สามีฉันป่วยเป็นโรคเบาหวานมานานไม่ต่ำกว่าสามสิบปีแล้ว เคยมีอาการเบาหวานขึ้นตาเส้นเลือดฝอยในตาแตกทำให้มองไม่เห็นภาพ จึงต้องรักษาด้วยการยิงเลเซอร์ ต่อมาก็ต้องไปผ่าตัดเอาน้ำวุ้นลูกตาออก หลังจากนั้นอีกหลายปีก็มีอาการไตวายต้องฟอกเลือดอยู่ประมาณสองปีก็ได้เปลี่ยนไต ขณะนี้เปลี่ยนไตมาได้สิบสองปีแล้ว เมื่อสองปีก่อนมีอาการเส้นเลือดฝอยในสมองตีบ
ทำให้แขนขวาอ่อนแรงต้องนำส่งโรงพยาบาลแล้วคุณหมอฉีดยาละลายลิ่มเลือดให้ และให้ทำกายภาพบำบัด ใช้เวลานานเป็นปีเหมือนกันจึงจะกลับมาเซ็นชื่อได้ใกล้เคียงกับลายเซ็นเดิม
สามีฉันควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยการฉีดอินซูลินมานานแล้ว โดยฉีดฮิวมูลินผสม 70/30 ตอนเช้า 40 ยูนิต และตอนเย็น 20 ยูนิต ต่อมาเมื่อไปตรวจสุขภาพครั้งหลังสุดได้ปรึกษากับคุณหมอและทดลองเปลี่ยนฮิวมูลินแบบฉีดวันละครั้งและรับประทานยาควบคุมร่วมด้วย แล้วทดลองเจาะเลือดดูเป็นระยะ ๆ ปรากฏว่าระดับน้ำตาลยังสูง สามีฉันก็ปรับเองโดยการฉีดฮิวมูลิน 70/30 เพิ่มอีก 10 ยูนิต หลังจากกินอาหารในตอนดึก
วันนี้เป็นวันอาทิตย์สามีฉันตื่นสายมากประมาณเกือบเที่ยง แล้วร้องเรียกฉันจากห้องนอน ฉันขึ้นชั้นบนไปยังห้องนอน เห็นสามีนอนอยู่บนเก้าอี้เอน เขาก็บอกให้ไปเอาโยเกิร์ตมาให้สองถ้วยแต่กว่าจะนึกคำว่าโยเกิร์ตออกต้องคิดอยู่ชั่วครู่ และบอกให้เอาโค้กใส่น้ำแข็งมาให้ด้วย ฉันก็ลงมาข้างเข้าไปในครัวหยิบของในตู้เย็นแต่โค้กที่มีในตู้เย็นเป็นโค้กที่ไม่มีน้ำตาล ปกติสามีฉันจะรู้ตัวเมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำจะมีอาการเหงื่อออก เวียนศีรษะ ขาไม่มีแรง ก็จะกินโยเกิร์ตหนึ่งถ้วยแล้วก็จะลงมาข้างล่างมากินกาแฟและขนมเป็นอาหารเช้า แล้วไปทำงานที่ร้าน
แต่วันนี้เมื่อกินโยเกิร์ตได้ครึ่งถ้วยก็บอกให้ฉันช่วยป้อนให้ ฉันก็ป้อนให้จนหมดสองถ้วยพร้อมกับตั้งข้อสังเกตไปด้วยว่า รู้สึกว่าเธอจะไม่ปกตินะ เขาก็ตอบว่า ฮืม1รู้สึกไม่ค่อยปกติ
แล้วเขาก็บอกให้ไปเอาโยเกิร์ตมาอีกสองถ้วย ฉันไม่เอาให้เพราะคิดว่าสองถ้วยก็น่าจะลงไปข้างล่างได้แล้ว แล้วฉันก็ปิดประตูห้องนอนลงมาข้างล่าง ต่อมาก็ได้ยินเสียงเขาส่งเสียงร้องเสียงดัง ฉันก็รีบขึ้นไปดู เขาก็ยกมือขึ้นทั้งสองมือแล้วชี้ ลักษณะมือที่ชี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีเรียวแรง ตาลอย ๆ แล้วพูดไม่เป็นคำพูด ฉันตกใจมากถามว่าเป็นอะไรไป ไหนลองยกมือขึ้นสิเขาก็ยกขึ้นแล้วเอามือลงทันที ไหนลองยกขาสิ เขาก็ยกขึ้นแล้วทิ้งน้ำหนักลงทันที ฉันรีบโทรศัพท์ไปหาน้องชายของสามีซึ่งเป็นหมออยู่ที่โคราช บอกอาการของสามีให้ทราบ คุณหมอก็บอกว่าสงสัยเส้นเลือดในสมองตีบบางส่วนให้ไปโรงพยาบาลเลยแล้วจะโทรบอกเพื่อนที่เป็นหมอที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดให้ ฉันรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วใส่เสื้อให้สามีแต่พอจะใส่กางเกงให้เขาไม่สามารถยืนได้และฉันเองไม่กล้าให้ยืนด้วยเพราะกลัวว่า ถ้าเขาล้มลงฉันจะพยุงไม่ไหว