จุดมุ่งหมายในชีวิต 3 ขั้น

หลายคนสงสัย..และมักถามดิฉัน..เรียนสาขานี้..เหรอ?ทำไมไม่เรียนต่อทางจิตวิทยาเหมือนตอนปริญญาโท? ทำไม????...อืมม์..นั่นสิคะ..ทำไม..ตอนที่ตอบสัมภาษณ์หลังผ่านข้อเขียนปี2549 ที่ผ่านมา ดิฉันอาจแสดงแววตามุ่งมั่นให้อาจารย์เห็นก็ได้.(เป็นข้อดีของการสอบสัมภาษณ์) และให้เหตุผลว่า..ความรู้ที่ใช้ประกอบอาชีพ ได้มาแล้วจากการเรียนปริญญาตรี ความรู้เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญ พัฒนาตนเองและพัฒนางานในอาชีพของเรา...ได้จากการเรียนปริญญาโท..ส่วนความรู้ในระดับปริญญาเอกคือการที่เราต้องการค้นหาความหมายของความเป็นตัวตนของเรา (ฟังดูวุ่นวายดีนะคะ) และเป็นการเน้นจุดยืนของเราที่จะช่วยให้ชีวิตเรามีความหมาย อาจดูงงๆ แต่ก็เป็นที่มาของการเลือกสาขานี้ของดิฉัน..

ในความเป็นจริงถ้าใครจะสอบสัมภาษณ์เข้าเรียนต่อ...มีคำแนะนำค่ะว่า ให้ศึกษาปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตรเสียก่อน..อย่างที่นี่ ปรัชญาคือ สร้างผู้นำทางวิชาการ นักคิดและสร้างองค์ความรู้ในศาสตร์ด้านการศึกษาและการพัฒนาสังคม ประกอบด้วยความรู้ ความสามารถ คุณธรรมและจริยธรรม พร้อมที่จะนำความรู้ไปพัฒนาประเทศ ชื่อหลักสูตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด :การศึกษาและการพัฒนาสังคม)

ในหลักการน่ะค่ะเรารู้ปรัชญาของสาขาที่อยากเรียนเราจะได้พูดคุยกับอาจารย์ผู้สัมภาษณ์ได้..ว่าแต่เราอยากเป็นนักคิด..อยากสร้างองค์ความรู้แบบไหนก็ว่าไป..แต่ไม่ควรที่จะลืม.." ขายฝัน" ของเราให้กรรมการท่านรับทราบ..และนี่คือที่มาของการเริ่มเรียนรู้เรื่องราวการศึกษาและการพัฒนาสังคมค่ะ

ภาพคณาจารย์..และนิสิตไทย-ลาว..พวกเราไปดูงานเรื่องการศึกษา..เป็นช่วงที่ดีในชีวิตการเรียน..ที่ได้ลุย!

ในการเรียนที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆนั้น..มุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ..เราจะเริ่มรู้ว่า เราจะเรียนอย่างไรให้มีความสุข..เราต้องแบ่งปันความรู้กันอย่างไรและเราต้องคิดถึงเป้าหมายอย่างไร..

ในส่วนนี้ยกคำกล่าวของพระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตโต)ที่กล่าวไว้ใน"เล่าเรียนกัน-ทำงานกันไป..ชีวิตได้อะไร" (หนังสือเล็กๆที่อ่านหลายรอบ) ท่านกล่าวว่า จุดหมายแบ่งเป็น3ขั้น

จุดหมายที่1.เรียกว่าจุดหมายที่ตามองเห็น เป็นพื้นฐานที่สุด ก็คือการมีรายได้ มีทรัพย์

จุดหมายที่2.เรียกว่าจุดหมายที่เลยตามองเห็น คือจุดหมายด้านในหรือด้านจิตใจ หมายถึงการพัฒนาชีวิตจิตใจ การมีความสุขในการทำงาน..มองเห็นคุณค่าในงาน

จุดหมายที่3. จุดหมายที่พ้นเหนือโลกหรือจุดหมายที่พ้นเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์เรียกว่าประโยชน์สูงสุด

ไม่ว่าเราจะมองชีวิตในการพัฒนาตนเอง หรือเป็นการสะสมสร้างสรรค์ความดีงามก็ตาม หลักประโยชน์ 3 ขั้นนี้นำไปใช้ได้เสมอ..ซึ่งจะทำให้เราอยู่เหนือจากความเป็นทุกข์..พระพุทธศาสนาบอกไว้ว่าคนเราเกิดมาควรเข้าถึงให้ครบประโยชน์ทั้ง 3 ขั้น และประโยชน์ทั้ง 3 ขั้นนี้คือเครื่องมือหรือเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้วัดผลตนเองในการดำเนินชีวิต

และนี่ก็เป็นที่มาที่ทำให้ชีวิตการเรียนเริ่มสนุกขึ้นมาแล้วหละค่ะ!....ไว้อ่านภาค 2 ต่อ....ค่ะ