คุณนิ่ม
คุณยอดรัก
--------------
ยังจำคุณทั้งสองได้ดีค่ะ
ขอตอบคุณทั้งสองคน ดังนี้
๑.
เรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเป็นทางหนึ่งในการมีเอกสารแสดงตน
คุณสามารถให้คุณนิ่มรับเป็นนายจ้างได้ค่ะ
โดยระบุอาชีพว่าเป็นคนรับใช้ในบ้าน
ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายอาชีพที่เปิดขึ้นทะเบียน
๒.จะต้องไปแสดงตนเพื่อขึ้นทะเบียน ณ
อำเภอ/เขต ที่นายจ้างมีภูมิลำเนา--คุณนิ่มมีภูมิลำเนา(มีชื่อในทะเบียนบ้าน)ที่ไหนคะ
ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ?
ถ้าใช่ก็ดำเนินการขึ้นทะเบียนที่ปทุมธานี
๓.แม้ว่าคุณยอดรักจะไม่มีเอกสารใดๆเลยก็ขอขึ้นทะเบียนแรงงานได้ค่ะ
(เนื่องจากกการเปิดขึ้นทะเบียนแรงงานรอบนี้เปิดกว้างสำหรับแรงงานใต้ดินที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนแรงงานด้วย
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีเอกสารการขึ้นทะเบียนแรงงานในครั้งก่อนๆ
หรือพาสปอร์ต)
การขึ้นทะเบียนแรงงานมี ๓ ขั้นตอน
ดังนี้
๑. การแสดงตนเพื่อสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ท.ร.๓๘/๑ สำหรับแรงงานต่างด้าวที่มาจากพม่า ลาว และกัมพูชา (ในขั้นตอนนี้คุณยอดรักจะต้องระบุว่ามาจากประเทศไหน เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิสูจน์สัญชาติกับประเทศต้นทางต่อไป)--ขั้นตอนนี้อยู่ในความดูแลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
ขั้นตอน :
Ø คุณยอดรักซึ่งเป็นผู้ขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวจะต้องเตรียมรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป
Ø ส่วนคุณนิ่มหากจะเป็นนายจ้างจะต้องติดต่อไปที่จัดหางานจังหวัดปทุม(หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนา) เพื่อขอโควต้าจ้างแรงงานต่างด้าว ถ้าคุณนิ่มไม่มีโควต้า ก็ไม่สามารถจะทำบัตรประจำตัวและใบอนุญาตทำงานให้คุณยอดรักได้
Ø เมื่อคุณนิ่มได้โควต้ามาแล้วก็พาคุณยอดรักไปทำทร.38/1 เมื่อได้เอกสารทร.38/1 ก็ไปตรวจสุขภาพ และขอใบอนุญาตทำงานตามลำดับ ไปแต่เนิ่น ๆ เพราะช่วงปลายเดือนคนจะเยอะ จะยุ่งยาก
Ø ในขั้นตอนนี้มีค่าใช้ดำเนินการทั้งสิ้น 80 บาท
๒. การตรวจสุขภาพเพื่อซื้อประกันสุขภาพสำหรับแรงงานต่างด้าวที่ต้องการขอใบอนุญาตทำงาน ค่าใช้จ่าย ๑,๙๐๐ บาท --ขั้นตอนนี้อยู่ในความดูแลของ กระทรวงสาธารณสุข
๓. การขอใบอนุญาตทำงานจากกระทรวงแรงงาน ค่าใช้จ่าย ๑,๙๐๐ บาท--ขั้นตอนนี้อยู่ในความดูแลของกรมการปกครอง กระทรวงแรงงาน
ข้อควรระวัง:
เมื่อคุณยอดรักได้ใบอนุญาตทำงานแล้ว จะไปทำงานอื่นไม่ได้ จะต้องทำงานในบ้านหรือในงานที่คุณนิ่มเป็นเจ้าของ เพราะหากมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบแล้วพบว่าคุณยอดรักทำงานอื่น ก็จะโดนข้อหาทำงานผิดประเภทได้
๔.เรื่องการจดทะเบียนสมรส—หลังจากขึ้นทะเบียนแรงงานแล้วค่อยไปจดทะเบียนสมรสก็ได้ค่ะ
ตอนจดทะเบียนสมรสควรนำพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือและรู้จักคุณทั้งสองคนเป็นอย่างดี
เพื่อไปยืนยันว่าคุณทั้งสองคน
ยังโสด(เพื่อป้องกันการจดทะเบียนสมรสซ้อน)
และไม่ได้เป็นญาติกัน(ป้องกันการสมรสระหว่างเครือญาติ)
โดย
๑.กิติวรญา รัตนมณี
๒.อดิศร เกิดมงคล
บันทึกโดยกิติวรญา
รัตนมณี
๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒
เวลา ๑๑.๓๐ น.
