คุณลักษณะของภาวะผู้นำ

คุณลักษณะของภาวะผู้นำที่ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงในระดับสถานศึกษา

การบริหารการศึกษาเพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิรูปจำเป็นต้องอาศัยผู้นำที่มีคุณลักษณะของภาวะผู้นำ(Leadershp Characteristics) หรือความเป็นผู้นำที่มีคุณสมบัติเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง  จากการศึกษาคุณลักษณะของภาวะผู้นำสามารถแบ่งผู้นำออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

                1. กลุ่มทฤษฎีคุณลักษณะ (Trait Theorise) คุณลักษณะหรือลักษณะเด่น (Trait ) หมายถึง คุณภาพภายในตัว หรือคุณลักษณะ( Characteristics) ของแต่ละบุคคล ได้แก่ คุณลักษณะทางกายภาพ (PhysicaiCharacteristics) คุณลักษณะทางบุคลิกภาพ (Personal Characteristics) คุณลักษณะด้านทักษะและความสามารถ ( Skills and abilities) และคุณลักษณะเด่นทางสังคม (Social factors)  มีนักวิชาการ (Kirkpatrik and locke, 2002 อ้างถึงใน Robbins and Coulter, 2005)สรุปคุณลักษณะที่สำคัญของภาวะผู้นำไว้ 7 ประการ ได้แก่

                                 1) มีแรงขับ (Drive)

                                 2) มีความ้องการที่จะนำ (Desire to Lead)

                                 3) มีความซื่อสัตย์และโปร่งใส (Honesty and Integrity) 

                                4) มีความเชื่อมั่นในตนเอง (Self - Confidence)

                                5) มีความฉลาด (InTelligence)

                                6) มีความรู้ในงานที่ทำ (Job – relevant Knowledge)

                                7) มีความเปิดเผย (Extraversion)

                2. กลุ่มทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรม ( Behavi-oural Theory) ซึ่งจำแนกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

                                1) การศึกษาของมหาวิทยาลัยไอโอวา (University  of  IOWAStudies) ได้อธิบายภาวะผู้นำไว้ 3 แบบคือ แบบเผด็จการ (Autocratic style) แบบประชาธิปไตย (Democratic style) แบบตามสบาย (Laissez-faire style) ทั้ง 3 แบบนี้ แบบประชาธิปไตยมีแนวโน้มของการทำงานมีผลด้านปริมาณและคุณภาพสูงกว่าแบบอื่น

                                2) การศึกษาของรัฐโอไฮโอ (The OHIO State Studies) ศึกษาถึงมิติของการมุ่งคน (Consideration) และการมุ่งงาน (Initiative Structuer) ผลพบว่าผู้นำที่มุ่งทั้งงานและคนทำให้ผลงานดีและผู้ปฏิบัติมีความพึงพอใจมากกว่าผู้นำที่มุ่งเฉพาะมิติด้านงานหรือด้านคนเพียงอย่างเดียว

                                3) การศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University  of  MichiganStudies) ได้เสนอผู้นำเป็น 2 มิติ คือ พฤติกรรมการมุ่งคน(Employer-Oriented) และพฤติกรรมการมุ่งงาน (Production-Oriented) ผลการศึกษาพบว่า การให้ความสำคัญกับผู้ปฏิบัติงานที่มีความรับผิดชอบและมีความพึงพอใจในงานทำให้มีผลผลิตสูง

                                4) ตาข่ายการจัดการ(The Managerial Grid) เป็นการนำเอาแนวคิดของการแบ่งผ้นำเป็น 2 มิติ คือ มิติที่มุ่งคน กับ มิติที่มุ่งงาน มาแบ่งย่อยออกเป็นตาข่ายย่อยๆ สรุปที่สำคัญได้ 7 แบบ (นิตย์ สัมมาพันธ์, 2546) ได้แก่

                                                (1) ผู้นำสู่ความถดถอย (Impove-rished Leader) เป็นผู้นำที่มักจะปล่อยให้กลุ่มตัดสินใจกันเอง

                                                (2) ผู้นำใช้อำนาจหน้าที่-การสนองตอบ (Authority-Compliance Leder ) เป็นผู้นำที่ให้ความสนใจในงานสูงแต่ไม่ค่อยให้ความสนใจในด้านคน

                                                (3) ผู้นำสโมสรกีฬา สังคม (County Club Leder)เป็นผู้นำที่ให้ความสนใจในคนสูงแต่ไม่ค่อยสนใจงาน

                                                (4) ผู้นำใช้พระเดชพระคุณ (Paternalistic  Leder)  เป็นผู้นำที่ใช้ตัวตนหรืออัตตาเป็นมาตรฐาน ยึดประสบการณ์ของตนเป็นสำคัญ มุ่หวังให้ทุกคนเคารพ เชื่อถือ และรับฟัง

                                                (5) ผู้นำรักษาสมดุล (Middle-of-the-Road  Leder) เน้นการรักษาสมดุลระหว่างคนกับงาน

                                                (6) ผู้นำทีมงาน (Team Leader) คือผู้นำที่เชื่อว่าความสำเร็จของการดำเนินงานที่เป็นเลิศทำได้โดยการสร้างทีมงานที่ดี

                                                (7) ผู้นำนักแสวงหาโอกาส (OpportunisticLeader) เป็นผู้นำที่มุ่งประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม

                3. กลุ่มทฤษฎีภาวะผู้นำตามสถานการณ์ (Contingency Theory of Leadership หรือ Situational Leaderchip)

                4. กลุ่มทฤษฎีผู้นำการเปลี่ยนแปลง  แบส(Bernard  M. Bass)ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง ได้แบ่งผู้นำออกเป็น 2 แบบคือ

