เมื่อวานเขียนบันทึกความประทับใจในทีมวิทยากร ของอ.กุลนารี สิริสาลี ไปอย่างรีบเร่ง เลยไม่ได้สรุปความจริงๆถึงประเด็นที่อยากสื่อสาร จะไปแก้ไขก็รู้สึกว่า แก้ไม่ถูกแล้ว เขียนใหม่ดีกว่า หมู่นี้รู้สึกเลยว่า ทำงานที่ใช้เวลาทั้งนั้น ทำให้ต้องรีบเร่งไปเสียหมด ความเครียดลึกๆทำให้สมองแล่นไม่ปรอดโปร่งค่ะ
เรื่องที่ไปอบรมมาเมื่อวาน เป็นเรื่องของ Reference System ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่เราต้องทำกันอยู่แล้ว ในปัจจุบันผลการตรวจหลายๆการทดสอบมีมาตรฐานสากลที่เราใช้ระบบอ้างอิงนี่เองค่ะ เป็นตัวจัดการให้ผลแล็บที่ได้จากทุกห้องปฏิบัติการสามารถเปรียบเทียบกันได้ แต่ก็ยังมีการทดสอบอีกหลายตัวที่ยังต้องมีการสร้างระบบอ้างอิงให้เหมาะสม ถูกต้องตรงกับสภาพการณ์จริงๆอยู่
การไปฟังบรรยายครั้งนี้ ทำให้คิดได้ว่าบางครั้งการทำงานที่เป็นประจำ (routine) จนเกินไป อย่างเช่นการ calibrate เครื่องนี่แหละค่ะ อาจจะทำให้เราหลงลืมหลักการไปได้บ้าง ระบบต่างๆในห้องปฏิบัติการปัจจุบันนั้นเป็นผลงานของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของหลายๆองค์กรมาตรฐาน ซึ่งหน้าที่ของแต่ละห้องปฏิบัติการที่เปิดบริการก็จะต้องรักษาความเป็นมาตรฐานนั้นเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ และมีการประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานทั้งระบบเป็นประจำ เพื่อให้บรรลุผลที่ว่า จะตรวจที่ไหน เมื่อไหร่ ผลการตรวจก็จะสามารถใช้ประโยชน์ในการวินิจฉัย รักษา ติดตามเปรียบเทียบกันได้เสมอ
มาเพิ่มเติมความรู้ให้กับตัวเองครับ
สวัสดีคะอาจารย์โอ๋
ข้อนี้จริงคะ เปรียบเทียบกันได้
ตรวจแล็ปไม่ยาก ส่งผลตรวจได้เร็ว
สนับสนุนงาน IC
จะตรวจที่ไหน เมื่อไหร่ ผลการตรวจก็จะสามารถใช้ประโยชน์ในการวินิจฉัย รักษา ติดตามเปรียบเทียบกันได้เสมอ
วันนี้เพิ่งฟังการนำเสนอจากเอเชียนฟอรัม ที่นี่ (JSCC)
มีอาจารย์หลาย ๆ ท่าน ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลทำนองนี้ค่ะ
และมี จุดสำคัญสองสามสิ่งค่ะ ขออนุญาตนำมา ลปรร นะคะ
การเพิ่มเติม update education, knowledge and *cooperation อยู่เสมอ ๆ
ข้อสุดท้ายสำคัญนะคะ(คคห ส่วนตัว...เราต้องฟัง ติดต่อ เชื่อมโยงกับแพทย์ผู้แปลผล
และสำคัญยิ่งขึ้นไปกว่านั้นคือ คนไข้ ค่ะ ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องการความถูกต้องของข้อมูลมากที่สุดค่ะ;P