From: อ.บอม
To: คุณนิ่ม คุณยอดรัก
Date: Fri, 3 Jul 2009 05:50:39 +0000
คุณยอดรัก
ช่วยให้รายละเอียดเรื่องบ้านที่อยู่ในปัจจุบัน หรือที่จะไปขึ้นทะเบียน และชื่อในทะเบียนบ้านของคุณนิ่มให้หน่อยได้ไหมครับ ไม่งั้นผมแนะนำเรื่องขึ้นทะเบียนไม่ถูกจริง ๆ
บอม
From: ยอดรัก
Date: Fri, 3 Jul 2009 13:03:36 +0700
เรียน อ.บอม
ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านนิ่มอยู่จังหวัดเลยครับ แต่พี่สาวซื้อคอนโดอยู่ในอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งทะเบียนบ้านที่นี้ยังไม่มีใครย้ายเข้าเลยครับ พี่สาวก็ยังไม่ได้ย้ายเข้าและพี่สาวที่เป็นเจ้าของคอนโดก็พึ่งเปลี่ยนชื่อใหม่ อย่างนี้จะมีผลต่อการย้ายทะเบียนเขาคอนโดของนิ่มไหมครับ ถ้าหากพี่สาวไม่ย้ายเข้าแล้วนิ่มจะย้ายได้ไหม การย้ายต้องใช้เวลานานไหมครับ ทำเรื่องย้ายวันนั้นแล้วสามารถทำเรื่องขึ้นทะเบียนแรงงานต่อได้เลยไหมครับ แต่ที่อยู่ปัจจุบบันตอนนี้พักหอพักแถวคลองตันครับ ถ้าทำบัตรแรงงานได้แล้วจะยังสามารถพักที่คลองตันได้ไหมครับ ถ้ามีโอกาสได้เรียนผมจะลงเรียนที่ กศน.เขตวัฒนาครับ จะเป็นไปได้ไหมครับ
รบกวนด้วยนะครับ
From: อ.บอม
Date: Sat, 4 Jul 2009 04:47:54 +0000
คุณนิ่มสามารถย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านที่ลำลูกกาได้เลยครับ ผมเสนอให้คุณนิ่มทำเรื่องย้ายเข้า พร้อมกับไปขอโควต้าจ้างแรงงานไว้ก่อนเลย และหลังจากนั้นก็ค่อยไปทำ ทร. 38/1 และไปตรวจสุภาพที่โรงพยาบาล แล้วค่อยกลับมาทำใบอนุญาตทำงานอีกทีก็ได้ครับ
ส่วนทำบัตรแรงงานแล้วสามารถพักที่คลองตันได้หรือไม่ ตามระเบียบนั้นไม่น่าจะได้ครับ แต่ลองขอยื่นทำงานในสองพื้นที่ดูครับ โดยบอกว่ามีี่พักสองพื้นที่ ต้องดูแลทั้งสองที่ครับ หอพักที่คลองตันมีสัญญาเช่าไหมครับ หรือเป็นหอพักแบบธรรมดา ยังไงให้คุณนิ่มลองไปติดต่อที่จัดหางานเขต เพื่อสอบถามรายละเอียดเรื่องการขออนุญาตทำงานสองพื้นที่ได้ครับ เขาจะให้รายละเอียดให้ได้
บอม
From: ยอดรัก
Date: Sat, 4 Jul 2009 13:20:52 +0700
ขอบคุณมากครับ ผมขอถามเพิ่มเติมอีกสักข้อสองข้อครับ เวลาย้ายทะเบียนบ้านสามารถย้ายแบบออนไลน์ได้ไหมครับต้องหลักฐานอะไรบ้าง และพี่สาวที่เป็นเจ้าของต้องไปด้วยไหมครับ ผมว่าจะโทรไปสอบถามที่อำเภอแต่ว่าหยุดยาวถึงวันที่8 ถ้าเปิดทำการเมือ่ไหร่ผมจะรีบไปทันทีครับ
ยอดรัก
ตอบคุณยอดรัก
๑. วิธีการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน:
a. สามารถแจ้งย้ายปลายทางแบบออนไลน์ได้ค่ะ
b. คนที่จะย้ายเข้ามาจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าบ้านเสียก่อน โดยเจ้าบ้านอาจเดินทางไปให้ความยินยอมด้วยตนเอง หรือทำหนังสือแสดงความยินยอมพร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
c. การแจ้งย้ายเป็นแบบออนไลน์ใช้เวลาไม่นานค่ะไม่เกิน 15 นาที
d. รายละเอียดเพิ่มเติม
i. สายด่วนศูนย์บริการงานทะเบียนและบัตร 1548
