พระคุณครู
เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก หลายคนคงเคยได้ยิน คำถามที่ว่า “โตขึ้นอยากจะเป็นอะไร” บางคนก็ตอบว่าอยากเป็นหมอ เป็นพยาบาล จะได้ช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น อยากเป็นวิศวกร จะได้สร้างตึกสูงๆถนนหนทาง หรืออยาก เป็นสถาปนิก จะได้ออกแบบบ้านหลังโตๆสวยๆ ให้พ่อแม่อยู่ และอีกมากมายหลากหลายคำตอบจากคำถามเดียวกันนี้ แต่ยังมีอีกอาชีพหนึ่งที่ใครๆหลายคนมองข้ามด้วยเห็นว่าเป็นอาชีพที่ต้องตรากตรำทำงานหนักแลกกับผลตอบแทนอันน้อยนิด แต่ในความเป็นจริงแล้วบุคคลที่ทำอาชีพนี้กลับเป็นต้นกำเนิดของทุกๆอาชีพในสังคมเลยทีเดียว ความหวัง ความฝันอันงดงามจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าขาดบุคคลเหล่านี้ ไม่ใช่ใครอื่นใดเลย บุคคลเหล่านั้นคือ“ครู” ผู้คอยประสิทธิ์ประสาทสรรพวิชชาให้แก่ศิษย์
“ครู” คำสั้นๆ ง่ายๆแต่มีความหมายอันลึกซึ้งนัก ครู คือบุคคลที่ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนถ่ายทอดความรู้อันมีค่าแก่ศิษย์ผู้ขลาดเขลาสั่งสมสติปัญญาให้แก่ศิษย์จนเกิดความแตกฉานถ่ายทอดวิชาความรู้ต่างๆให้แก่ศิษย์อย่างมิได้เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เฝ้าชี้แนะอย่างมิได้หวงแหน ปิดบังอำพรางใดๆ
ครู คือ พ่อแม่คนที่สองที่ไม่ได้มอบเพียงแต่วิชาความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ครูมอบทั้งความรัก เมตตาความอบอุ่น ห่วงใยให้แก่ศิษย์ อย่างไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ทั้งๆที่มิใช่ลูกของตน แต่ครูก็ยังรักยังห่วงใยเสมือนศิษย์เป็นลูกของตน ครู คือ “พระ” ในสถานศึกษา ที่คอยอบรมบ่มนิสัยขัดเกลาจิตใจศิษย์ให้เป็นคนดี สั่งสมคุณธรรมจริยธรรมให้บังเกิดในใจศิษย์ ครู คือ กระจกเงาที่คอยสะท้อนคิดให้แก่ศิษย์ให้พึงปรับปรุงตนเองให้ดีตามแบบอย่างที่ครูคอยปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีอยู่ตลอดเวลาครู คือนักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่ ที่คอยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ ซึ่งเสมือนหนึ่งเป็นการพัฒนาชาติให้เจริญรุ่งเรืองวัฒนาถาวร “ครูสร้างคนครูสร้างชาติ” และอีกหลากหลากหลายอย่างที่ครูพร้อมที่จะรังสรรค์ขึ้นได้เพื่อประโยชน์อันจะเกิดขึ้นแก่ศิษย์และประเทศชาติโดยมิได้เห็นแก่ความยากเย็น
ด้วยอุดมการณ์ที่เปี่ยมล้นในหัวใจ ด้วยศรัทธาแรงกล้าในวิชาชีพครู ด้วยภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ครูจึงยอมเสียสละความสุขสบายส่วนตัว เพื่อรับภาระอันยิ่งใหญ่ในการเป็นครู ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ครูยังคงคอยทำหน้าที่ คอยพร่ำบ่นพร่ำสอนวิชาความรู้ต่างๆแก่ศิษย์ ต้องอดทนต่อความไม่รู้ไม่เอาไหนของศิษย์ โดยมิได้เห็นแก่ความยากลำบาก แม้ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจะเต็มใบหน้าอันอ่อนโยนของครู