การแต่งงานของชาวอิสลาม “พิธีนิกาห”

      ในครั้งที่แล้วเราได้รู้จักพิธีการแต่งงานของชาวอิตาลี ซึ่งที่ว่าเป็นชาวตะวันตกกันแล้ว ในครั้งนี้เรามารเรียนรู้วิธีความเชื่อของการแต่งงานชาวมุสลิมกันบ้างดีกว่า มาเรียนรู้ถึงความแตกต่างที่มีมนสเน่ห์ของโลกมุลสลิมกันดีกว่า

      ชาวมุสลิมถือว่าการแต่งงาน หรือเรียกกันตามภาษามุสลิมว่าพิธีนิกาหนั้นเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง
เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสูงส่งเหนือสัตว์โลกอื่นๆและเชื่อว่าความผูกพันระหว่างชายหญิงเป็นความผูกพันกันด้วยชีวิต
เพราะต่างก็เปรียบเหมือนวงกลมที่ถูกแบ่งเป็นสองส่วนและแยกจากกัน แต่อัลลอฮสุบหฯ บันดาลให้มาบรรจบกันจนกลายเป็น
วงกลมที่สมบูรณ์

      สำหรับเรื่องของการแต่งงานหรือประกอบพิธี นิกาหนั้น ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

      1. การแต่งงานตามบทบัญญัติของศานา
      2. การแต่งงานตามประเพณีที่ปฏิบัติกัน

     ที่ต้องแบ่งเพราะ 2 ประเภทมีความแตกต่างกันอย่างมากอย่างเช่นการแต่งของชาวมุสลิมบางคนผสมผสานวัฒนธรรมชุมชน
เข้าไป เช่นการแห่เจ้าสาวเข้ามัสยิดโดยมีต้นกล้วยต้นอ้อยนำหน้าขบวนหรือการมีขนมหวานอย่างการแต่งงานแบบไทยนั้น
เป็นการแต่งงานแบบของมุสลิมที่ไม่ใช่อิสลามเพราะการแต่งงานแบบอิสลามนั้นเป็นบทบัญญัติมากกว่า 1,400 ปี
และห้ามเสริมเติมแต่งหลักการที่มีอยู่เป็นอย่างอื่น หลักการแต่งงานของอิสลาม

    มีเงื่อนไขหลักอยู่ 5 ข้อปฏิบัติเท่านั้นคือ

    1.  เจ้าบ่าว
    2.  วะลีย์” (ผู้ปกครองของเจ้าสาว)ซึ่งต้องเป็นผู้ปกครองทางด้านเชื้อสายและเป็นผู้ที่ไม่สามารถแต่งงานกับเจ้าสาวได้
         หมายถึงคุณพ่อของเจ้าสาว พี่ชายแท้ๆ ญาติสนิทแท้ๆ
    3.  พยาน 2 คน ต้องเป็นผู้ชายที่มีคุณธรรม คือเป็นผู้ที่เคร่งศาสนา เช่นผู้ที่ทำละหมาดวันละ 5 ครั้ง
    4.  คำเสนอของ วะลีย์
    5.  คำสนองของเจ้าบ่าว

      ปฏิบัติเพียง 5 ข้อนี้ชายหญิงก็จะได้ชื่อว่าได้แต่งงานกันอย่างถูกต้องเป็นสามีภรรยาตามหลักของอิสลามแล้วส่วนการ
จดทะเบียนสมรสนั้นเป็นเรื่องของสังคมและกฎหมายที่เข้ามาเป็นองค์ประกอบ

      คำสอนก่อนแต่งงาน
      ก่อนทำพิธีนิกาห โต๊ะครู อาจารย์ บาบออุซตาซ ซึ่งเป็นชื่อเรียกผู้รู้ตามหลักศาสนาอิสลามที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่
สถานที่ที่ทำพิธีนิกะหในหลักการของศาสนาอิสลามไม่ได้ระบุชัดเจนว่าต้องทำที่ไหนใครสะดวกที่ไหนก็ทำที่นั่น

      ข้อห้าม
      สิ่งที่อิสลามห้ามใครทำและเป็นโทษมหันต์ คือการเชื่อถือโชคลางเพราะเป็นเรื่องผิดหลักศาสนาอย่างไม่ควรให้อภัย
คนอิสลามจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ก็ได้ยิ่งแต่งงานกันในวันที่คนอื่นไม่แต่งยิ่งดีเพราะเป็นการพิสูจน์ว่าเราไม่เชื่อเรื่องฤกษ์ยาม
อีกประการหนึ่งที่ชาวมุสลิมบางพื้นที่อาจลืมก็คือการแต่งงานของอิสลามจะไม่มีการแห่ใดๆ ทั้งสิ้น
ถ้าเห็นมุสลิมแต่งงานแล้วมีการแห่นั่นคือการแต่งงานของมุสลิมที่ไม่ใช้อิสลาม

      รักกันแต่ต่างศาสนา
      อิสลามไม่อนุญาตให้คู่รักต่างศาสนาแต่งงานกัน แต่ถ้ารักกันจริงๆต้องเข้าไปเป็นอิสลามก่อนโดยการเรียนรู้ศานาให้เข้าใจถึง
หลักของอิสลามโดยถ่องแท้จากผู้รู้เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่เข้าสู่เงื่อนไข 5 ข้อของการแต่งงานตามหลักอิสลาม
       และถ้าเจ้าสาวนับถือศาสนาอื่นก่อนมารับถือศาสนาอิสลามหรือคนในครอบครัวยังคงนับถือศาสนาเดิมอยู่

       ก่อนการแต่งงานจะต้องแต่งตั้งผู้อื่นให้ทำหน้าที่ผู้ปกครองแทน ผู้แทนอาจเป็นครูที่สอนศาสนาให้ก็ได้หรือเป็นผู้รู้ที่เคารพ
นับถือก็ได้

      รายละเอียดของการนิกาหตามหลักอิสลาม
      ประเพณีการแต่งงานในศาสนาอิสลาม เริ่มจากการสู่ขอโดยมีเงื่อนไขว่าต้องสู่ขอสตรีที่สามารถแต่งงานได้ด้วยเท่านั้น
หมายถึงหญิงที่ไม่ได้อยู่ระหว่างอิดดะฮ (อยู่ในช่วงสามเดือนแรกของการหย่าร้าง)หรือหญิงสามีตาย (ซึ่งต้องรอจนครบสี่เดือน
กับสิบวันเสียก่อนจึงจะสู่ขอได้)เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลงและกำหนดมะฮัร คือเงินที่ฝ่ายชายมอบให้ฝ่ายหญิงตามที่ฝ่ายหญิงเรียกร้อง
และเงินนั้นจะเป็นสิทธิ์ของฝ่ายหญิงแต่เพียงผู้เดียว) 

     มีข้อมูลให้ติดตามอ่านต่อนค่ะ