สื่อดิจิทัล (digital media)

Computer art & Graphic Design

อ.เกษมสันต์ สกุลรัตน์

ภ.ส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร

คณะเกษตร กำแพงแสน

พื้นฐานงานกราฟิก

                  งานออกแบบกราฟิก เป็นการผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลป์ในการออกแบบสร้างสรรค์ผลงานให้เกิดประโยชน์ หรือเพื่ออำนวยประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คน เช่น ด้านความสวยงาม การใช้ประโยชน์ทางการค้าในรูปแบบกราฟิกโลโก้ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ เว็บไซต์ และสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทต่างๆ ซึ่งการออกแบบงานกราฟิกนั้นมีส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อกระบวนการรับรู้ของคนทางด้านโสตสัมผัส (Visual Communication) ดังนั้น นักออกแบบที่ดีจึงต้องใช้ความรู้ทางด้านศิลปะการออกแบบ และการสื่อความหมายมาช่วยในการออกแบบสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้การสื่อความหมายระหว่างผู้ส่ง (Sender) และผู้รับ (Receiver) มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งผู้ส่งสารจะต้องเลือกใช้สื่อที่เหมาะสมกับการรับรู้ของผู้รับสารด้วยเช่นกัน

                  งานออกแบบกราฟิกเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่อาศัยฝีมือทางการช่างในการสร้างสรรค์ผลงานให้เกิดความงาม หรือเพื่อประโยชน์ใช้สอย ที่ส่งผลต่อการรับรู้และประสาทสัมผัสของคน การสร้างผลงานจะสร้างบนพื้นผิวระนาบตามแนวกว้าง (Width) และยาว (Height) และจะแสดงผลในรูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ฯลฯ

องค์ประกอบของการออกแบบกราฟิก (Element of Graphic Design)

                    การออกแบบงานกราฟิกเพื่อสร้างสรรค์ผลงานให้มีความสวยงาม และเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวสาระความรู้ในด้านต่างๆ ไปสู่กลุ่มเป้าหมายนั้น นักออกแบบจะต้องนำความรู้และศาสตร์ในหลายๆ ด้านด้วยกันมาผสมผสานให้อยู่รวมกันในพื้นที่จำกัดในการออกแบบ เพื่อให้ผลงานนั้นให้มีความสวยงามดึงดูดความสนใจแก่ผู้พบเห็นและเกิดประโยชน์ต่อการใช้งาน ซึ่งการออกแบบกราฟิกจะประกอบด้วย

1.       เส้น (Line)

2.       รูปร่างและรูปทรง (Shape & Form)

3.       แสงและเงา (Light & Shadow)

4.       พื้นผิว (Texture)

5.       พื้นที่ว่าง (Space)

6.       สี (Color)

7.       การจัดองค์ประกอบศิลป์ทางงานกราฟิก (Principle of design)

§       ความมีเอกภาพ (Unity)

§       ความสมดุล (Balance)

§   การวางจุดสนใจ (Point of Interest)

Ë  เส้น (Line)

                เส้นเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างงานกราฟิกที่ใช้ในการวาด ลาก วาง เพื่อให้เกิดเป็นโครงร่างหรือมีรูปแบบตามที่ต้องการ จะประกอบไปด้วยเส้นแนวนอน เส้นแนวตั้ง เส้นโค้ง เส้นหยัก งอ ซึ่งภาพที่ได้จะปรากฎให้เห็นมิติในด้านความยาว นำไปสู่ความหมายและการตีความอารมณ์ความรู้สึกในรูปแบบต่างๆ กัน

§       เส้นแนวนอน ให้ความรู้สึกสงบ นิ่ง ราบเรียบ ผ่อนคลาย และการคล้อยตาม

§       เส้นแนวตั้ง ให้ความรู้สึกสง่า มั่นคง แข็งแรง หนักแน่น ดึงดูดความสนใจในแนวตั้งและ
แนวดิ่ง

§       เส้นเฉียง นำไปสู่ความรู้สึกเคลื่อนไหว ไม่มั่นคง ตื่นเต้นท้าทาย

§       เส้นโค้ง ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว ความต่อเนื่อง สุภาพ อ่อนโยน ความนอบน้อม

§       เส้นหยัก หรือเส้นซิกแซก ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว เป็นจังหวะ มีระเบียบ ไม่ราบเรียบ
น่ากลัว ความขัดแย้ง การเปลี่ยนแปลง และความรุนแรง

Ë  รูปร่างและรูปทรง (Shape & Form)

                    รูปร่าง (Shape) จะแสดงให้เห็นมิติของภาพหรือวัตถุด้านกว้างและยาว (2 มิติ) ไม่มีมิติความลึก รูปร่างจะมีลักษณะเป็นแบบวงกลม สามเหลี่ยม สีเหลี่ยม ทรงกระบอก หรือรูปแบบอิสระต่างๆ

                    ส่วนรูปทรง (Form) จะช่วยให้เห็นภาพในแนวกว้าง แนวยาว และความลึก (3 มิติ) ซึ่งลักษณะการสร้างสรรค์ผลงานนั้นจะเกิดจากการใช้เส้น ลักษณะของรูปทรงจะให้ความรู้สึกมีปริมาตร และความหนาแน่น มิติความลึก เช่น รูปทรงกลม ทรงสามเหลี่ยม สีเหลี่ยม ทรงกระบอก ฯลฯ

Ë  แสงและเงา (Light & Shadow)