แต่ครูก็มิเคยบ่นไม่เคยที่จะทอดทิ้งลูกศิษย์ กลับแต่จะถามลูกศิษย์ว่า เข้าใจหรือไม่ ยังไม่เข้าใจตรงไหน ครูพร้อมที่จะพูดจะอธิบายได้เป็นร้อยพันครั้งเพื่อสั่งสมความรู้ สร้างสรรค์ความเป็นปัญญาชนให้แก่ศิษย์ ไม่ว่าจะยากดีมีจนชนชั้นวรรณะใด ครูก็มิเคยรังเกียจเดียดฉันท์ ยังคงห่วงใยในศิษย์ทุกๆคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียม ครูไม่ได้พียงแค่พร่ำสอนองค์ความรู้ต่างๆให้แก่ศิษย์เท่านั้น แต่ครูยังถ่ายทอดจริยวัตรการดำรงตนในสังคมให้แก่ศิษย์ด้วยการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีอยู่ตลอดเวลา ครูเป็นผู้มีความเสียสละอดทนสูง ครูหลายท่านยอมแม้การต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอน พลัดพรากจากครอบครัวอันเป็นที่รักเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นครูในท้องถิ่นห่างไกล ด้วยน้ำใจอันประเสริฐด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู ครูยังคงรักษาจรรยาของความเป็นครูอยู่ทุกที่ทุกชั่วโมงนาทีมิได้ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด
ครู ทำหน้าที่ของการเป็นครูโดยมิได้หวังผลตอบแทนแม้ค่าตอบแทนอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับภาระอันยิ่งใหญ่ แต่ก็มิได้ทำให้ครูเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ของครูได้ จิตวิญญาณของ
ความเป็นครูยังคงเต็มเปี่ยมในกาย ด้วยหวังเพียงสิ่งเดียวว่า ที่สุดของการทำหน้าที่ครู คือการที่ได้เห็นความงอกงาม ความสำเร็จในด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นในตัวศิษย์ หวังเพียงเห็นศิษย์ได้ดี เติมโตเป็นคนดี มีความรู้ดี และพร้อมที่จะรังสรรค์สิ่งดีๆเพื่อสังคม อาชีพครูจึงเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มิได้ด้อยค่ากว่าอาชีพใดๆในสังคมเลย แต่กลับเป็นอาชีพที่สำคัญที่สุดในสังคม ที่เสมือนเป็นแม่พิมพ์ของชาติ สร้างคนสร้างชาติ ให้เจริญรุ่งเรืองตลอดมา
พระคุณครูจึงมากค่ามหาศาล ถ้าไม่มีครู ศิษย์ทุกคนก็ไม่มีโอกาสได้เติบโตมีความรู้ เป็นผู้ใหญ่ที่ดี ไม่ว่าคุณครูทุกท่านจะยังทำหน้าที่ รักษาปณิธานความเป็นครูอยู่แห่งหนใด ศิษย์ทุกคนจะยังรำลึกถึงพระคุณของครูอยู่ตลอดเวลา จะปฏิบัติตัวเป็นคนดีของสังคมและรักษาหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดอย่างที่ครูคอยพร่ำสอนมา เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณของครู และ“ครู” จะยังตราตรึงอยู่ในใจของศิษย์ทุกคนด้วยความรัก ความเคารพ ความกตัญญู ที่ศิษย์มีต่อครู ตลอดไป
พระคุณครูสดสวยดังกล้วยไม้ ช่อระย้าเรียงรายในไพรสณฑ์
ยกย่องครูปูชนียบุคคล สดุดีกัลยาณชน “คนเป็นครู”
มอบแด่คุณครูทุกท่าน

สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับพี่ คิม ที่รักและเคารพยิ่ง
ร่วมแสดงความรักกับคุณครูผู้สร้างชาติค่ะ
อรุณสวัสดี ครับพี่อ้อย ที่รักเคารพ