ii. สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง www.borathailand.org
๒. หลักฐานประกอบการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน:
a. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ย้ายชื่อ
b. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน
c. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
d. หนังสือแสดงความยินยอมให้ย้ายเข้าบ้านของเจ้าบ้าน--เจ้าบ้านไม่จำเป็นต้องไปด้วย
e. ค่าธรรมเนียมในการแจ้งย้ายออนไลน์ 10 บาท
๓. หากย้ายชื่อเข้าแล้วก็สามารถดำเนินการขึ้นทะเบียนแรงงานต่อได้เลยหากเอกสารพร้อม
๔.หลังขึ้นทะเบียนแรงงานแล้วสามารถสมัครเรียนได้ค่ะ หากเรียนในเขตที่ขออนุญาตขึ้นทะเบียนแรงงานก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการเดินทาง
อ.ไหมค่ะ การขึ้นทะเบียนแรงงานนี้ เขาไม่ได้ดูว่านายจ้างอายุเท่าไหร่แล้วก็รายได้เท่าไหร่ใช่ไหมค่ะ
อัญชลี
อยากทราบเหตุผลที่ต้องให้ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน (เช่า)
ทำไมไม่หาวิธีที่ง่าย กว่านี้คะ
From: คุณนิ่ม คุณยอดรัก
Subject: ความคืบหน้าของผม ยอดรัก ในการขึ้นทะเบียนแรงงานครับ
ถึงทุกท่านที่คอยให้ความช่วยเหลือ
ในวันที่ 9 ก.ค หลังจากที่ได้รับข้อมูลจากอาจารย์หลายๆท่านในการย้ายทะเบียนบ้านเพื่อขึ้นทะเบียนแรงงาน ในตอนเช้านิ่มได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอลำลูกกา พร้อมเอกสารในการขอย้ายทะเบียนบ้านมีดังนี้
1. สำเนาทะเบียนบ้านของนิ่มที่ จ.เลย
2. สำเนาบัตรประชาชน
3. สัญญาซื้อขายฉบับจริง และสำเนา
4. ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านตัวจริงที่จะย้ายเข้า และสำเนา
5. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ซือ(พี่สาวนิ่ม)
6. สำเนาใบสำคัญเปลี่ยนชื่อ (ในกรณีนี้คือ พี่สาวนิ่มได้มีการเปลี่ยนชื่อหลังจากซื้อคอนโด)
7. พี่สาว ที่เป็นเจ้าของคอนโด
8. และสุดท้ายคือเราต้องไปดำเนินการเอง
พอไปถึงที่ว่าการอำเภอลำลูกกาก็ได้ไปแสดงความจำนงในการย้ายทะเบียนบ้านกับเจ้าหน้าที่ เราก็ยื่นเอกสารให้ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่สามารถย้ายที่นี่ได้ต้องไปย้ายที่เทศบาลตำบลคูคต(ซึ่งเราไม่ทราบมาก่อนว่าสามารถทำที่เทศบาลได้)และได้เห็นคนที่ไปขึ้นทะเบียนแรงงานเยอะมาก จึงได้โอกาสสอบถามนายจ้างที่เขามาขึ้นทะเบียนด้วยว่าตั้นตอนมันเป็นอย่างไง เขาบอกว่าต้องไปขอโควต้าที่จัดหางานจังหวัดก่อน แล้วค่อยมาที่อำเภอ ดังนั้นนิ่มกับพี่สาวเลยได้เดินทางย้อนกับมาที่เทศบาลตำบลคูคตซึ่งอยู่ห่างจากคอนโดไม่ถึง 1 กิโลเมตร พอถึงเทศบาลเราก็ได้แจ้งความจำนงต่อเจ้าหน้าที่ว่าจะย้ายทะเบีนย้าน เราก็ได้ยื่นเอกสารทั้งหมดให้ เจ้าหน้าที่ก็ตรวจสอบว่าเอกสารครบและถูกต้อง เจ้าหน้าที่ก็ได้ถามว่า จะย้ายเข้าเป็นเจ้าบ้านเลยไหมครับ พี่สาวเลยให้นิ่มเป็นเจ้าบ้าน หลังจากนั้นไมนานการย้ายทะเบียนบ้านก็เสร็จ แล้วช่วงบ่ายนิ่มก็ถ่ายบัตรประชาชนใหม่ต่อได้เลย เป็นว่าในวันนี้ในการย้ายทะเบียนบ้านและการทำบัตรประชาชนให้อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานีก็เป็นอันเรียบร้อย ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารการขอโควต้าได้แล้ว
