คุณภาพการศึกษา

บทความ
การประกันคุณภาพการศึกษากับนโยบายการนิเทศภายใน
                                                                                                                  สมนึก  แซ่อึ้ง

             การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยพัฒนาคนในชาติให้มีความรู้ความสามารถให้ตรงตามลักษณะตรงตามความต้องการของสังคมและประเทศชาติ ของตน  ดังนั้นการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญเป้นอย่างมากในการพัฒนาประเทศ ซึ่งการประเมินขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติของ สถาบันพัฒนาการจัดการระดับนานาชาติ ได้ใช้ระดับการศึกษาเฉลี่ยของประชากรในประเทศเป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่งด้วย  ดังนั้น  รับบาลจึงให้ความสำคัญต่อการศึกษามาก มีการเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา  โดยยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนัก สำนึก  ในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ความสมานฉันท์  สันติวิถีประชาธิปไตย  พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว  ชุมชน สถาบันศาสนา  และจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  โดยสำนักงานรับรองมาตรบานและประเมินคุณคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) พบว่า  คุณภาพของนักเรียนยังอยู่ในระดับที่ ไม่น่าพึงพอใจ  โดยเฉพาะในเรื่องการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดวิจารณญาณ  คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์  สำหรับครูมีปัญหาในเรื่องการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ส่วนผู้บริหารสถานศึกษามีปัญหาในเรื่องการส่งเสริมการจัดกิจกรรมและการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ   และการจัดทำหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนและท้องถิ่น  การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นหน่วยงานก็ได้พยายามแก้ปัญหา ดังกล่าว อยู่อย่างต่อเนื่อง แต่การแก้ปัญหาดังกล่าวค่อนข้างไม่เป็นระบบ  ไม่ต่อเนื่อง  การพัฒนากระทำแบบอยกส่วน  ดังนั้นจึงทำให้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัย กระบวนการและผลผลิตชัดเจน  ดังนั้นศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา  และครูจะต้องก้าวย่างไปด้วยกันอย่างมั่นใจ  โดยมีเป้าหมายหลักคือผู้เรียน  การนิเทศภายในถือเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาการศึกษา เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนของครู ให้เป็นไปตามกระบวนการ ครูมั่นใจในการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น  เพราะการนิเทศภายใน เป็นการช่วยเหลือครู ซึ่งมิใช่การจับผิด  เป็นกระบวนการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
    การนิเทศภายในจึงเป็นหัวใจหลัก และสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาระบบการเรียนการสอน และระบบการบริหารการศึกษา ดังมีผู้ให้ความหมายไว้หลายท่าน เช่น
 
