพูด

วันนี้มีเรื่องที่พบเจอโดยเหตุบังเอิญอย่างคาดไม่ถึงของลูกสาวหลังจากที่ได้เข้าทำงานสอนคอมพิวเตอร์นักศึกษาในอาทิตย์แรก โดนรุ่นพี่ในที่ทำงานไม่พอใจเนื่องจากกลัวแย่งงาน และเงินที่เคยได้ไปหมดเพราะเค้านั้นต้องไปทำในหน้าที่อื่นและมีการต่อต้าน เพราะในที่พบนั้นมีแต่คนที่พูดกับเราดี  รักอย่างนั้น  ดีอย่างนี้  มีอะไรให้ช่วยให้บอก  สุดท้ายแอบไปก่อม็อบกัน  ขโมยของ แอบล็อกห้องที่สอน  ดับไฟเป็นต้น

จึงได้บอกไปว่า ในที่ทำงานมีคนหลายจำพวกซึ่งเราไม่สามารถทราบถึงจิตใจของใครได้ว่า คนที่รักเราจริงหรือไม่จริงนั้น  อย่าดูเพียงแค่คำพูดของเค้า

คำพูดเป็นเพียงลมปาก  ปากบอกน้องดี  น่ารัก  ไปใหนหลายๆวันก็คิดถึง  ทำท่าเห็นอกเห็นใจเรา  คำพูดจึงเป็นเพียงลมปาก  ใจจริงเค้าอาจเกลียดเราก็ได้

คนบางคนไม่เดยพูดกับเราดีๆสักคำ  ไม่เคยพูดหวาน  ไม่เคยชมเราเลยสักหน  เขาอาจจะรักเราจริงๆก็ได้

แต่ทั้งหมดอาจไม่ได้หมายความว่า คนที่พูดดี บอกว่ารักเรา  จะไม่ได้รักเราด้วยใจจริง  หรือคนที่ไม่ได้บอกรักเราจะรักเราจริง

และทั้งหมดการที่จะดูว่าใครจะรักเราจริงหรือไม่นั้นอยู่ที่การกระทำ  การแสดงออกของเค้า และต้องควบคู่กันไปเสมอ

คนที่ดีต่อเราทั้งต่อหน้าและลับหลัง คอยช่วยเหลือสนับสนุนเรา  ปกป้องเรา  และยกย่องเราทั้งต่อหน้าและลับหลัง  ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไรเค้าก็ยังเสมอต้นเสมอปลาย  นั้นแหละเรียกว่าคนที่รักเราจริง  เค้าจะพูดว่ารักหรือไม่ไม่สำคัญ

ส่วนคนที่ดีแต่ต่อหน้า  ลับหลังนินทาเรา  ไม่สนับสนุนยกย่องเราจริง  พูดจาดีเพียงเพื่อจะใช้เรา  ประเภทปากอย่างใจอย่าง  ปากกับใจไม่ตรงกัน  นั้นแหละเรียกว่าผู้ที่ไม่รักเราจริง  ถึงปากจะพูดดีอย่างไรนั้นเชื่อถือไม่ได้

ฉนั้นจึงต้องระวังใจของเราเอง  อย่าหลงใหลได้ปลื้มไปกับคารมของใครง่ายๆ  จะเสียแรงและเสียใจไปเปล่าๆ