'มาฆบูชา' สักการะพระแท่นศิลาอาสน์ ชมศิลปวัฒนธรรม-สะท้อนวิถีชีวิตชาวเหนือ
วันมาฆบูชา ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งทางพุทธศาสนา และถือกันว่าเป็นวันที่รอคอยการทำบุญใหญ่ สำหรับผู้ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นการรำลึกถึงวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาติ โมกข์ต่อพระสงฆ์สาวก 1,250 รูป ล้วนเป็น พระอรหันต์ที่เดินทางมาเข้าเฝ้า ณ เวฬุวันกรุงราชคฤห์ โดยมิได้มีการนัดหมายกันแต่อย่างใด ซึ่งโอวาทปาติโมกข์ที่ทรงแสดงในที่ประชุมสงฆ์ครั้งนั้นเป็นทั้งหลักการอุดมการณ์ และวิธีปฏิบัติที่นำมาใช้ได้ในทุกสังคม เพราะมีเนื้อหาโดยสรุป คือ ละความชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส
เนื่องในวันสำคัญดังกล่าวพุทธสถานสำคัญ อย่างเช่น วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานแท่นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้างประมาณ 2.50 เมตร สูง 90 เซนติเมตร ยาว 5 เมตร โดยมีการสร้างมณฑปครอบไว้ภายในวิหารพระแท่นศิลาอาสน์อีกชั้นหนึ่งแห่งนี้ มีตำนานว่า เป็นแท่นที่พระพุทธเจ้า 4 พระองค์ และพระโพธิสัตว์ ซึ่งจะตรัสรู้ในภายหน้าอีก 1 พระองค์ ได้เสด็จมาตั้งสัตยาธิษฐานจำศีลบำเพ็ญพุทธบารมี และเมื่อได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัม พุทธเจ้าแล้ว 4 พระองค์มาประทับนั่ง จึงมีพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลกันมาบูชาแท่นศิลาแลงทำบุญ ในวันเพ็ญมาฆบูชากันอย่างหนาแน่นทุกปี จากทุกสารทิศมีการสำรวจจากบัญชีการรับบริจาคของวัดพระแท่นศิลาอาสน์พบว่า แต่ละปีจะมีประชาชนมานมัสการและทำบุญในช่วงการจัดงานนมัสการไม่น้อยกว่า 50 จังหวัด ทุกคนต่างยึดมั่นในคำกล่าวของบรรพบุรุษถึงอานิสงส์ของการไหว้พระแท่นครบ 3 ครั้งแล้วได้ไปสวรรค์
งานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ มีมาตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทราบ แต่หลักฐานที่ปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดารสมัยกรุงศรีอยุธยาว่า เมื่อ พ.ศ. 2283 สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ได้เสด็จมานมัสการและโปรดเกล้าให้ปฏิสังขรณ์วิหารพระแท่นศิลาอาสน์ ให้มั่นคงแข็งแรงกว่าของเดิม ต่อมาปี พ.ศ. 2313 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หลังจากเสด็จตีชุมนุมพระฝางที่เมืองสวางคบุรีแตกแล้ว ได้เสด็จมาสมโภชพระแท่นศิลาอาสน์ถึง 3 วัน เช่นเดียวกันจากเอกสาร ประวัติ พระยาพิชัยดาบหัก ได้ระบุว่า ก่อน เป็นทหารเอก พระเจ้าตากสิน ได้หัดวิชามวย กับครูเมฆ ที่ท่าเสา แล้วไปเปรียบมวยที่งาน พระแท่น โดยชนะ นายถึก ศิษย์ ครูนิล ครูมวยชื่อดังของเมืองทุ่งยั้งได้อย่างสวยงาม มิหนำซ้ำ ยังเอาชนะ ครูนิล ได้อีกด้วย จึงกล่าวได้ว่างานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์จะต้องมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ตามการสันนิษฐานของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งเสด็จ มาในปี พ.ศ. 2441
สำหรับในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระแท่นศิลาอาสน์มีความสำคัญมากขึ้น เมื่อสมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะเสด็จมานมัสการ พระแท่นศิลาอาสน์ และบูรณปฏิสังขรณ์ถึง 8 พระองค์ ครั้งหลังสุดเมื่อปี พ.ศ. 2547 คือ สมเด็จพระญาณวโรดม (ประยูร สนฺตงกุโร) และวัดพระแท่นศิลาอาสน์ได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2549
ในส่วนของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯมานมัสการและบูรณปฏิ สังขรณ์ถึง 19 พระองค์ โดย พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันและ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2501 ซึ่งจะครบ 50 ปีในปีนี้ รวมทั้ง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยา ณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จฯเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2547 สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เพื่อประกอบพิธียกช่อฟ้าพระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ยังความปีติยินดีต่อพุทธศาสนิกชนที่เฝ้าฯรับเสด็จบริเวณหน้าพระวิหารเป็นจำนวนมากด้วย
พระครูถาวร ธรรมโกวิท เจ้าอาวาส วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเมื่อ วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2547 นั้น พระองค์ สนพระทัยในประวัติความเป็นมาของพุทธสถานสำคัญแห่งนี้ รวมทั้งประวัติของพระพุทธบาท 4 รอย หลวงพ่อธรรมจักรพุทราแขวนบาตร ซึ่งล้วนมีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพระแท่นศิลาอาสน์ ทั้งสิ้น
หลังจากที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2551 ทางวัดได้จัดพระพิธีทำบุญอุทิศถวาย พระกุศลตลอด 15 วัน ในช่วงของการไว้ทุกข์จนถึงเวลาในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วง งานนมัสการปีนี้ (ระหว่างวันที่ 13-21 กุมภาพันธ์ 2551) ทางวัดได้จัดให้มีนิทรรศการประวัติของพระองค์ แล้วจัดสถานที่ให้ผู้เดินทางมานมัสการ ได้ร่วมถวายอาลัยด้วย
นายธวัชชัย ฟักอังกูร ผู้ว่าราชการ จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า วัดพระแท่นศิลาอาสน์ จะมีการจัดงานนมัสการประจำปี ตั้งแต่วันขึ้น 7 ค่ำ ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งเป็นวันมาฆ บูชาของทุกปี สำหรับปีนี้กำหนดจัดงานในวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ โดยมีพิธีเปิดงานด้วยขบวนแห่เครื่องสักการะขบวนศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อน ถึงวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นของอำเภอลับแล ซึ่งมากด้วยภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ทางเหนือ ที่อนุรักษ์กันไว้อย่างเหนียวแน่น พิธีสำคัญอีกพิธีหนึ่ง คือ พิธีถวายหอคำแก้ว อนุสรณ์สถานการเสด็จพระราชดำเนินของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่ประดิษ ฐานตราสัญลักษณ์ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในช่วงพิธีเปิดงานในวันที่ 13 กุมภาพันธ์
“นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ประกวดการทำบายศรี ประกวดขนมจีนน้ำยา ประกวดข้าวเกรียบว่าว ประกวดภาพเก่า ประกวด สวดมนต์ทำนองสรภัญญะ การจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองจากชาวบ้านโดยตรง รวมทั้งการแสดงอื่น ๆ บนเวทีกลางตลอดงานอีกด้วย ซึ่งถือว่างานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของทางภาคเหนือ เนื่องในวันมาฆบูชาของทุกปี ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ไปร่วมทำบุญใหญ่กับชาวเหนือ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว” นายธวัชชัย กล่าว