  กิติมา ปรีดีดิลก (2532 : 306) กล่าวถึงการนิเทศภายในสรุปได้ว่า เป็นการนิเทศบุคลากรในโรงเรียนเอง ผู้นิเทศอาจได้แก่ ผู้บริหาร ผู้ช่วยผู้บริหาร หัวหน้าหมวดวิชา และหัวหน้าฝ่ายต่างๆ การนิเทศภายในจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จะต้องทำอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการเมื่อนิเทศแล้วจะต้องได้ผลตามจุดมุ่งหมายของการนิเทศซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจของการนิเทศ 4 ประการคือ พัฒนาคน พัฒนางาน ประสานสัมพันธ์ และสร้างขวัญและกำลังใจ
  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2541 : 42) ได้ให้ความหมายของการนิเทศภายในโรงเรียนไว้ดังนี้การนิเทศภายในโรงเรียน หมายถึง การส่งเสริมสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือในโรงเรียนให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติตามภารกิจหลัก คือ การสอนหรือการสร้างเสริมพัฒนาการของนักเรียนทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา จิตใจอารมณ์ และสังคม ให้เต็มวัยและตามศักยภาพ โดยความร่วมมือของบุคลากรในโรงเรียน
  วไลรัตน์  บุญสวัสดิ์  (2536 : 72) กล่าวว่า การนิเทศภายในโรงเรียน หมายถึง การทำงานของผู้บริหารโรงเรียนที่ทำร่วมกับครู ในการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการศึกษาที่กำหนดไว้
  จึงสรุปได้ว่า การนิเทศภายในโรงเรียน หมายถึง กระบวนการในการปฏิบัติงานทางการศึกษาที่ผู้บริหารโรงเรียนและบุคลากรภายในโรงเรียนร่วมมือกันจัดขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน อันจะนำมาซึ่งสัมฤทธิ์ผลสูงสุดในการเรียนของนักเรียนและเพื่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นในตัวผู้เรียนในทุกด้านโดยบุคลากรในโรงเรียนรวมถึงเป็นการพัฒนาความก้าวหน้าของครูอีกทางหนึ่งด้วย 
ความจำเป็นของนิเทศภายใน
 ชารี  มณีศรี  (2538 : 201 – 202) ได้กล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องจัดให้มีการนิเทศภายในโรงเรียน ดังนี้ การนิเทศภายนอกไม่ทั่วถึงและการนิเทศไม่มีคุณภาพพัฒนาบุคลากรในโรงเรียน โดยไม่หวังพึ่งหรือรอคอยการพัฒนาจากผู้อื่นการช่วยเหลือกันและกัน ส่งเสริมให้โรงเรียนสามารถนิเทศตนเองได้การปรับปรุงงานวิชาการโดยการนิเทศภายในได้รวดเร็ว
 สงัด  อุทรานันท์ (2530 : 117) ได้ระบุเหตุผลความจำเป็นที่ต้องการนิเทศภายใน     โรงเรียน เนื่องจากศึกษานิเทศก์โดยตำแหน่งมีจำนวนจำกัด สภาพปัญหาและความต้องการของ โรงเรียนแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน บุคลากรในโรงเรียนมีความสามารถเพียงพอ และบางคนมีความชำนาญโดยเฉพาะสาขาอีกด้วย จึงสมควรจะได้ใช้ทรัพยากรเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และเป็นการสอดคล้องกับปรัชญา หลักการและวิธีการของการนิเทศการศึกษาสมัยใหม่ซึ่งจะเกิดขึ้น โดยความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
 สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2533 : 3)  ได้กล่าวถึง ความจำเป็นในการนิเทศภายในโรงเรียนไว้ดังนี้
 1. ศึกษานิเทศก์มีจำนวนจำกัดไม่สามารถสนองความต้องการนิเทศภายใน        โรงเรียนต่างๆ ได้ อย่างทั่วถึง
 2. สภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียนแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน จึงเป็นการยากที่ศึกษานิเทศก์จากภายนอกจะรู้สภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียนที่แท้จริง จึงไม่สามารถสนองความต้องการของโรงเรียนได้
 3. ปัจจุบันบุคลากรในโรงเรียนส่วนมากมีความรู้ความสามารถเพียงพอ บางคนมีความชำนาญเฉพาะสาขาวิชา จึงสมควรได้ใช้ทรัพยากรเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
 4. เป็นการสอดคล้องกับปรัชญา หลักการและวิธีการของการนิเทศสมัยปัจจุบันที่ว่าการนิเทศเกิดขึ้น โดยความร่วมมือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่จะต้องมีคนมาช่วยชี้ตลอดเวลา
 5. บุคลากรในโรงเรียนมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้วและทราบปัญหาการเรียนการสอนในโรงเรียน จึงสามารถให้ความช่วยเหลือได้สะดวกกว่าบุคคลภายนอกโรงเรียน
 ความจำเป็นที่ต้องมีการนิเทศภายในโรงเรียน ได้แก่ การนิเทศภายนอกไม่มีกำลังพอและไม่ทั่วถึง บุคลากรภายในโรงเรียนมีความรู้ความสามารถมากขึ้น และความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ ทำให้ครูต้องพัฒนาตนเอง ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาของการนิเทศได้ตรงจุด และตรงกับความต้องการของโรงเรียน
 จากแนวความคิดหลากหลายที่กล่าวมาโดยสรุปว่า การนิเทศภายในโรงเรียนมีความจำเป็นต่อครู ทั้งนี้เพราะการนิเทศการศึกษาเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลง โดยการนำเอาความเปลี่ยนแปลงจากภายนอกมาสู่โรงเรียน แต่การนิเทศการศึกษาจากภายนอกโรงเรียนไม่สามารถสนองตอบความต้องการของโรงเรียนได้ เพราะจำนวนศึกษานิเทศก์มีน้อยขาดงบประมาณเครื่องมือและอุปกรณ์ ที่จะทำการนิเทศภายในโรงเรียนได้อย่างทั่วถึง และที่สำคัญบุคลากรในโรงเรียนย่อมรู้ปัญหา สามารถแก้ปัญหาและสามารถที่จะทำการนิเทศกันเองได้
 ผู้นิเทศภายในโรงเรียน
 ปัจจุบันการนิเทศการศึกษา สามารถพัฒนาครูให้มีความรู้และความสามารถในการเรียนการสอน เพื่อให้การจัดการศึกษามีคุณภาพ ผู้ที่ทำหน้าที่นิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนได้แก่     ผู้บริหารโรงเรียน หัวหน้าหมวดวิชา และครูอาจารย์ในโรงเรียน จึงมีบทบาทหน้าที่สำคัญยิ่ง