ในวันที่ 10 นิ่มและพี่ยอดรักได้เดินทางไปที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดปทุมธานี พอไปถึงเห็นคนเยอะมาและก็ได้เป็นป้ายประกาศติดไว้ว่า ถ้าจะขอโควต้าอาชีพอะไรต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ของนิ่มที่จะขอให้พี่ยอดรักคือ อาชีพ ผู้รับใช้ในบ้าน ซึ่งจะสามารถขึ้นทะเบียนได้ 1 คน ต่อบ้าน 1 หลัง ใช้เอกสารประกอบได้แก่
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน ในการขอขึ้นทะเบียนแรงงานเขาระบุไว้ด้วยว่าต้องเป็นเจ้าบ้านเท่านั้น โชคดีนะค่ะที่นิ่มยื่นขอเป็นเจ้าบ้านไว้ด้วย
3. แผนที่บ้าน
4. เอกสารยื่นคำร้องขอโควต้า
5. ในกรณีต้องดูแลเด็กอ่อน หรือผู้สูงอายุ ต้องมีเอกสารประกอบการพิจารณาด้วยค่ะ (แต่ของนิ่มไม่ต้องมี)
ขั้นตอนแรกคือ
1. ไปขอเอกสารยื่นคำร้องขอโควต้า ณ จุดประชาสัมพันธ์
2. กรอกเอกสารใบคำร้องให้เรียบร้อย พร้อมกับวาดแผนที่บ้าน
3. แนบเอกสารทั้ง 4 ใบ ให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้น
4. เจ้าหน้าที่จะเรียกตามบัตรคิวและตามอาชีพที่ขอไว้
5. เจ้าหน้าที่เรียกตรวจเอกสารว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ในกรณีของนิ่มครบถ้วนค่ะ
6. เจ้าหน้าที่ออกใบนัดรับโคต้าให้ ขอนิ่มนัดรับวันที่ 20 ก.ค ค่ะ
นิ่มได้มีการสนทนากับเจ้าหน้าที่ดังนี้
นิ่ม : ถ้าจะขอขึ้นทะเบียนไว้สองจังหวัดได้ไหมค่ะ
เจ้าหน้าที่ : ทำไมต้องขึ้นสองที่ค่ะ แล้วจะขึ้นจังหวัดไหนอีก
นิ่ม : พอดีที่ที่พักสองที่ค่ะ มีบ้านพักอยู่ใน กทม.อีกที่นึ่ง เผื่อจะให้เขาไปทำความสะอาดให้ แต่นานๆครั้ง
เจ้าหน้าที่ : งั้นมีเอกสารสัญญาซื้อขายมาด้วยไหมค่ะ ที่ กทม.นะค่ะ
นิ่ม : ไม่มค่ะเพราะว่าตรงนั้นเป็นแบบเช่า มีแต่สัญญาเช่าใช้ได้ไหมค่ะ
เจ้าหน้าที่ : งั้นคงไม่ได้ค่ะ ใช้ได้เฉพาะสัญญาซื้อขาย... แต่ว่าลูกจ้างสามารถไปไหนมาไหนกับนายจ้างได้อยู่แล้วนิค่ะ สามารถไปได้ทั่วประเทศ
นิ่ม : แล้วจะไม่โดนจังเหรอค่ะ
เจ้าหน้าที่ : ถ้าไปกับนายจ้าง และก็ทำงานให้นายจ้างเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพที่เราแจ้งไว้ก็ไม่ผิดค่ะ
นิ่ม : อ๋อค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
หลังจากนั้นก็เดินมาสอบถามขั้นตอนที่โต๊ะประชาสัมพันธ์อีกครั้งหนึ่งว่าวันมารับใบโคต้าต้องเตรียมอะไรเพิ่มบ้าง เจ้าหน้าที่จึงบอกว่าแค่นำใบบัดมาก็มารับบัตรคิวรอรับเอกสารได้เลย นายจ้างไม่จำเป็นต้องมาเอกก็ได้ พอได้ใบนัดแล้วก็ให้รีบไปขึ้นทะเบียนแรงงานที่เทศบาลก่อนวันที่ 31 ก.ค นี้ หลังจากนั้นค่อยไปตรวจสุขภาพตามที่กำหนด มีค่าใช้จ่าย1900 บาท เมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็นำใบรับรองแพทย์พร้อมเอกสารมายื่นที่จังหวัดและก็ต้องพาลูกจ้างมาถ่ายรูปทำบัตรวันนั้นด้วยมีค่าใช้จ่ายอีก 1900 บาท