                    แสงและเงาช่วยให้การรับรู้ของคนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทั้งในด้านอารมณ์ ความรู้สึก และการรับรู้  แสงช่วยให้มองเห็นภาพหรือวัตถุได้ในแนวกว้าง ยาว และความลึก (3 มิติ) วัตถุที่ถูกแสงจะมีส่วนที่สว่างมาก สว่างน้อย และสีแสงเงาตกทอดตามทิศทางของแสงที่ตกกระทบวัตถุ หรือการกรเจิงแสง ซึ่งการจัดแสงให้กับวัตถุที่เหมาะสมจะช่วยให้งานกราฟิกดูมีคุณค่า มีความโดยเด่นน่าสนใจ  

Ë  พื้นผิว (Texture)

                    พื้นผิวเป็นส่วนบ่งบอกถึงลักษณะของวัตถุว่ามีลักษณะอย่างไร ผู้มองสามารถจำแนกคุณลักษณะของวัตถุนั้นด้วยสายตาว่ามีลักษณะพื้นผิวเป็นเช่นไร เช่น ผิวเรียบ มันวาว หยาบ หรือขรุขระ สามารถสัมผัสด้วยสายตาหรือสัมผัสด้วยมือในการหยิบจับ นอกจากนี้ลักษณะพื้นผิวยังเป็นตัวบ่งบอกถึงภาพรวมหรือลักษณะของวัตถุนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร เช่น ลักษณะผิวพรรณของคนหนุ่มสาวที่ดูเต่งตึง ผิวคนแก่หรือคนชราที่ดูเหี่ยวหย่อนยาน ผิวผลไม้ที่สดใหม่ดูสดใสเต่งตึง ผลเน่าเสียมีแผลหรือริ้วรอยความเสียหาย ลักษณะพื้นผิวถนน หรือพื้นผิวทางเท้าที่ราบเรียบมีลวดลายสวยงามดูกลมกลืนกัน หรือขัดแย้งกัน ซึ่งลักษณะต่างๆ ของพื้นผิวนี้ช่วยให้นักออกแบบกราฟิกนำมาใช้ในการสื่อความหมาย และสร้างสรรค์งานผลงานให้มีความโดดเด่นน่าสนใจ

Ë  พื้นที่ว่าง (Space)

                    พื้นที่ว่าง เป็นส่วนหนึ่งของผลงานแต่เป็นส่วนย่อยของเนื้อหา (Negative space) ซึ่งจัดเป็นส่วนเสริมให้กับเนื้อหาหลัก (Positive space) นั้นมีความโดดเด่นน่าสนใจ ซึ่งจะทำหน้าที่เสริมซึ่งกันและกัน การจัดพื้นที่ว่างและการจัดวางเนื้อหาหลักที่เหมาะสมจะช่วยให้ภาพหรืองานกราฟิกนั้นมีความโดดเด่น น่าสนใจ ง่ายต่อการรับรู้และเข้าใจ

Ë  สี (Color)

                    สีช่วยให้งานกราฟิกดูมีสีสันสวยงามสะท้อนถึงความเป็นจริงตามธรรมชาติ ดึงดูดความสนใจ สร้างบรรยากาศที่ดี และช่วยให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึกร่วมกับสิ่งที่ได้พบเห็น สีจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคนได้มากกว่าองค์ประกอบด้านอื่นๆ ดังนั้นการเลือกใช้สี (Hue) น้ำหนักสี (Value/Brightness) และความสดของสี (Intensity/Saturation) ที่เหมาะสม จะช่วยให้ผลงานของเราสามารถสื่อความหมายในการรับรู้ได้อย่างมีคุณค่า และมีความสวยงามน่าสนใจ

Ë  การจัดองค์ประกอบศิลป์ทางงานกราฟิก (Principle of design)

                    การจัดวางองค์ประกอบของงานกราฟิกที่ดี จะช่วยให้ผลงานมีความสวยงาม และส่งผลต่การสื่อความหมายได้อย่างถูกต้อง ง่ายต่อการรับรู้ และเข้าใจ ซึ่งการจัดองค์ประกอบศิลป์ทางงานกราฟิกประกอบด้วย

1.     ความมีเอกภาพ (Unity) เป็นหลักสำคัญในการจัดองค์ประกอบทางด้านศิลปะ ความมีเอกภาพเป็นอันหนึ่งอันเดียว จะช่วยสื่อความหมายให้ผู้ชมได้รับรู้และเข้าใจผลงานภาพรวมของเราได้อย่างอัตโนมัติ ดังนั้นการจัดองค์ประกอบภายในภาพจะต้องมีความสอดคล้องกลมกลืนกัน

2.     ความสมดุล (Balance) เป็นการจัดองค์ประกอบของงานศิลป์ในเรื่องของการจัดวางวัตถุในภาพ ขนาด และการเลือกใช้สี ให้เกิดความสมดุลกันภายในภาพ เพื่อให้ภาพมีความสวยงามน่าสนใจ

3.     การวางจุดสนใจ (Point of Interest) เป็นการเน้นจุดสนในของภาพหรือชิ้นงานนั้นๆ ให้มีความโดดเด่น ซึ่งอาจจะใช้ภาพ สี ข้อความ หรือสัญลักษณ์ใดๆ ก็ได้เพื่อช่วยเน้นจุดสนใจนั้นให้มีความโดดเด่นขึ้นมากว่าส่วนอื่นๆ ในภาพ หรือจะเป็นไปในลักษณะของการจัดวางองค์ประกอบภาพก็ได้