หลังจากอีเมลล์ของฟองจันทร์ถึงพวกเรา อุดมก็อีเมลล์มาพูดคุย เราจึงคิดได้ว่า เราต้องหาเวลาว่างเพื่อพูดคุยกับสังคมไทยอย่างจริงจังเพื่อเขาและครอบครัวเสียที อุดม สุขเสน่ห์ เป็นพี่ชายของฟองจันทร์ สุขเสน่ห์ เป็นพี่น้องสืบสายโลหิตจากบิดาและมารดาคนเดียวกัน แต่ความต่างระหว่างคนทั้งสอง ก็คือ อุดมเป็นคนต่างด้าว ในขณะที่ฟองจันทร์เป็นคนสัญชาติไทย ในขณะที่ฟองจันทร์เป็นอดีตคนเสมือนไร้สัญชาติ แต่อุดมยังคงประสบความเสมือนไร้สัญชาติในวันนี้ กฎหมายสัญชาติยอมรับให้อุดมร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทย และเมื่ออุดมใช้ชีวิตในการดูแลคนตองเหลือง ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมของไทยมาตั้งแต่เกิด พร้อมกับบุพการีที่เข้ามาในประเทศไทย ครอบครัวของเขาจึงสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยเป็นยิ่งนัก นอกจากนั้น อุดมซึ่งเขามาในประเทศไทยตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายตัวน้อย เติบโตร่วมกับเด็กไทยในชนบทภาคเหนือ มอมแหมแบบเด็กชนบทไทย เรียนรู้ที่จะพูดภาษาไทยภาคเหนือ เติบโตแบบคนไทยจนไม่อาจมีชื่ออเมริกันอีกต่อไป ไม่มีใครในครอบครัวใช้ชื่อเป็นภาษาอเมริกันอีกต่อไป ครอบครัวสุขเสน่ห์ดำรงชีวิตที่อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ และดูแลคนตองเหลืองดังที่เป็นมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน คนตองเหลืองไม่ไร้รัฐไม่ไร้สัญชาติ เพราะพวกเขาเอาใจใส่อย่างดี แต่คนดูแลคนตองเหลืองกลับยังเผชิญความเสมือนไร้สัญชาติ มาช่วยกันคิดหน่อย อ่านอีเมลล์ของเขาและเรา เพื่อที่จะเข้าใจและสื่อสารความจำเป็นที่จะมีสัญชาติไทยของอุดมและครอบครัวออกไปกว้างที่สุดที่จะกว้างได้ มาช่วยกันหน่อยค่ะ

เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากความในใจของฟองจันทร์ สุขเสน่ห์

From: พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร

Sent: Friday, June 12, 2009 1:10 AM

ดีเหมือนกันนะ นอกจากนั้น จะส่งให้คุณเปาแห่งมูลนิธิสยามกัมมาจลอ่าน

เขาอยากถอดบทเรียนของเด็กและเยาวชนที่ประสบปัญหาสถานะบุคคลที่ไม่งอมืองอเท้า  ลุกขึ้นสู้ และทำความดีต่อประเทศ เป็น good citizen

ถึงเวลาที่ฟองจันทร์จะต้องเดินหน้าเพื่อครอบครัวที่เหลือ จะต้องเป็นปากเป็นเสียงให้กับทุกคน

แต่ฟองจันทร์และครอบครัวสุขเสน่ห์ ควรจะต้องทราบและอธิบายต่อคนอื่นอย่างถูกต้องว่า พวกคุณเป็น "เสมือนไร้สัญชาติ" ฟองจันทร์และพวกคุณไม่เคยไร้รัฐ เพราะมีชื่อในทะเบียนราษฎรมาตลอด อาจจะเป็นทะเบียนของสหรัฐอเมริกา หรือไทยอีกด้วย ในเวลาที่ถูกบันทึกใน ท.ร.๑๓ แต่เป็น "คนเสมือนไร้สัญชาติ" แน่นอน เพราะสัญชาติอเมริกันไม่อาจเอื้อสิทธิมนุษยชนให้แก่พวกคุณทั้งหลาย เพราะคุณมิได้มีชีวิตในประเทศสหรัฐอเมริกา