แล้วการไปขอโควต้าขึ้นทะเบียนก็เสร็จสินรอแต่วันที่จะปรับใบโควต้าค่ะ
หากมีความคืบหน้าจะรีบแจ้งให้ทุกท่านทราบนะค่ะ
ขอขอบคุณ อ.แหวว อ.ไหม อ.บอม และทุกท่านมากๆๆนะค่ะที่คอยให้คำปรึกษาเรา
อัญชลี / ยอดรัก
อยากสอบถามอาจารย์ว่า..กรณีที่เราต้องการย้ายแรงงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพ (ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน) มาทำงานที่ต่างจังหวัด โดยที่ต่างจังหวัด เราได้ขอโควต้าแรงงานไปยังกรมแรงงานแล้ว กรณีนี้เราอยากจะนำตัวแรงงานมาอยู่ที่ต่างจังหวัดแต่กลัวมีปัญหาโดนจับกุมระหว่างการเดินทาง ติดต่อไปที่กรมแรรงงานขอหนังสือยืนยันก็ไม่มี แต่ทางกรมแรงงานบอกว่าสามารถนำมติ ครม เรื่องการผ่อนผันการจับกุมแรงงานต่างด้าวมาอ้างได้ จะเรียนถามอาจารย์ว่าสามารถทำได้ตามที่ทางกรมแรงงานแจ้งหรือไม่ (ตั้งใจว่าจะนำแรงงานเดินทางมายังต่างจังหวัดโดยรถไฟ ได้ไปสอบถามตำรวจรถไฟว่า หากนำแรงงานเดินทางจะผิดกฏหมายหรือ ตำรวจรถไฟบอกว่าผิดกฎหมายและจะถูกจับกุมค่ะ) ขอความเห็นจากอาจารย์ด้วยนะคะ -v[86I,kd8jt
สวัสดีค่ะอาจารย์
รบกวนสอบถามเกี่ยวกับเราเป็นผู้ให้เช่าบ้าน และขณะนี้ผู้เช่ามีลูกจ้างพม่าแล้วจะไปขึ้นทะเบียนต่างด้าว เป็นผู้รับใช้ในบ้าน ทำได้รึเปล่า ถ้าทำได้อยากทราบว่าผู้ให้เช่าต้องทำอย่างไร ขอบคุณค่ะ
วันนี้นิ่มกับพี่ยอดรักได้เดินทางไปที่จัดหางานจังหวัดปทุมธานีมาค่ะ เพื่อจะไปรับใบโควต้าตามที่เจ้าหน้าที่นัดให้ไปรับหลังจากยื่นเรื่องไปแล้วตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค ค่ะ แต่คำตอบที่เรากลับมาก็คือเจ้าหน้าที่บอกว่าเอกสารยังไม่เรียบร้อบให้มารับวันหลัง หรือไม่ก็โทรมาถอบถามก่อนได้ว่าของเราเสร็จแล้วหรือยัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ความแน่นอนกับเราเลยว่าจะเสร็จวันไหน เรากลัวแต่ว่าจะเสร็จไม่ทันกำหนดรายงานตัวขึ้นทะเบียนวันที่ 31 ก.ค นี้ค่ะ
วันนี้เราได้ไปรับใบโควต้าและได้ไปยื่นขอขึ้นทะเบียนที่เทศบาลแล้วค่ะ เอกสารที่ใช้ในการยื่น คือ
1. สำเนาทะเบียนบ้านายจ้าง
2. สำเนาบัตรประชาชนนายจ้าง
3. ใบโควต้า
4. กรอกใบคำร้อง
5. รูปถ่ายลูกจ้างจำนวน 2 ใบ
และเจ้าหน้าที่ก็นัดถ่ายรูปทำบัตรในวันพรุ้งนี้ค่ะ หากเสร็จเร็วก็จะไปตรวจสุขภาพด้วยเลยค่ะ
ได้ผลประการใดแจ้งให้พวกเราทราบด้วยนะคะ
เมื่อวานพี่ยอดรักไปไปถ่ายรูปขึ้นทะเบียนแล้วค่ะ แต่ใช้ชื่อใหม่ค่ะชื่อ ธนพัต วงศ์จันทร์ และได้ไปยื่นตรวจสุขภาพแล้วที่โรงพยาบาลลำลูกกา แต่แพทญืนัดตรวจวันที่ 10 สิงหาคมค่ะ ตอนนี้เลยยังทำอะไรไม่ได้ค่ะ
