หัวหน้าต้องมีทักษะในการเป็นนักฟังที่ดี

จากบทความของ"คนที่เป็นลูกน้อง"ได้กล่าวไว้ในเรื่องเทคนิคการเป็นหัวหน้างานในดวงใจของลูกน้อง สรุปใจความได้ว่าหัวหน้างานที่ดีจะต้องสร้างให้ลูกน้องมีแรงจูงใจในการทำงานและทำงานอย่างมีความสุขแต่ในขณะเดียวกันหัวหน้าก็สามารถทำให้ลูกน้องเกิดความทุกข์ใจไม่มีใจจะมาทำงาน จึงทำให้งานขาดประสิทธิภาพซึ่งส่งผลกระทบต่อเป้าหมายรวมขององค์กรไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นทุกองค์กรชั้นนำจึงกำหนดพฤติกรรมและให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของหัวหน้างานที่จะเข้าไปอยู่ในดวงใจของลูกน้องได้โดยทำให้ลูกน้องรักและศรัทธาเชื่อถือและไว้วางใจประกอบด้วย

1.ให้เกียรติและศักดิ์ศรีโดยหัวหน้างานควรตระหนักอยู่เสมอว่า เราไม่อยากให้พูด หรือปฏิบัติกับเราแบบไหน เราก็ไม่ควรพูดหรือปฏิบัติแบบนั้นกับลูกน้อง

2. รับฟังความคิดเห็น หัวหน้าต้องมีทักษะในการเป็นนักฟังที่ดีโดยรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากลูกน้องอย่างตั้งใจแสดงความห่วงใยแสดงความเห็นอกเห็นใจเมื่อลูกน้องประสบกับปัญหา

3. บอกข้อมูลข่าวสาร หัวหน้าต้องมีทักษะในการสื่อสารที่ดีและวิเคราะห์ได้ว่าข้อมูลใดบ้างที่จะสื่อสารให้ลูกน้องได้รับทราบและสื่อสารให้ลูกน้องได้ปฏิบัติตาม

4. กระตุ้นให้ลูกน้องมีส่วนร่วมในทีม หัวหน้าจะต้องกระตุ้นและจูงใจให้ลูกน้องมีส่วนร่วมในทีมและสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของหน่วยงานร่วมกัน 

5. ส่งเสริมและสนับสนุนลูกน้อง หัวหน้าจะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกน้องได้มีโอกาสเจริญเติบโตในหน้าที่การงานเพราะทุกคนต้องการความก้าวหน้าและความสำเร็จทั้งสิ้น จากบทความจะเห็นได้ว่าหัวหน้างานมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำงานเพราะฉนั้นหัวหน้างานต้องทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีและมีคุณสมบัติและมีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาแล้วจึงจะเป็นหัวหน้างานที่อยู่ในดวงใจลูกน้องและสามารถทำให้ลูกน้องรัก ศรัทธา เชื่อถือและไว้วางใจ

        สรุปได้ว่าการที่จะเป็นหัวหน้างานที่ดีและครองใจลูกน้องได้จะต้องได้ใจลูกน้องเป็นอันดับแรก วิธีการที่ได้ใจลูกน้องคือจะต้องให้เกียรติและคิดอยู่เสมอว่าทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันแสดงความห่วงใย แสดงความเห็นอกเห็นใจและข้อสำคัญคือต้องเป็นนักฟังที่ดีแสดงความเห็นอกเห็นใจและร่วมกันแก้ปัญหาเพราะการรับฟังถือว่าเป็นผู้นำชั้นยอดค่ะ