ในระหว่างนั้นน้องชายสามีก็โทรมาบอกว่าให้เอาอะไรที่หวาน ๆ ให้สามีฉันกินอีก เผื่อน้ำตาลต่ำไม่ใช่เส้นเลือดในสมองตีบแล้วตรวจน้ำตาลด้วย แต่บังเอิญฉันลืมเครื่องตรวจน้ำตาลไว้ที่ร้าน ฉันรีบลงมาหยิบขวดน้ำผึ้งและน้ำครึ่งแก้วขึ้นไปป้อนให้สามี โดยป้อนน้ำผึ้งแล้วป้อนน้ำตาม ฉันป้อนน้ำผึ้งสามช้อนโต๊ะ แล้วเรียกสามี เขายังไม่รู้สึกตัว(หมายถึงยังเปรอ ๆ) ฉันก็ป้อนอีกช้อนหนึ่ง ระหว่างที่ป้อนไปแล้วรอดูผลไป ฉันก็โทรไปหาพี่สาวที่อยู่หมู่บ้านจัดสรรหมู่บ้านเดียวกันบอกให้รู้ว่าสามีฉันไม่สบายต้องพาไปโรงพยาบาลให้พี่สาว พี่เขย และหลานสาวมาช่วยฉันด้วย แล้วโทรไปหาพี่เลี้ยงของพ่อสามี(อายุ 86 และหลงแล้ว)ซึ่งวันนี้เป็นวันหยุดของเขา บอกให้กลับมาอยู่ดูแลพ่อสามี แล้วโทรไปหาน้องชายและลูกจ้างที่ร้านให้มาช่วยพยุงสามี ไม่นานทุกคนก็มาถึง หลานสาวก็โทรไปขอความช่วยเหลือจากศุนย์นเรนธร บอกอาการของคนไข้ ส่วนฉันก็ถามสามีว่าจำได้หรือเปล่าว่าคนนี้เป็นใคร คนนั้นเป็นใคร สามีฉันเรียกชื่อหลานสาวและพี่สาวได้ ทุกคนใจชื้นขึ้น ขณะนั้นหลานชายของสามีซึ่งเป็นหมออยู่ที่โคราชแห่งเดียวกับคุณพ่อเขาโทรเข้ามาถามอาการ ฉันจึงให้สามีพูดโทรศัพท์ เขาสามารถตอบคำถามและเล่าอาการได้ และพูดชัด ฉันรู้สึกโล่งอก ต่อมาสามีฉันก็ลุกขึ้นยืนได้ พอดีรถพยาบาลก็มาถึง มากันสามคน มีคนขับรถ พยาบาล และผู้ช่วย เราก็บอกคุณพยาบาลว่าพอป้อนน้ำผึ้งให้แล้วคนไข้ก็รู้สึกตัว คุณพยาบาลก็ขอตรวจน้ำตาล ผลปรากฏว่าระดับน้ำตาล 78 แล้วคุณพยาบาลก็ถามว่า คนไข้จะไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือเปล่า สามีฉันบอกว่าอีกไม่กี่วันก็ถึงวันที่คุณหมอนัดแล้ว ค่อยไปวันนั้นเลยดีกว่า คุณพยาบาลก็แนะนำว่าให้เตรียมน้ำหวานไว้ ถ้าคนไข้น้ำตาลต่ำก็ให้ดื่มน้ำหวานทันที
หลังจากให้สามีทานอาหารและทุกคนลากลับไปแล้ว ฉันนั่งคุยกับสามี ฉันบอกว่าเหตุการณ์ตอนที่เขาพูดไม่เป็นภาษา ตาลอย ๆ น่ากลัวมาก ในขณะนั้นฉันนึกถึงภาพเพื่อนของฉันที่เส้นเลือดฝอยในสมองแตกนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลซึ่งฉันเพิ่งไปเยี่ยมมา โชคยังดีที่น้องชายสามีอยู่เมืองไทยสามารถโทรมาแนะนำให้พ้นวิกฤติได้ สามีฉันพูดว่า "ชีวิตฉันเฉียดตายมาหลายครั้งแล้ว ต่อไปนี้ถ้าเธอเห็นฉันอาการไม่ดี ให้เอาน้ำหวานให้กินก่อนส่งโรงพยาบาล น้ำตาลสูงแก้ได้ แต่น้ำตาลต่ำอาจตายได้"
ขอบคุณค่ะคุณครูอิง แล้วจะคลิกไปดูค่ะ
สมองพิการต้องหาหมออ่ะลองหาข้อมูลดู
ชีวโมเลกุล
การรักษาแบบใหม่นี้สร้างความหวังให้แก่ผู้ป่วยทุกข์ทรมาน ที่หมดหวังกับยาสามัญทั่วไปเป็นเวลากว่าสี่สิบปีที่การรักษาด้วยชีวโมเลกุลได้แสดงให้เห็นว่ามันมีประสิทธิภาพอย่างมาก
แม้ในกรณีที่รุนแรง เช่น มองกะลิสซึม(ภาวะผิดปกติของโครโมโซม), สมองพิการ, ตาบอดแรกเริ่ม
ไอคิวของผู้ป่วยปัญญาอ่อน ได้รับการปรับปรุงให้ดีอย่างเห็นได้ชัดและหลายเรื่องที่เป็นเชิงลบด้วยเช่นกัน แม้กระทั่งในผู้ป่วยที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคที่ไม่เฉพาะเจาะจงก็ได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นฟูโดยทั่วไปเช่นกันโดยมีพัฒนาการอย่างมากทางความยืดหยุ่น,กล้ามเนื้อ,ความสามารถทางร่างกายและจิตใจรวมถึงประสิทธิทางเพศเพิ่มขึ้นอีกด้วย