อ.ไหมค่ะ ถ้าหากว่าพี่ยอดรักผ่านขั้นตอนการไปพิสูจน์สัญชาติแล้วได้พาสปอตส์มา แด้จดทะเบียนสำรสกับนิ่มแล้ว จะสามารถโอนสัญชาติเป็นสัญชาติไทยได้ไหมค่ะ
เท่าที่นิ่มทราบมาถ้าหากเปลี่ยนนาจ้าหรือเปลี่ยนงานก็ถือเป็นการยกเลิกการจ้างงานเก่าค่ะ ถ้าย้ายก็เท่ากับจ้างใหม่และยื่นเอกสารใหม่เหมือนคนขอโควต้าใหม่ค่ะ ยังไงรอยืนยันจากอาจารย์อีกทีนะค่ะ ปล..เขาจะหมดเขตวันพรุ้งนี้แล้วนะค่ะ
คุณนิ่มคะ
๑. เรื่องการจดทะเบียนสมรส
คุณนิ่มและคุณยอดรักสามารถดำเนินการได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอการพิสูจน์สัญชาติ เพียงแต่เข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้เลยค่ะ ส่วนเงื่อนไขในการสมรสก็เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวด ๒ : เงื่อนไขแห่งการสมรส (มาตรา ๑๔๔๘ - มาตรา ๑๔๖๐)
มาตรา ๑๔๔๘ การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้
มาตรา ๑๔๔๙ การสมรสจะกระทำมิได้ถ้าชายหรือหญิงเป็นบุคคลวิกลจริตหรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
มาตรา ๑๔๕๐ ชายหญิงซึ่งเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาก็ดี เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาก็ดี จะทำการสมรสกันไม่ได้ ความเป็นญาติดังกล่าวมานี้ให้ถือตามสายโลหิต โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นญาติโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
มาตรา ๑๔๕๑ ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะสมรสกันไม่ได้
มาตรา ๑๔๕๒ ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้
มาตรา ๑๔๕๓ หญิงที่สามีตายหรือที่การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่นจะทำการสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสามร้อยสิบวัน เว้นแต่
(๑) คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น
(๒) สมรสกับคู่สมรสเดิม
(๓) มีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญาซึ่งเป็นผู้ประกอบการรักษาโรคในสาขาเวชกรรมได้ตามกฎหมายว่ามิได้มีครรภ์ หรือ (๔) มีคำสั่งของศาลให้สมรสได้
มาตรา ๑๔๕๔ ผู้เยาว์จะทำการสมรสให้นำความในมาตรา ๑๔๓๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๔๕๕ การให้ความยินยอมให้ทำการสมรสจะกระทำได้แต่โดย
(๑) ลงลายมือชื่อในทะเบียนขณะจดทะเบียนสมรส
(๒) ทำเป็นหนังสือแสดงความยินยอมโดยระบุชื่อผู้จะสมรสทั้งสองฝ่ายและลงลายมือชื่อของผู้ให้ความยินยอม
(๓) ถ้ามีเหตุจำเป็น จะให้ความยินยอมด้วยวาจาต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนก็ได้ ความยินยอมนั้น เมื่อให้แล้วถอนไม่ได้
มาตรา ๑๔๕๖ ถ้าไม่มีผู้ที่มีอำนาจให้ความยินยอมตามมาตรา ๑๔๕๔ หรือมีแต่ไม่ให้ความยินยอมหรือไม่อยู่ในสภาพที่อาจให้ความยินยอม หรือโดยพฤติการณ์ผู้เยาว์ไม่อาจขอความยินยอมได้ ผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลเพื่ออนุญาตให้ทำการสมรส
