ประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้วันแรก (ลานเสวนา ชั้น 1วันที่ 16 ก.ค. 52 เวลา 13.00-16.00 น.)

ในลานเสวนานั้นปีนี้ข้าพเจ้าได้รับมอบหมาย...เพื่อนำบุคคลต้นแบบ R2R มาพูดคุยกันเสมือนถอดบทเรียนถึงการทำ R2R ในวิถีแห่งการงานแต่ละท่าน สำหรับวันแรกนั้น เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน R2R ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาจากอดีตผู้ที่ได้รับรางวัล R2R

มีนักวิจัยต้นแบบ R2R 5 ท่านที่ได้ให้เกียรติมาร่วมครั้งนี้

  • คุณสุวิทย์  อินนามมา จากสถานีอนามัยบ้านเม็ง
  • คุณสุกัลยณี สิงหสัตย์ โรงพยาบาลกุดจับ จังหวัดอุดรธานี
  • คุณอุบลวรรณา เรือนทองดี โรงพยาบาลบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณีบุรี
  • เภสัชกรนภวรรณ เจียรพีรพงศ์ โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก
  • รศ.พญ.สุภาวดี ลิขิตมาศกุล คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราช

ยืมภาพมาจาก ; http://gotoknow.org/blog/forpr/277180

 

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เริ่มด้วยเรื่องเล่าของคุณสุวิทย์...เป็นภาพของการทำงาน R2R ในระดับปฐมภูมิ...

คุณสุวิทย์  อินนามมานักวิชาการ สอ.บ้านเม็ง จ.ขอนแก่น

คุณสุวิทย์เล่าว่ามีแรงบันดาลใจในการทำ R2R จากกลุ่มแรงงานนอกระบบ (กลุ่มแรงงานเย็บผ้า) โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ไม่เข้ามารับบริการที่สถานีอนามัย จึงทำให้ไม่สามารถดูแลสุขภาพของคนกลุ่มนี้ ดังนั้น ทีม สอ. จึงศึกษาปัจจัยที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายนี้ไม่มาเข้ารับบริการ โดยวิธีการทำ R2R

ใช้วิธีการพูดคุย และการทำงานร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย และนำข้อมูลที่ได้มาประเมินและวิเคราะห์ ซึ่งพบว่า ปัญหาเรื่องสุขภาพเป็นประเด็นที่สำคัญรองลงมาจากเรื่องปากท้อง (รายได้ สวัสดิการ และความเป็นอยู่) ดังนั้น ทีมงานจึงคิดว่าต้องมีการปรับกิจกรรมการทำงานด้านสุขภาพ โดยที่ไม่เน้นวิธีการตามหลักวิชาการอาชีวอนามัย แต่ใช้วิธีการให้พื้นที่วิเคราะห์และจัดการปัญหาด้วยตัวเอง

โดยสรุปคือ ทีม สอ. ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาด้านสวัสดิการ และความเป็นอยู่ก่อน แล้วจึงให้ความสำคัญกับกิจกรรมด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นการดำเนินงานภายใต้บริบทของกลุ่มเป้าหมาย จากการทำ R2R ทำให้ได้เกิดการเรียนรู้ว่า ==>ทำให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยนวิธีคิด และมุมมองในการทำงาน โดยมุ่งที่บริบทของกลุ่มเป้าหมายมากกว่าการดำเนินงานตามหลักวิชาการ รวมถึงทำให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาในพื้นที่ของ

ตนเอง หนึ่งปีที่ผ่านมา R2R เชื่อมโยงสู่วิถีการทำงานคือ “ทำให้มีกรอบแนวคิดในการทำงานที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและบริบทของพื้นที่ ทำให้คนทำงานมีความสุข และรู้สึกสนุกกับการทำงาน รวมถึงได้เรียนรู้และสร้างสรรค์กิจกรรม บริการให้แก่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง”

จากบทเรียนการทำ R2R ที่ผ่านมาเชื่อมโยงมาสู่การดำเนินงานครั้งต่อไป ได้ว่าสิ่งที่จะปฏิบัติแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมาคืออะไร ทำให้เกิดการคิดทบทวนต่อตนเองว่า...

-          ต้องเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายก่อนการวางแผนกิจกรรม หรือบริการ

-          การกำหนดตัวชี้วัดต้องดูที่กลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก ไม่ใช่การกำหนดจากภาครัฐ

-          กระบวนการ หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้น ต้องมาจากกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่มาจากเจ้าหน้าที่

-          ให้กลุ่มเป้าหมายร่วมเรียนรู้และเข้าใจการทำงานให้สำเร็จมากกว่าการทำงานให้แล้วเสร็จ

จากเรื่องเล่าของคุณสุวิทย์ที่บอกเล่าต่อเวทีครั้งนี้ “วิถีการทำงานแบบเดิมๆ ที่เป็นกรอบสุขภาพของทางราชการไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพที่แท้ของคนในพื้นที่ได้ การทำ R2R ทำให้นำไปสู่ประเด็นการค้นหาปัญหาสุขภาวะของพื้นที่ได้ตรงตามความต้องการและตอบสนองได้มากกว่า”

R2R ทำให้เปลี่ยนกรอบแนวคิดในการทำงาน ที่ไม่ใช่เอาทฤษฎีหรือหลักการมาเป็นตัวนำในการทำงาน ไม่ใช้เกณฑ์ราชการแต่เปลี่ยนมาใช้ “เกณฑ์ชาวบ้าน”