จากที่กล่าวมาแล้วว่า ในการเล่นกีฬาทุกชนิด จะต้องใช้สมาธิและการฝึกฝนทักษะเพื่อให้เกิดความชำนาญ ปิงปองก็เช่นเดียวกัน การจะตีลูกปิงปองที่เคลื่อนที่เร็วๆ และตีลูกได้ดั่งใจนั้น จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากขาดการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ และถูกวิธี
การจับไม้ปิงปอง จริงๆแล้วมี 3วิธี ที่เรารู้ๆกัน คือ 1. จับแบบเชคแฮนด์ 2. จับแบบจีน ส่วนอีกวิธีที่คือ แบบญี่ปุ่น โดยผมจับไม้จีน เพราะถนัดที่สุด ส่วนไม้ที่ใช้ตอนนี้คือ ไม้butterfly chinese VII ,ยางด้านแดง YASAKA XTEND HS , ยางด้านดำ YASAKA EXTREME speed ราคาโดยรวมอยู่ที่ 3440 บาท (ซื้อตอนมันลด 20%) เป็นไม้ที่แพงที่สุดเท่าที่เคยซื้อมาครับ




สำหรับการฝึกซ้อมนั้น โดยทั่วไปจะเป็นการตีเบสิค คือ โฟร์แฮนด์ แบคแฮนด์ และ top spin
1. การตีเบสิคโฟร์แฮนด์ : เป็นการตีลูกด้านโฟร์แฮนด์ โต้กันไปมา ทางเฉียงของโต๊ะ ต่อเนื่องประมาณ 5นาที โดยให้ หน้าไม้ กระทบลูก ขณะที่ลูกลอยขึ้นที่จุดสูงสุด แล้วตีกระแทก โดยใช้แรงสม่ำเสมอ
2. การตีเบสิคแบคแฮนด์ : ทำเช่นเดียวกับโฟร์แฮนด์ สำหรับไม้จีนสามารถใช้ข้อมือช่วย เพื่อให้ลูกพุ่งเร็วกว่าเดิม
3. การตีtop spin : เป็นการตีลูกให้มีความหมุนและพุ่ง โดยให้หน้าไม้เสียดสีกับลูก บริเวณด้านข้างเฉียงบนลูก โดยตีในจังหวะที่ลูกกำลังเคลื่อนที่ลง หลังจุดสูงสุด
4. การตีลูกตัด : เป็นการตีลูกแบบสับ ขณะที่ลูกกำลังเคลื่อนที่ขึ้นหลังจากที่ลูกกระทบโต๊ะ
5. การฝึกตีต่อเนื่อง : เป็นการตีโฟร์สลับแบคแฮนด์ หรือ top spin โดยการเคลื่อนที่ให้สัมพันธ์กับทิศทางของลูก การฝึกเช่นนี้ จะทำให้ผู้เล่นเกิดความคล่องตัว ตีลูกได้ทุกทิศทาง
6.การฝึก foot work :
- ระยะห่างระหว่างเท้าซ้าย กับ เท้าขวา ให้ห่างเท่ากับระยะห่างระหว่างหัวไหล่ หรือจะห่างมากกว่าก็ได้ แต่ไม่ควรยืนให้แคบกว่าระยะห่างระหว่างหัวไหล่ของตนเอง
-ปลายเท้าทั้งสองข้าง ชี้ไปข้างหน้า
-ปล่อยให้น้ำหนักตัวของเรา ตกลงที่ปลายเท้าทั้ง 2 ข้าง
-เท้าของข้างที่มือจับไม้ปิงปอง อยู่ต่ำกว่าเท้าอีกข้างหนึ่งเล็กน้อย
-ย่อเข่า และ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
นี่เป็นการฝึกขั้นพื้นฐานที่จะทำให้กล้ามเนื้อ อวัยวะ และสมองจดจำท่าทางต่างๆ และทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผลสืบเนื่องจากการซ้อมตีลูก ก็จะทำให้เกิดสมาธิในการเล่นเป็นอย่างดี