แนบอีเมลล์คุณอารยาและ อ.อิทธิพล ที่จะมาช่วยกันผลักดันเรื่องนี้ เรื่องของครอบครัวสุขเสน่ห์ที่เหลือ ก็คือ เรื่องของคนต่างด้าวที่เกิดนอกไทยแต่ทำคุณประโยชน์ให้แก่แผ่นดินไทย มาคิดกันว่า จะสื่อออกไปอย่างไร จึงจะเป็นที่เข้าใจมากที่สุด

---------------------------------------------------------------------

From: อุดม สุขเสน่ห์

Date : Tue, 16 Jun 2009 07:23:14 +0700

น้องฟองจันทร์ที่รัก

พี่ได้อ่านบทความที่น้องส่งมาแล้วรู้สึกภาคภูมิใจในตัวน้องอย่างยิ่ง พี่ปลาบปลื้มยินดีที่น้องได้ร่วมชาติกับคนไทยทั้งประเทศมาแล้วหนึ่งปี พี่ขอแสดงความยินดีกับคนไทยทั้งชาติด้วยที่ได้น้องฟองจันทร์มาเป็นคนไทยเพิ่มอีกหนึ่งคน คนไทยเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้อยู่ใต้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้อยู่ใต้ร่มธงไทย ได้อยู่บนผืนแผ่นดินไทย

พี่ก็กราบเท้าคุณพ่อคุณแม่เช่นกันที่ได้พาพี่มาอยู่ประเทศไทย ที่ได้ให้พี่เข้าโรงเรียนไทย ที่ตั้งชื่อและนามสกุลไทยให้ครอบครัวของเรา ถ้าไม่มีคุณพ่อคุณแม่พาเรามาก็ไม่มีโอกาสเป็นคนไทยแน่ๆ และถ้าไม่มีคนไทยอีกหลายต่อหลายคนช่วยครอบครัวเราน้องฟองจันทร์ก็คงยังไม่ได้สัญชาติไทย และพี่ก็เชื่อว่าจะต้องมีใครมาช่วยให้พ่อพี่และหลานได้สัญชาติไทยแน่ๆ

ขอบใจน้องฟองจันทร์ที่เป็นกำลังใจสำคัญให้ครอบครัวมาตลอด และพร้อมเสมอที่จะสู้เพื่อให้พ่อพี่และหลานได้สัญชาติไทย สาธุ ขอให้ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่พ่อกับพี่และหลานของน้องฟองจันทร์จะต้องทนกับการเป็นพลเมืองชั้นสอง.จะเป็นฝรั่งก็ไม่ใช่ จะเป็นคนไทย ทางการก็ไม่ให้ คนเสมือนไร้รัฐต้องตกเป็นคนชายขอบ ทนอยู่กับสภาพก้ำกึ่งจริงๆ  พี่ขอเป็นคนไทยด้วยคน  พี่ขอได้อยู่ใต้ร่มธงไทยด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นไทยเช่นคนไทยคนอื่นๆ ก็นับว่าเป็นพระพรล้นหลามอย่างยิ่งในชีวิต ด้วยความรัก จากพี่อุดม

ปล. แนบรูปสมัยพี่เรียนอยู่บ้านห้วยอ้อย และก็สมัยที่พี่สอนภาษาไทยให้กับน้องฟองจันทร์และเพื่อนๆ

