โรงเรียนเพลินพัฒนา ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนไทยไท  อันประกอบไปด้วย โรงเรียนรุ่งอรุณ  โรงเรียนทอสี  โรงเรียนดรุณสิกขาลัย โรงเรียนสยามสามไตร โรงเรียนวรรณสว่างจิต  โรงเรียนจิตตเมตต์(ปฐมวัย)  โรงเรียนอนุบาลบ้านรัก   โรงเรียนสัตยาไส โรงเรียนนานาชาติเมธา โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก และ โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก

 

ร่วมกันจัดการเสวนาในงาน เวทีเพลินพัฒนาวิชาการ ครั้งที่๓  ในหัวข้อ   ชาติจะเป็นอย่างไร...ถ้าการศึกษาไทยไม่เปลี่ยน    เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐  กรกฎาคม  ๒๕๕๒       เวลา  ๑๓.๐๐ ๑๗.๐๐ น.   ณ ห้อง Meeting Room ๔ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (ภายในบริเวณงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน)

 

 

วิทยากร     : 

ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์          ประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจปฏิรูปการศึกษาไทยในทศวรรษที่ ๒

รศ.ประภาภัทร  นิยม            ผู้แทนเครือข่ายโรงเรียนไทยไท / ผู้ก่อตั้งโรงเรียนรุ่งอรุณ

คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง         รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณสุภาวดี หาญเมธี             ประธานกรรมการบริหาร รักลูกกรุ๊ป / ผู้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนเพลินพัฒนา

อ.กรองทอง บุญประคอง       ผู้อำนวยการโรงเรียนเพลินพัฒนา และผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนจิตตเมตต์(ปฐมวัย)

 

 

 

ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์    กล่าวนำเป็นท่านแรกว่าการศึกษาอยู่ที่ตัวผู้เรียน ไม่ใช่รูปแบบการเรียนรู้ และการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นก็ต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กันกับธรรมชาติด้วย

 

การปฏิรูปการศึกษาไทยในทศวรรษที่ ๒ เป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของคุณภาพ และการขยายขอบเขตของการเรียนรู้ให้กว้างขวางออกไป โดยเน้นที่การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการดึงพลังจากเครือข่ายนอกระบบการศึกษาให้เข้ามาหนุนเสริม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้คนไทยเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ประเด็นหลักที่จะนำสู่วิสัยทัศน์ของการปฏิรูปดังกล่าว คือ ประเด็น ๓ ใหม่ ได้แก่ คุณภาพคนไทยยุคใหม่ ครูยุคใหม่ และ ระบบบริหารจัดการใหม่

 

สุดท้ายอาจารย์ได้เน้นย้ำว่า ระบบปฏิรูปการศึกษาเป็นเพียงระบบหนึ่งที่ต้องยึดโยงกับระบบอื่นๆ และต้องเคลื่อนไปด้วยกันทั้งสังคม

 

 

การสะท้อนความคิดเห็นในช่วงแรก

 

คุณบัญชา เฉลิมชัยกิจ เจ้าของสำนักพิมพ์สุขภาพใจ  ท่านพุทธทาสแนะว่าให้สอนโลกุตรธรรมตั้งแต่อนุบาล ให้เด็กได้รู้ไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)  รู้จักขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) อริยสัจ ๔ (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ปฏิจจสมุปบาท (การที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันจึงเกิดมีขึ้น) เพื่อให้เขาเกิดปัญญารู้เท่าทันความเป็นไปของชีวิต

 

คุณสุนีย์ บันโนะ  ผู้ปกครองโรงเรียนเพลินพัฒนา ทฤษฎีที่ได้ฟังเป็นภาพใหญ่มาก เข้าไม่ค่อยถึง ไม่รู้จะเข้าไปช่วยอย่างไร อยากให้ช่วยย่อยบทบาท ที่ผ่านมาเป็นเพราะนักวิชาการส่งผลสะท้อนออกมาได้ไม่ชัดไหม จึงไม่ค่อยมีใครได้รู้ว่าประเทศเราต้องการบุคลากรสาขาไหน จะเชื่อมโยงกันอย่างไร ช่วยกันอย่างไรให้เกิดผลที่ชาติของเราต้องการ

 

ครูในโรงเรียนก็สร้างเด็กได้ไม่ตรงกับนโยบายหลัก เกิดความฟุ่มเฟือยทางความคิด ไม่มืออาชีพสักอย่าง ตอนนี้ในฐานะแม่ ต้องพยายามสร้างคุณลักษณะที่ไม่มีในวัฒนธรรมไทยให้กับลูก เช่น การไม่ละทิ้งอะไรกลางคัน อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ ไม่แปลกแยก

 

คุณกวิน ชุติมา ผู้ปกครองโรงเรียนเพลินพัฒนาเร็วๆ นี้เห็นข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ว่า คนไทยเห็นการคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดา รับได้ รู้อย่างนี้แล้วก็พอจะมองเห็นอนาคตของประเทศ

 

ได้ฟังวิสัยทัศน์ของการปฏิรูปฯรอบสองว่า คือ คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ แล้วก็เป็นห่วงว่าทุกวันนี้คนเก่งมีมาก แต่คนดีหายาก โรงเรียนสัตยาไสสร้างคนดี มีสติ มีปัญญา แล้วเก่งเอง เห็นด้วยที่มีผู้เสนอแนะว่าเราต้องสอนโลกุตรธรรมให้กับเด็ก

 

เป้าหมายสูงสุดของการจัดการศึกษาตามเจตนารมย์ของเครือข่ายโรงเรียนไทยไท คือ การนำคุณค่าอันประเสริฐของมนุษย์มาถักทอกัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใหญ่จะสร้างเงื่อนไขเอื้ออำนวยอย่างไรให้เด็กเป็นคนดี แน่นอนว่าครูต้องเป็นคนดีด้วย