อยากกลับไปเรียนวิชาเอกปรัชญา ระดับปริญญาตรี

   วันนี้เข้ามาบันทึก Blog อีกครั้งหนึ่ง หลังจากหายหน้าหายตาไปนานอยู่ ที่ผ่านมาพยายามจัดการงานที่มีอยู่ในอ้อมกอดเวลานี้ ที่สะสางแล้วก็มีอยู่ ที่ยังค้างก็ยังมีอยู่ แต่วันนี้น่าจะคลายไปสักเปลาะหนึ่ง ก่อนนั้น จะลุกขึ้นยืนแต่ละที ต้องยืนนิ่งก่อน มิฉะนั้นล้ม ปล่อยให้สมองคลายสักพัก จึงออกเดินได้ บางทีเห็นพื้นที่เรียบนูนขึ้น นี้คือกำแพงทดสอบชีวิตก่อนลอกคราบไปอีกภาวะหนึ่งกระมัง

  จำได้ว่า วันนี้อยากจะมาบันทึกอะไร

  หลังจากได้ฟัง อ.วรยุทธ์ บรรยาย ผมจึงเขียนไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัวว่า ฟัง รศ.ดร.วรยุทธ์ แล้วทำให้ผมอยากเรียนปรัชญา" แล้วเขียนอีกบรรทัดหนึ่งว่า "ทำไม ผมจึงอยากเรียนปรัชญาเมื่อได้ฟัง อ.วรยุทธ์"

  ระหว่างเขียนสิ่งนี้ จำได้ว่า ผมนึกถึง อ.สุมนา และนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่เลือกจะลงเรียนในวิชาต่างๆ ล้วนเกิดจากประทับใจในอาจารย์แต่ละท่าน แต่วันนี้ หากจะบอกว่า ผมประทับใจอาจารย์นั้น ไม่น่าจะใช่ ผมรู้สึกว่า ผม"อร่อย" มากกว่า หากเป็นอาหาร ผมก็อยากมีท้องหลายๆ ท้องไว้บรรจุอาหารนั้น ประมาณนั้น

  บันทึกในสมุดของผม จาก ๒ บรรทัดนั้น เป็นข้อความที่ผมพยายามหาคำตอบโดยตัวเองคือ

  • นักวิชาการต้องรู้ลึก...วิเคราะห์ให้เห็นถึงจุดลึกสุดของความรู้นั้นๆ
  • นักวิชาการต้องรู้กว้างในความรู้นั้นๆ ตลอดถึงความรู้อื่นๆ รู้บุคคลที่เป็นตัวแทนของความรู้นั้นๆ สามารถวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย จุดอ่อน-จุดแข็งได้อย่างละเอียด ถี่ถ้วน มีเหตุมีผลได้อย่างน่าเชื่อถือ (แต่ไม่จำเป็นที่ผู้ฟังต้องเชื่อถือเสมอไป)
  • นักวิชาการต้องแสดงความรู้ด้วยจิตวิญญาณ เสมือนเป็นตัวแทนของความรู้นั้นๆ "ตัวนักวิชาการคือหนึ่งเดียวกันกับความรู้นั้น" (ดูเหมือนเป็นนักแสดง แต่เป็นนักแสดงที่ไม่ได้เรียนการแสดง)

  ดังนั้นเอง มันทำให้ผมน้ำลายสอ อยากไปเรียนปริญญาตรี สาขาปรัชญา ที่ ABAC

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โอโห...มโนสาเร่



ความเห็น (0)