มาตรา ๑๔๕๗ การสมรสตามประมวลกฎหมายนี้จะมีได้เฉพาะเมื่อได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น
มาตรา ๑๔๕๘ การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากันและต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย
มาตรา ๑๔๕๙ การสมรสในต่างประเทศระหว่างคนที่มีสัญชาติไทยด้วยกัน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย จะทำตามแบบที่กำหนดไว้ตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายแห่งประเทศนั้นก็ได้ ในกรณีที่คู่สมรสประสงค์จะจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ให้พนักงานทูตหรือกงสุลไทยเป็นผู้รับจดทะเบียน
มาตรา ๑๔๖๐ เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษซึ่งไม่อาจทำการจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนได้เพราะชายหรือหญิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรืออยู่ในภาวะการรบหรือสงคราม ถ้าชายและหญิงนั้นได้แสดงเจตนาจะสมรสกันต่อหน้าบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะที่อยู่ ณ ที่นั้น แล้วให้บุคคลดังกล่าวจดแจ้งการแสดงเจตนาขอทำการสมรสของชายและหญิงนั้นไว้เป็นหลักฐาน และต่อมาชายหญิงได้จดทะเบียนสมรสกันภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่อาจทำการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนได้ โดยแสดงหลักฐานต่อนายทะเบียนและให้นายทะเบียนจดแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ที่แสดงเจตนาขอทำการสมรส และพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ในทะเบียนสมรส ให้ถือว่าวันแสดงเจตนาขอทำการสมรสต่อบุคคลดังกล่าวเป็นวันจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนแล้ว ความในมาตรานี้มิให้ใช้บังคับถ้าหากจะมีการสมรสในวันแสดงเจตนาขอทำการสมรส การสมรสนั้นจะตกเป็นโมฆะ
ขอบคุณมากครับ อ.ไหม
ตอนนี้ผมได้ไปตรวจสุขภาพมาแล้วครับและได้ไปยื่นเรื่องขอใบอนุญาตทำงานและเสียค่าทำเนียมมาแล้วครับ แต่ผมยังไม่ได้บัตรแข็งครับ ทางกรมจัดหางานออกเอกสารมาให้เอามาใช้แทนบัตรแข็งอยู่ครับ ทางกรมแรงงานจัดหางานปทุมธานี เขานัดไปเอาบัตรอีกทีวันที่ 23 ธันวาคม เลยครับ อีกนานเหมือนกัน
อ.ไหม ครับ คือตอนนี้ทางบ้านผมส่งสำเนาทะเบียนบ้านมาให้ผมแล้วครับ ไม่ทราบว่าพอจะใช้ทำอะไรได้บ้างครับ ในสำเนาทะเบียนบ้านนั้นจะมีชื่อผมอยู่แต่ผมไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนทางโน้นนะครับ จะสามารถยื่นเรื่องขอแปลงสัญชาติได้ไหมครับ
ขอบคุณมากๆครับ
แฟนผมอายุ 17 เป็นแรงงานต่างด่าว มีบัตรทำเมื่อ กค 2552 ตอนนี้ท้อง 2เดือนแล้ว จะจดทะเบียนสมรสได้หรือไม่ และลูกผมจะได้สญชาติไทย เชื้อชาติไทยหรือเปล่า
และเบิกประกันสังคมได้ไหมครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