แนวคิดเดิมของการรักษาด้วยเซลล์ที่มีชีวิตเริ่มต้นที่ยุโรปโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสที่ยอดเยี่ยม ศาสตราจารย์พอล เนลฮานส์ ในปี 1931 และได้มีการพัฒนาต่อโดยนักเรียนคนแรกชาวเยอรมันของเขา ดร. ซิกฟรีด บล็อก อย่างไรก็ตามแม้ว่าการรักษาด้วยเซลล์ที่มีชีวิตจะประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ก็มาพร้อมๆกับปัญหาและข้อเสียมากมาย และในปีที่ผ่านมาศาสตราจารย์คาร์ล เทอเร่อ (Karl Theurer) ชาวเยอรมัน ได้มีการปฏิวัติแนวคิดใหม่ทั้งหมด
วิธี เทอเร่อ(Theurer) นี้ ใช้เนื้อเยื่อสดจากสัตว์สุขภาพดีที่มีอยู่ในสต็อก ปลดปล่อยมันออกจากทุกเรื่องภายนอกแล้ว อัดมันที่อุณหภูมิลบ 195 องศา หลังจากได้รับการรักษาในสุญญากาศที่เป็นกรดโดยไม่ใช้ความร้อน ผลที่ได้คือผงแห้งที่ประกอบด้วย อวัยวะส่วนเล็ก ๆ ที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอยู่ สิ่งนั้นสามารถฉีดหรือนำไปทำเป็นรูปแบบยาเม็ดหรือแคปซูล โดยไม่มีแนวโน้มที่จะปฏิเสธหรือการแพ้ และ สามารถบรรเทาความรู้สึกไม่สบายให้ลดลงเมื่อฉีดเข้าไปในผู้ป่วย
รูปแบบของชีวโมเลกุลหรือการบำบัดด้วยไซโตพลาสมาติก(Cytoplasmatic)นี้ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของประเทศเยอรมันมานานกว่าห้าสิบปีและได้รับการยอมรับในการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายในกว่า 60 ประเทศ ทุกวันนี้ในประเทศเยอรมันนำมาใช้เป็นวิธีการหลักของการรักษามากกว่า 5,000 สถาบันการแพทย์และในการรักษาของแพทย์โดยตรงกับผู้ป่วยของพวกเขา
ซึ่งแตกต่างจากการรักษาทางการแพทย์สมัยปัจจุบันเป็นอย่างมากการรักษาด้วยชีวโมเลกุลพยายามที่จะรักษาที่สาเหตุไม่ใช่ที่อาการ
ตัวอย่างเช่น โรคเบาหวาน เกิดจากความล้มเหลวของเซลล์บางตัวในตับอ่อนที่จะสร้างอินซูลินให้เพียงพอ ดังนั้นเมื่ออินซูลินเป็นสิ่งที่จำเป็นในการเผาผลาญน้ำตาล ผลที่ตามมาก็คือ จำนวนน้ำตาลที่มีมากเกินไปในระบบเลือด
การรักษาแผนปัจจุบันนั้นแนะนำให้ฉีดอินซูลินเข้าไปซึ่งต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่น่าเบื่อ วิธี เทอเร่อ(Theurer)การบำบัดรักษาตับอ่อนโดยตรงด้วยการฉีดอย่างรอบคอบ เลือกเซลล์ตับอ่อนที่มีสุขภาพดีเข้าไปในร่างกาย จึงช่วยให้อวัยวะซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติและเพิ่มผลผลิตอินซูลินของตัวเอง
ผู้ป่วยโรคเบาหวานพบว่า มันทำให้พวกเขาสามารถลดจำนวนของการฉีดอินซูลินทุกวัน นอกจากนี้จากการรายงาน ยังพบว่า มันช่วยให้สุขภาพโดยรวมของพวกเขานั้นดีขึ้น เพราะ วิธีการของ เทอเร่อ (Theurer) นั้นตระหนักดีว่า โรคเบาหวานมักจะมีผลกระทบต่อตับไต และอวัยวะอื่น ๆ พร้อมกับการแนะนำการรักษาที่จะช่วยให้อวัยวะนั้น ๆ ถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยตัวเอง