ความรู้สึกเหงา ๆ เศร้า ๆ ในชีวิตการทำงาน
ทุกคนน่าจะเคยรู้สึกใจหายกันบ้างหากต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ เร็วบ้างช้าบ้างแต่ก็ต้องเกิดขึ้น หากเราทุกคนอยู่ในสภาพเดิม ๆ (Status quo) ตลอดเวลา เราก็จะไม่รู้สึกอะไรเพราะเราชินกับสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ แต่ถ้าสภาพแวดล้อมของเราเปลี่ยนไปและส่งผลกระทบต่อเราไม่ว่าทางกายภาพ ทางความสัมพันธ์ ทางความรู้สึกหรือทางจิตใจ เราก็จะรู้สึกเศร้า ๆ ไม่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย หรืออยากให้เวลานั้นมาถึงช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้
เช่นเพื่อนชื่อหนุ่ยของมะลิ มาพา เล่าให้ฟังว่า หัวหน้าของเธอโกรธเธออยู่ เธอโทรศัพท์ไปก็ไม่ยอมรับสาย เธอก็ไม่สบายใจ โทรมาหามะลิ มาพา ให้ลองโทรให้ทีว่าหัวหน้าจะรับสายหรือไม่ มะลิ มาพา ก็ช่วยโทรให้ หัวหน้าก็ไม่รับสาย พออีกวันหนึ่งมะลิ มาพา โทรไปหาหนุ่ย หนุ่ยบอกว่าหัวหน้าโทรกลับมาแล้วคุยกันแล้ว หัวหน้าบอกว่าไม่ได้โกรธ ให้หนุ่ยอย่าคิดมาก แล้วหนุ่ยก็เล่าเรื่องให้ฟังว่า หนุ่ยจะย้ายงานไปอีกหน่วยงานหนึ่งที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อเธอจะได้อยู่ใกล้ชิดพ่อแม่และจะได้กลับบ้านทุกวัน ตอนนี้หนุ่ยต้องเช่าห้องพักอยู่ใกล้ที่ทำงาน ก็จะได้กลับบ้านเสาร์อาทิตย์เท่านั้น เธอกับหัวหน้าสนิทกัน หัวหน้าก็เอ็นดูเป็นพี่สาวน้องสาวที่สนิทกันมาก หนุ่ยเคยพูดคุยกับหัวหน้าไปบ้างแล้วนานแล้วว่าเธอทำเรื่องขอย้าย แต่ตอนนั้นหัวหน้าก็ยังไม่ได้คิดอะไรนักเพราะทราบว่าขั้นตอนการย้ายใช้เวลานาน ต้องรออัตรา แต่พอถึงเวลานี้ที่หนุ่ยได้รับคำตอบจากหน่วยบุคลากรแล้วว่ามีอัตราให้ย้ายไปได้ในเดือนตุลาคม 2552 นี้ หนุ่ยจึงบอกหัวหน้าไป
หนุ่ยบอกมะลิ มาพา ว่าถึงแม้จะชอบงานและหัวหน้า แต่เธอก็ต้องเลือกที่จะย้ายสถานที่ทำงานซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องพบเจออะไรบ้าง แต่เธอก็ต้องไปเพราะมีเหตุผลที่เธอเรียง priority แรกแล้วว่าต้องย้ายเพราะจะได้กลับบ้านทุกวันอยู่กับพ่อแม่ เธอเลยต้องยอมสละงานและหัวหน้าที่รักเธอไปอยู่ที่อื่น งานนี้ก็ต้องรอตัวหัวหน้าเองที่จะต้องทำใจได้เอง ให้ระยะเวลาที่เหลืออยู่อีก 3 เดือนที่ยังได้ร่วมงานกันได้เยียวยารักษาใจและทำใจให้ได้และหนุ่ยเองก็เช่นกันถึงแม้จะเสียดายสภาพเดิมแต่ก็ต้องทำใจเตรียมใจไปอยู่กับสภาพใหม่ในอีกไม่ช้า
มะลิ มาพา เข้าใจทั้งหัวหน้าและหนุ่ยนะ พอทำงานกันไปสนิทสนมกันเหมือนพี่น้องเพื่อนสนิท เป็นใครก็อยากให้อยู่กันอย่างนี้ตลอดไป ไม่เหมือนที่เคยได้ยินว่า “เพื่อนเราต้องให้อยู่ไกลตัว ส่วนศัตรูให้อยู่ใกล้ตัวเข้าไว้” มะลิ มาพาเองก็เคยรู้สึกแบบเพื่อนหลายครั้งหลายหน เพื่อนร่วมงานที่สนิทกันมาตั้งแต่เข้างานอยู่แผนกเดียวกัน พอมีช่วงบริษัททำ rotation ทุกคนก็กระสานส่านเซ็นย้ายไปแผนกนั้นแผนกนี้ แต่ก็ยังมีพี่คนหนึ่งที่ไม่ได้ถูกย้ายไปที่อื่น ยังอยู่ที่เดิมอย่างเหนียวแน่นจนทุกวันนี้ แต่คนอื่น ๆ ที่ได้ย้ายไปก็ยังไปกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 2-3 คน ก็ยังดีมีเพื่อน
มะลิ มาพาเองก็ได้ย้ายไปทำงานที่ชอบและอยู่แผนกเดียวกับพี่แผนกเก่า อีก 3 คนที่ได้ย้ายมาคราวนั้น ถึงแม้ทำงานเกี่ยวกันบ้างไม่เกี่ยวกันบ้างแต่ก็อุ่นใจที่ได้อยู่แผนกเดียวกัน ตอนกลางวันก็ได้ไปทานข้าวด้วยกันพูดคุยกันมีความสุข ไม่ใช่ความสุขจากการทำงานอย่างเดียว แต่เป็นความสุขทางใจที่มีเพื่อน แต่ทุกอย่างไม่ได้คงเดิมตลอดไป เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงก็วนรอบมาให้แต่ละคนต้องหาหนทางใหม่ให้แก่ตัวเอง พี่คนแรกทำเรื่องย้ายไปอยู่แผนกอื่น ตอนนั้นก็เศร้าใจ ไม่อยากให้ไปเลย แต่ก็ดีใจกับเค้าที่เค้าได้ย้ายเพราะเค้าไม่มีความสุขในการทำงานเลย ไม่ใช่ตัวงาน แต่เป็นตัวคนที่เป็นผู้บังคับบัญชา หลังจากนั้น พี่คนที่สองก็โดนให้ย้ายไปอีกแผนกแบบกะทันหันโดยตัวเค้าไม่ได้ขอย้าย เหงาอีกแล้วเรา เหมือนเราไม่เหลือใครเลย ตอนนี้ก็เลยเหลือเรากับพี่อีกคนก็คุยกันเรื่องจะย้ายไปแผนกไหนดี และแล้วมะลิ มาพา ก็ได้ย้ายไปก่อน เป็นฝ่ายทิ้งให้พี่เค้าอยู่คนเดียวซะนี่ ก็พี่เค้าอยากจะย้ายแต่ไม่ได้ทำเรื่องสักที คิด คิด พูด พูด แต่ยังไม่เริ่ม ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ตอนหลังพี่เค้าก็ได้ย้ายไปอีกแผนกหนึ่งที่เค้าต้องการ
มะลิ มาพา จึงเข้าใจความรู้สึกของคนที่ย้ายและเพื่อนของคนที่ย้ายดีว่า มันใจหายแค่ไหน วูบไปเลย มันเหงาใจ โหวงเหวง เคว้งคว้าง ไม่มีเพื่อนอยู่ใกล้ ๆ ได้คุยได้ทานข้าวกันเหมือนก่อน ถึงจะยังอยู่ในบริษัทเดียวกัน โทรศัพท์คุยกัน หรือนัดเจอกันได้ก็จริงอยู่ แต่ก็ไม่เหมือนกับได้อยู่แผนกเดียวกัน มันมีการอยู่ร่วมกันการใช้ชีวิต (ทำงาน) ด้วยกันเข้ามาเกี่ยวข้อง ได้เห็นได้พบหน้า ได้คุยเรื่องนั้นเรื้องนี้ ได้แลกเปลี่ยนและรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ นอกเหนือจากเรื่องงาน เป็นความสัมพันธ์ของเพื่อนที่มีใจเข้ามาเกี่ยวข้องมาก ๆ ในเมื่อมันมีใจเข้ามาเกี่ยว ก็ต้องเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เข้ามาประดังประเดกัน ก็อาจเกิดการช้อตในความรู้สึกกันชั่วขณะหนึ่งที่เราอาจจะเงียบเสียนิ่งเฉยกับเขาไปเลยก็ได้ เหมือนโกรธเขา แต่จริง ๆ ไม่ได้โกรธ แต่กำลังทำจิตทำใจ ปรับความรู้สึกหลาย ๆ อย่างอยู่กับสิ่งที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เราได้รับรู้นี้
ตอนนี้มะลิ มาพา ก็กำลังจะเหงา ๆ เศร้า ๆ อีกครั้ง เมื่อเพื่อนสนิทคนหนึ่งเหลืออีกปีกว่าก็เกษียณอายุ และเพื่อนรักอีกคนหนึ่งก็อยากจะย้ายแผนก มะลิ มาพา เริ่มเหงาตั้งแต่ตอนนี้เลย จะบอกว่าเหงาเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจเมื่อวันนั้นมาถึงจริง ๆ ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้เลย ไหนบอกว่าเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ แต่พอเกิดกรณีแบบนี้ทุกครั้งก็ไม่ค่อยอยากเข้าใจเลย ไม่อยากให้เป็นเช่นนี้เลย ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง จะบอกว่าเราเคยได้รับการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ไปแล้ว เราไม่รับแล้วก็ไม่ได้ และมันจะเกิดขึ้นกี่ครั้งในชีวิตการทำงานของแต่ละคนก็บอกไม่ได้
รวม ๆ ก็หลายครั้งหลายหนแล้วนะคะ แสดงว่าทำงานมาหลายปีดีดักแล้ว ตอนนี้คิดเพียงว่ามีเพื่อนที่ำทำงานด้วยกันแล้วเกษียณพร้อม ๆ กันเป็นเพื่อนกันไปอีกสิบยี่สิบปีก็พอใจแล้ว