  ชารี  มณีศรี (2538 : 59) กล่าวว่า ผู้บริหารโรงเรียนต้องทำหน้าที่ทั้งผู้บริหารและผู้นิเทศ
  ยง  วัชชวัลคุ  (2524 : 42) ได้กล่าวว่า ผู้บริหารโรงเรียนมีบทบาทต่อการนิเทศภายในโรงเรียน ดังนี้ ครูใหญ่จะต้องรับผิดชอบงานวิชาการของโรงเรียนด้วย ครูใหญ่จึงต้องมีบทบาทในการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน งานนี้เป็นงานหน้าที่โดยตรงจะโยนให้เป็นภาระหน้าที่ของศึกษานิเทศก์ หรือผู้บริหารระดับสูงขึ้นไปหาได้ไม่ ว่าไปแล้วบุคคลดังกล่าวนั้นมีความสำคัญในการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนน้อยกว่าครูใหญ่
  ผู้นิเทศภายในโรงเรียนก็คือบุคลากรภายในโรงเรียนที่มีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือ แนะนำ ให้คำปรึกษาแก่ครูอื่นๆ ในโรงเรียน เพื่อพัฒนาและ ปรับปรุงการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
 สรุป การประกันคุณภาพการศึกษาจะต้องใช้กระบวนการนิเทศภายใน โดยใช้ความร่วมมือกันระหว่าง ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และครู เพราะการนิเทศภายในเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดการปฏิรูป  ถ้าจะให้ประสบผลสำเร็จ นั้นจะต้องพัฒนาทั้งระบบ  เพราะการจะพัฒนาระบบการศึกษาต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีระบบ ตรวจสอบได้ เป็นแนวทางการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาซึ่งการนิเทศภายในใช้แนวคิดของ ดร,เดมิง (Dr. Edwards Deming) ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (P-Plan) การปฏิบัติตามแผน
(D-Do)  การตรวจสอบประเมินผล (C-Check) และการปรับปรุงงาน (A-Act)  ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง ดังนั้นการจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ยั่งยืน และส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณภาพมากที่สุดคือการนิเทศภายใน จึงควรมีการกำหนดนโยบายการนิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

บรรณานุกรม


การประถมศึกษาแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการ.  เทคนิคและกระบวนการนิเทศ.   กรุงเทพฯ:         สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2541.

กิติมา  ปรีดีดิลก. การบริหารและการนิเทศการศึกษาเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : อักษรพิพัฒน์, 2532.
ชารี  มณีศรี.  การนิเทศการศึกษา.  พิมพ์ครั้งที่ 4.  กรุงเทพฯ:โสภณการพิมพ์,2538.
ยง  วัชชวัลคุ. การนิเทศการศึกษา. กรุงเทพฯ : ชัยศิริการพิมพ์, 2524.
วไลรัตน์  บุญสวัสดิ์. หลักการนิเทศการศึกษา.  กรุงเทพฯ :  พรศิวการพิมพ์, 2536.
สงัด  อุทรานันท์. การนิเทศการศึกษา หลักการ ทฤษฎี และปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 2.  กรุงเทพฯ :
   โรงพิมพ์มิตรสยาม, 2530.