                                1) ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership) คือผู้นำที่มีบทบาทในการจูงใจให้ลูกน้องปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ขององการโดยใช้ระบบการให้รางวัลและผลตอบแทนมาเป็นสิ่งจูงใจ ฐานคิดของผู้นำแบบนี้มาจากทฤษฎีการแลกเปลี่ยน(Exchange Theory) และทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory)

                                2) ภาวะผู้นำการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) คือผู้นำที่มีคุณลักษณะที่สำคัญอย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่

                                                (1) เก่ง ดี มีเสน่ห์ (Charisma) สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ตามเกิดความเคารพรัก ภาคภูมิใจ และศรัทธา

                                                (2) ให้ความสำคัญต่อความเป็นปัจเจกบุคคลของผู้ร่วมงาน  มอบหมายงานตามขีดความสามารถของแต่ละคน ดูแลเอาใจใส่และช่วยแก้ปัญหาตามความจำป็น

                                                (3) มีการกระตุ้นภูมิปัญญา นำเสนอความคิดใหม่ๆให้ผู้ตามเกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดนำไปสู่การคิดใหม่ ทำใหม่

ผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษา

                การบริหารสถานศึกษาในปัจจุบันใช้รูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School-Based Management : SBM) ผู้บริหารในระบบ SBM จะต้องเป็นทั้ง ผู้นำ (Leader) และ ผู้จัดการ (Manager) (Kouzes & Posner, 1987)  ต้องทำน้าที่ผู้จัดการและขณะเดียวกันก็ต้องแสดงออกถึง ภาวะผู้นำ (Leadership)ให้ปรากฏเด่นชัด ผลการวิจัย(Davis & Thomas, 1989) พบว่า ผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพ สามารถบริหารโรงเรียนให้ประสบผลสำเร็จ จะเน้นการพัฒนาให้เกิดขึ้นโดยตรงกับนักเรียนซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดและจะมีลักษณะโดดเด่นเฉพาะอยู่หลายประการ ได้แก่

1)      เป็นผู้มีวิสัยทัศน์

2)      เป็นผู้นำที่ได้รับความคาดหวังสูง

3)      ให้ความสำคัญด้านการสอน

4)      กระตุ้นให้ครู อาจารย์ ใช้เวลาในการสอนให้มีประโยชน์สูงสุด

5)      เน้นการใช้สื่อและการใช้บุคลากรอย่างสร้างสรรค์

6)      กำกับ ติดตามการปฏิบัติงานของบุคลากร เอาใจใส่ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ใช้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการวางแผนการสอน

                แนวคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะสำคัญของภาวะผู้นำที่ส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับสถานศึกษา จากผลการศึกษาของเมนเดส-มอร์ส (Mendes-Morse, 2006) เสนอไว้ 6 ประการ คือ

1)      เป็นผู้มีวิสัยทัศน์

2)      เชื่อว่าโรงเรียนมีไว้เพื่อการเรียนรู้ของเด็ก

3)      ให้คุณค่าต่อทรัพยากรมนุษย์

4)      เป็นนักสื่อสารและผู้ฟังที่ดี

5)      ผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นผู้ลงมือทำก่อน

6)      ผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาต้องใส่ใจดูแลความเสี่ยง

                    ปัจจุบันสังคมโลกได้พัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การศึกษาต้องพัฒนาให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป  สถานศึกษาจึงต้องการผู้บริหารที่สามารถเป็นผู้นำให้บุคลากรและสถานศึกษาไปสู่เป้าหมายของการจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งคุณลักษณะของภาวะผู้นำที่ได้เสนอในบทความนี้สามารถนำไปประยุกใช้ในการพัฒนาการบริหารการศึกษาของสถานศึกษาได้ดังนี้

                    1. ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อเปรียบเทียบ วิเคราะห์และทำความเข้าใจกับลักษณะการทำงานของตนเองเพื่อปรับปรุงให้มีลักษณะของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

                    2. ด้านบุคลากร ลักษณะของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้นำที่เห็นคุณค่าของบุคลากรทุกคน มีความเข้าใจ มีน้ำใจช่วยเหลือ ให้คำชมเชย ยกย่องและให้เกียรติ เมื่อนำสิ่งเหล่านี้ไปปฏิบัติกับบุคลากรในสถานศึกษาทำให้บุคลากรเกิดความภาคภูมิใจในตนเองและปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ทำให้เกิดผลดีกับผู้เรียนและสถานศึกษา

                    3. ด้านผู้เรียน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะสนใจ และใส่ใจในกระบวนการเรียนการสอน มีความคิดริเริ่มในการปรับปรุงและวางแผนการสอน สามารถแนะนำและสนับสนุนให้ครูสอนนักเรียนอย่างเต็มความสามารถ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนดีขึ้น

                    4. ด้านชุมชน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็นนักสื่อสารที่ดีสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงาน ,บุคคล และชุมชนภายนอกสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สถานศึกษาได้รับความร่วมมือ    ความช่วยเหลือและการสนับสนุนในการบริหารการศึกษาจากชุมชนมากขึ้น

                    เมื่อศึกษาบทความนี้แล้วจะเห็นได้ว่า ลักษณะของภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษามีผลต่อการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษาอย่างมาก ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับ  นโยบาย  เป้าหมายและวิสัยทัศน์ของผู้นำด้วยว่าต้องการให้สถานศึกษาเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะใด เพื่อให้เกิดผลดีแก่ผู้เรียนอย่างแท้จริง