เหตุเกิดทีฝรั่งเศสที่ออกว่าวิพากวิจารณ์ กล่าวหาอย่างไม่เข้าใจหลักการศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะเรื่องการคลุมฮิญาบของสตรีมุสลิม และการแต่งชุดซาร์ดอห์(ขุดคลุมยาวปิดมิดชิด มีตาข่ายที่ดวงตาและใบหน้าเล็กน้อย ว่านี่เป็นการกดขี่ทางเพศ เป็นการถูกริดรอนเสรีภาพ เป็นการกระทำกับเธอเยี่ยงทาส เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา และกล่าวหาสารพัด จนกระทั่งจะออกกฎหมายห้าม ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ออกกฎหมายห้ามผู้หญิงมุสลิมคลุมฮิญาบในโรงเรียนมาแล้ว รวมทั้งห้ามคลุมฮิญาบขึ้นศาล แต่ที่ผมอยากยกย่องก็คือมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกที่ออกฎระเบียบข้อปฏิบัติให้น้องๆที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้แต่งชุดครุยและคลุมฮิญาบขาว ดูสวยงดงามเป็นไปตามหลักปฏิบัติแห่งศาสนาอิสลามที่ทรงคุณค่า จนต่อมาในมหาวิทยาลัยของรัฐอื่นๆทั่วประเทศต้องทำตามโดยมี มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นต้นแบบที่สำคัญ เรื่องนี้ผมขอชื่นชมผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นทุกยุคทุกสมัยและของชื่นชมเป็นอย่างสูงมา ณ .โอกาสนี้

การคลุมฮิญาบของผู้หญิงมุสลิมนั้น ถือเป็นการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า เป็นการปฏิบัติตามแบบอย่างที่พระผู้เป็นเจ้าบัญชาไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานอันจำเริญ นอกจากนี้ยังเป็นการเคารพต่อท่านศาสดามูฮัมมัด(ซ.ล)ขอความสันติความโปรดปราณความจำเริญจากพระผู้เป็นเจ้าเอกองค์อัลลอฮ (ซ.บ)จงมีแด่ท่าน ครอบครัวของท่าน เชื้อสาย วงค์วารและผู้ที่เจริญรอยตามแบบอย่างทางนำของท่าน ที่ท่านศาสดามูฮัมมัด(ซ.ล)ได้รับบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าไว้ว่า  ไม่บังควรแก่ผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิง เมื่ออัลลอฮและรอซูลของพระองค์ได้กำหนดกิจการใดแล้ว สำหรับพวกเขาไม่มีทางเลือกในเรื่องของพวกเขา และผู้ใดไม่เชื่อฟังอัลลอฮและรอซูลของพระองค์แล้ว แน่นอนเขาได้หลงผิดอย่างชัดแจ้ง (อัล อะซาบ 36) ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสั่งใช้ให้บรรดาสตรีให้ทำการคลุมฮิญาบ โดยพระองค์ตรัสไว้ให้พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ว่า และจงกล่าวเถิด(มูฮัมมัด(ซ.ล)) แก่บรรดามุอมินะฮ(สตรีมุสลิม) ให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาอวัยวะเพศของพวกเธอ และอย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้ และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศรีษะของพวกเธอลงมาจนถึงหน้าอกของเธอ(อันนูร:31)และพระองค์ตรัสว่า  และจงอยู่ในบ้านเรือนของพวกเธอ และอย่าได้โอ้อวดความงาม(ของพวกเธอ)เช่นการอวดความงาม(ของพวกสตรี)แห่งสมัยงมงายในยุคก่อน (อัลอะฮซาบ : 33และ35) และตรัสอีกว่า และเมื่อพวกเจ้าขอสิ่งใดจากพวกนาง ก็จงขอพวกนางจากหลังม่าน เช่นนั้นแหละเป็นการบริสุทธิ์อย่างยิ่งแก่จิตใจของพวกเจ้าและจิตใจของพวกนาง และในพจนาถอัลอะฮซาบ พระบัญญัติที่ 59)พระองค์กำชับท่านศาสดาฯ(ซ็อล)ว่าโอ้นบี(ศาสดาฯ)เอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้า และบุตรสาวของเจ้า และบรรดาภรรยาของบรรดาผู้ศรัทธา ให้พวกนางดีงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง   และนอกนี้ท่านศาสดา(ซ.ล)ได้มีวจนะว่า สตรีคือเอาเราะฮ(สิ่งพึงสงวน) จำเป็นต้องปกปิดตัวของนาง  และแท้จริงการคลุมฮิญาบเป็นการรักษาความบริสุมธิ์ของจิตใจและร่างกาย แท้จริงพระองค์อัลลอฮ(ซ.บ) พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงกำหนดการคลุมฮิญาบตามแบบฉบับอิสลามเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับสตรีผู้ศรัทธา เพราะจะนำมาซึ่งความบริสุทธิไร้มลทิน ดังที่พระองค์ตรัสไว้ว่า โอ้นบีเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้าและบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธา ให้พวกนางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง นั่นเป็ฌนการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จักด เพื่อพวกนางจะไม่ถูกรบกวน เพราะการปฏิบัติตนเช่นว่านั้นจะทำให้พวกนางเป็นผู้บริสุทธิ์สะอาดและพวกนางก็จะรอดพ้นจากพฤติกรรมอันธพาลของบรรดาคนโฉด  ผมกล่าวมานี้จะเห็นได้ว่าฮิญาบเป็นอาภรณ์ของพระผู้เป็นเจ้า เป็นความบริสุทธิ์ สะอาด และเป็นความปลอดภัยจากพวกที่ประสงค์รวนลามทางเพศ ดังนั้นการกล่าวว่าการคลุมฮิญาบเป็นการละเมิดสอืธิสตรี กดขี่ ทำลายเสรีภาพ จึงเป็นเรื่องที่คนไม่เข้าใจศาสนาอิสลามกล่าวให้ร้ายมุสลิม แม่ ผม พี่สาวผม น้องสาวผม เขาจะไม่ไปทำงานที่ไหนที่ห้ามคลุมฮิญาบ เพราะเขาเชื่อมั่นว่านี่คือคำสั่งใช้สั่งห้ามของพระผู้เป็นเจ้าฯ ด้วยสังคมที่ลอกเลียนแบบการแต่งกายตะวันตก สายเดียว เกาะอก เซ็กส์เสรี เป็นข้อห้ามอย่างรุนแรงในอิสลาม ระหว่างสตรีที่แต่งการรุ่มร่าม ปกปิดมิดชิด กับ สายเดี่ยวเกาะอก พวกหื่นกามจะลวนลามใคร