---------------------------------------------------------------------

From: อุดม สุขเสน่ห์

Date: Wed, 17 Jun 2009 07:02:02 +0700

เรียน รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร ที่นับถือ

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่อาจารย์ให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือครอบครัวสุขเสน่ห์มาตลอด  ที่อาจารย์ให้เหตุผลเรื่อง "เสมือนไร้สัญชาติ" ผมเห็นด้วยมากๆเลย เพราะตรงกับความเป็นจริง  ลูก 2 คนที่เกิดในประเทศไทยก็ยังไม่มีสิทธิ์เป็นอเมริกันเต็มร้อย คือทุกวันนี้ก็ยังไม่มีเลขประจำตัวประกันสังคมอเมริกัน ทำให้ไม่สามารถรับความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้นจากระบบประกันสังคมและระบบภาษีของอเมริกา เข้าโรงเรียนที่อเมริกาก็ไม่ได้ และก็ไม่มีสิทธิ์ทำงานในประเทศอเมริกาเช่นกัน หนังสือเดินทางของผมกับลูกๆ ช่วยให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องเท่านั้น นอกนั้นไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย ถือได้ว่าเข้าข่าย "เสมือนไร้สัญชาติ" จริงๆ

เมื่อ 2 ปีก่อนผมได้เข้าไปสอบถามรายละเอียดกับสถานกงศุลใหญ่ฯอเมริกันประจำเมืองเชียงใหม่เกี่ยวกับเรื่องสละสัญชาติอเมริกัน ซึ่งทางสถานกงศุลใหญ่ฯก็จะไม่ขัดข้องใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่จะต้องทำตามขั้นตอนต่างๆ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน และผมก็ได้สอบถามอย่างไม่เป็นทางการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เขาก็ไม่เห็นจะขัดข้องอะไรเช่นกันแต่ก็ไม่มีคำแนะนำอะไรให้ผม สาเหตุที่ยังไม่ได้ดำเนินการก็เพราะผมเป็นห่วงว่าทางการไทยจะจับเนรเทศส่งคืนอเมริกา และเท่าที่ผมศึกษามาในเรื่องนี้ทางอเมริกาก็จะรับคืนจากประเทศไทยแม้ผมจะไม่ยินยอมก็ตามเพราะเดิมเคยมีสัญชาติอเมริกัน ผมก็อยากได้คำแนะนำจากอาจารย์ในเรื่องนี้จริงๆ เพราะหากเป็นแนวทางที่ดีผมพร้อมที่จะสละสิทธิ์สัญชาติอเมริกันของผมและลูกๆทันที เพราะผมไม่รู้สึกผูกพันอะไรกับประเทศอเมริกาแม้แต่น้อย ผมไม่มีที่อยู่ที่อเมริกา ไม่ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้แทนในอเมริกา อาจารย์เชื่อไหมครับผมไม่เคยร้องเพลงชาติอเมริกันสักครั้งในชีวิต มีเพียงครั้งสองครั้งที่จำเป็นต้องหยุดยืนเคารพธงชาติอเมริกันเท่านั่น อาจารย์ครับผมเป็นคนไทยจริงๆเพียงแต่ขาดสัญชาติไทย ทุกวันนี้ผมก็มีแต่นั่งถามตัวเองว่าหาก นายอุดม สุขเสน่ห์ ได้สัญชาติไทยประเทศไทยจะเสียหายอะไร

สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณอาจารย์ที่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และหากต้องการความร่วมมือจากผมในเรื่องใดๆผมก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

---------------------------------------------------------------------

From : archanwell

To : อุดม สุขเสน่ห์

Date: Wed, 17 Jun 2009 00:57:58 +0000

1.       สิ่งที่ควรทำก่อนเลยค่ะ ก็คือ เล่าประวัติความเป็นมาของคุณค่ะ สังคมไทยยังไม่รู้จักคุณๆ ดีนะคะ

2.       สำหรับการได้สัญชาติไทยของฟองจันทร์ อาจมากับกระแสการต่อต้านปว.๓๓๗

3.       แต่กรณีคนมีสัญชาติที่เกิดนอกประเทศไทยจากบุพการีต่างด้าว สังคมไทยไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องให้สัญชาติไทย ?

4.       ทางออก ก็คือ ครอบครัวสุขเสน่ห์คงต้องเล่าถึงความผูกพันของตนเองกับประเทศไทย

5.       เราศึกษาเอกสารที่คุณพ่อของคุณนำมาให้แล้ว เอกสารเหล่านั้นเป็นการสื่อสารระหว่างคุณและเจ้าหน้าที่ไม่กี่คน ไม่ใช่สังคมไทยค่ะ

6.       สังคมไทยเป็นสังคมประชาธิปไตย หากมี Social Pressure ในส่วนนี้ ก็จะทำให้ความฝันของคุณสำเร็จเร็วขึ้นค่ะ

7.       เราคงจะช่วยเป็นสื่อกลางทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายว่า ทำไมคุณๆ จึงควรมีสัญชาติไทย ?

8.       แต่คุณต้องเริ่มต้นเล่าเรื่องของคุณก่อน ประมาณสิงหาคม เราจะหาเวลาไปเยี่ยมคุณที่แพร่ เพื่อ finalize ข้อเสนอที่ชัดเจนต่อรัฐบาลในส่วนของพวกคุณ ในระหว่างนี้ เราต้องการเรื่องราวของคุณแต่ละคน จะสื่อสารในรายละเอียดผ่านฟองจันทร์อีกที หรือคุณจะนัดมาคุยก็ได้ค่ะ

9.       เวลาอีเมลล์ ควรจะต้องใช้ replyall เพราะชื่ออีเมลล์ที่แนบมา ก็คือ คนที่จะเข้ามาทำข้อมูลเกี่ยวกับคุณทั้งหมด พวกเขาจำเป็นต้องรู้จักคุณอย่างดี

---------------------------------------------------------------------

From: ฟองจันทร์ สุขเสน่ห์

Date: Wed, 17 Jun 2009 06:35:00 +0000

สวัสดีคะอาจารย์และคนอื่นๆ ขอบคุณที่ให้คำตอบพี่อุดม หนูกับพี่เคยคุยกันเรื่องเขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค เล่าถึงความเป็นมา-ชีวิตในประเทศไทยกับการอยู่กับเผ่าตองเหลือง จะเขียนในลักษณะถาม-ตอบโดยประมวลคำถามที่ใครต่อใครมักถามเรมเสมอๆ เช่น พูดภาษาไทยได้มั้ย? เกิดที่ไหน? พ่อเป็นคนอะไร? (หนูตอบเสมอว่าเป็นคนดี) ฯลฯ อีกหลายคำถาม จะเรียงจากคำถามเบื้องต้นค่อยสู่คำถามที่ซับซ้อน คนอ่านจะได้รู้จักเราเป็นขั้นตอนๆ ขณะนี้ยังคุยๆกับพี่อุดมว่าจะลงมือแบ่งงานกันทำอย่างไรดี อาจจะให้เพื่อนๆกับคนรู้จักช่วยกันส่งคำถามเข้ามาด้วย ส่วนเรื่อง-ติดต่อสำนักพิมพ์-การพิมพ์ต้องอาศัยคำแนะนำจากคนมีประสบการณ์ ขอความคิดเห็นด้วยคะ

ฟองจันทร์ สุขเสน่ห์

คนไทยตามมาตรา ๒๓ พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑

---------------------------------------------------------------------

From: archanwell

Sent: Wednesday, June 17, 2009 6:26 PM

To: ฟองจันทร์ สุขเสน่ห์; อุดม สุขเสน่ห์

อย่ารอแม้แต่วินาทีเดียว แค่เขียนอย่างที่ฟองจันทร์หรืออุดมเขียนนี้ในอีเมลล์หรือเว็บ คนจำนวนมากก็ได้อ่าน

http://gotoknow.org/blog/archanwell-and-stateless-and-nationalityless/268004

ตอนนี้ คนรักครอบครัวสุขเสน่ห์ก็จะส่งอีเมลล์เพื่อให้คนมาอ่านได้มากขึ้น เมื่อเขียนได้ตามสมควร ก็ค่อยเอาไปพิมพ์เป็นเล่มกระดาษ คนสมัยนี้อ่านเว็บมากกว่ากระดาษ