การพัฒนาประเทศภายใต้กรอบแนวคิดสังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge based society)ในปัจจุบันได้รับ
การยอมรับอย่างกว้างกว้างและกำลังเชื่อมโยงหลอมรวมกับแนวคิดประชาสังคม ( Civil Society ) หรือ ทุนทางสังคม
(Social Capital) อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน
ทุนทางสังคมก็คือ เรื่องของการสร้างสมความดีงามทั้งที่มีต้นทุนอยู่เดิม ตลอดรวมไปถึงการต่อยอดเสริม
เติมแต่งเพิ่มขึ้นอันได้แก่ ทุนที่เป็นตัวมนุษย์เอง ซึ่งเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ รวมไปถึงทุนทางสถาบันและ
ทุนทางปัญญา อันมีเครือข่ายเชื่อมโยงกันเพื่อสร้างสรรพกำลังให้ชุมชนและสังคมขับเคลื่อนไปได้
เมื่อพูดถึงเรื่องดังกล่าวมองดูอาจจะเป็นเรื่องใหม่ในกระแสปัจจุบัน แต่ในแวดวงการศึกษาแล้วถือได้ว่า
เป็นเรื่องเก่าที่เราเองอาจหลงลืมกันไปบ้างตามกระแสของการพัฒนาแบบตะวันตก ผมกำลังพูดถึงของดีที่คนใน
แวดวงการศึกษาอย่างเรารู้จักกันดีก็คือ การสร้างสรรค์ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชนนั่นเอง
ดังที่ได้บอกกันไปแล้วว่าไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนักเพราะที่ผ่านมาเราได้พูดถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด ไม่ว่า
จะเป็นเรื่องของการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน หรือการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น การจัดการเรียน
การสอนโดยใช้แหล่งวิทยาการภายในชุมชน
อันที่จริงแล้วการศึกษาปัจจุบันได้มีความพยายามที่จะพัฒนาตนเองให้ภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมได้เข้ามา
มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม การใช้ชุมชนเป็นทรัพยากรแห่ง
การเรียนรู้ ตลอดจนมีจุดมุ่งหมายที่จะให้การศึกษาได้มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาของสังคมมากขึ้น .........
เมื่อการศึกษาไม่ใช่การท่องหนังสือ หากแต่เป็นการศึกษาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนได้เรียนรู้ในการพัฒนาตนเอง
พัฒนาสังคมและชุมชนรอบข้าง
ด้วยเหตุนี้โรงเรียนยุคใหม่จึงต้องเชื่อมโยงกับสถาบันต่าง ๆ ในชุมชน เพื่อใช้ โลกเราเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวันแหล่งวิทยาการภายในชุมชนก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย
ในการค้นคว้าหาคำตอบให้กับผู้เรียน เพื่อความสมบูรณ์ของการจัดการเรียนการสอน
แต่ถ้าโรงเรียนยังหยุดนิ่ง ก็คงเป็นเพียงสถานที่มีไว้บอกเล่าเรื่องราวหรือเป็นองค์กรที่
ว่างเปล่า ที่ไม่สามารถหาคำตอบให้กับผู้เรียนได้อย่างสมบูรณ์ตามความคาดหวังของ
สังคมในยุคปัจจุบัน
มาชม
ทุกสิ่งล้วนอนิจจังนะครับผม