ผมสอนวิชา "การเลี้ยงผึ้ง" หรือ "Apiculture" เทอม ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ มาครบ ๓ สัปดาห์ ปีนี้มีนิสิต ๒ Section เป็นปีแรก..Section ๑ เป็นนิสิตชีววิทยาชั้นปี ๔ แรกเริ่มมีลงทะเบียนเรียน ๑๗ คน เรียนๆ ไปถอนออกเหลือ ๑๒ คน, ส่วน Section ๒ เป็นนิสิตเอกคณิตศาสตร์ (มีชีววิทยาไปแจม ๑ คน) ปี ๔ ทั้งหมด ๑๒ คน มาเรียน
ผมถอดหลักสูตรตัวเองออกมาเป็นนวัตกรรมการเรียนการสอนใน ๓ สัปดาห์แรก ดังนี้ (ถอดบทเรียนในกลุ่มนิสิตคณิตศาสตร์ เพราะไม่ได้รับอิทธิพลวิธีสอนจากคณาจารย์ในภาควิชาชีววิทยา)
- ให้เขียน "สมุดแห่งการเรียนรู้" เริ่มแรกให้เขียนว่า "ทำไมถึงเลือกเรียนวิชาการเลี้ยงผึ้งเป็นวิชาเลือกเสรี" ต่อมาให้เขียนแนะนำตัวเองว่า "เจ้าเป็นไผ", "จุดยืนของเจ้าอยู่ตรงไหน", "เจ้าต้องการอะไรในชีวิต" "เจ้าจะไปไหน", "เจ้าจะทำอะไร"...(คำถามของพ่อครูบาสุทธินันท์ เพื่อวิเคราห์ตัวเอง) เป็นงานเขียนที่ต้องส่งทุกสัปดาห์ สัปดาห์ต่อไปเป็นคำถามว่า "ได้เรียนรู้อะไรในคาบนี้" (ทั้งหมดนี้เป็นการฝึกให้นิสิตได้ฝึกถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองและเรื่องราวที่เรียนออกมาได้ ระหว่างทางเขารู้จักตัวเองมากขึ้น และได้เรียนรู้พัฒนาการทางด้านความคิด, ความรู้สึกของตัวเอง)
- เริ่มต้นเรียนผมให้นิสิตแบ่งเป็น ๔ ทีม (เขาใช้วิธีจับสลาก) ช่วยกันระดมความคิดเรื่องเกณฑ์การให้คะแนนของวิชา (เอานักเรียนเป็นศูนย์กลาง) แล้วให้ออกมา Present (ฝึกการถ่ายถอดเรื่องราวที่ตัวเองคิด ออกมาเป็นคำพูด) เป็นการฝึกเรื่องการสื่อสาร (ซึ่งเป็นจุดอ่อนของนิสิตปัจจุบัน)
- ฝึกเรื่องการตั้งคำถาม (Problem-based learning) โดยให้ตั้งคำถามในสมุดว่า อยากเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องผึ้งบ้าง และตอบคำถาม เป็นข้อๆ (ทั้งห้อง) โดยเวียนกันถาม และตอบอย่างย่อๆ
- ใน ๓ ชั่วโมงแรก จะบอกวิธี "ทำลายกำแพง" สกัดกั้นศักยภาพของมนุษย์ ๖ ข้อ (ของอ.หมอประเวศ วะสี) ดังนี้ (นิสิตยังไม่จำเป็นต้องเข้าใจ แต่จะใช้วิธีการให้นิสิตเข้าใจแบบ "สอนแบบไม่สอน")
- ปรับเปลี่ยนวิธีคิด (Paradigm shift)
- เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ (Mutual trust)
- เคารพความรู้ในตัวตนมากกว่าตำรา (Tacit Knowledge > Explicit Knowledge)
- สร้างเจดีย์จากฐาน (เรียนรู้จากง่ายไปยาก, สร้างองค์ความรู้กับชุมชนระดับรากหญ้า)
- ใช้ใจนำความรู้ตาม (สร้างจิตสำนึกจิตอาสา)
- บรรยากาศของความไม่เป็นทางการ สำคัญกว่าบรรยากาศของความเป็นทางการ
- ฉายวีดีทัศน์ ๖ เรื่อง เรียงลำดับดังนี้ (คาบละ ๑ เรื่อง)
- series แรก "เสียงกู่จากครูใหญ่" เมื่อดูจบแล้วก็จะให้แสดงความคิดเห็นในห้อง แต่ไม่มีผู้ใดอาษา (เพราะยังไม่ศรัทธาและไว้วางใจ) จึงให้ไปเขียนข้อคิดเห็นลงในสมุดแห่งการเรียนรู้..เรื่องนี้สอนเรื่องการเป็นผู้นำ การทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม...เรื่องที่สองเป็นเรื่อง "ครูสมพรสอนลิง"..เรื่องนี้เมื่อดูจบแล้ว แจกกระดาษโรตี ให้วิเคราะห์เรื่องราวเป็นทีม โดยเขียนเป็นภาพถ่ายทอดเรื่องราว แล้วนำมา Present เป็นกลุ่ม ระหว่างทำงานจะเกิดผู้นำผู้ตามโดยธรรมชาติ และเขาก็จะยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน..ตอนจะมา Present ให้มีการแสดงนำโดย (๑) ต้องบอกชื่อทีม (๒) สัญญลักษณ์ประจำกลุ่ม (๓) เพลงประจำกลุ่ม (๔) ท่าเต้นประจำกลุ่ม (ถอดแบบมาจากวิธีฝึกคุณอำนวย ของท่านทีม ท่านอาจารย์ JJ)
- series สอง "สิ้นนา สิ้นชาติ" เรียนรู้เรื่องภูมิปัญญา และการถูกกระทำจากชนชั้นปกครอง, "ฆาตกรเงียบ" เรียนรู้พิษภัยของการใช้สารเคมี, "ฝรั่งทำนาไร่ หัวใจอีสาน" เป็นเรื่องราวของพ่อใหญ่มาร์ติน วีลเลอร์..เรื่องนี้สอนเรื่องการใช้ชีวิตแนว "เศรษฐกิจพอเพียง" "กิน แจก แลก ขาย"...ต้องฉายเป็น Series จึงจะเกิดขบวนการเรียนรู้ครบวงจร (ขอบคุณหนังที่ได้มาจากมูลนิธิข้าวขวัญ)
- หนังสั้น เรื่อง "ตีกอล์ฟ" เป็นหนังที่สอนเรื่องราวของการเป็นคุณอำนวย (เป็นหนังแทรก เพื่อเรียนรู้เรื่อง คุณๆ ทั้งหลาย คุณเอื้อ, คุณอำนวย, คุณกิจ, คุณลิขิต-ได้มาจากท่านอาจารย์ JJ)
- หนังเรื่อง "KM ขับเคลื่อนประเทศไทย" (จากมูลนิธิ สคส) เรื่องนี้ฝึกวิเคราะห์ (ผ่านการ Present จากกระดาษโรตี) เรื่องการแก้ปัญหาการทำนาข้าว มี ๓ หลักสูตรเรียนรู้เรื่องแมลงดีแมลงร้าย, การปรับปรุงดิน และการคัดเลือกพันธุ์ข้าว+การปรับปรุงพันธุ์ข้าว (ความจริงเรื่องนี้แทรกการคิดแบบ "อิทัปปัจจยตา" ด้วย) นอกจากนั้นยังทำให้นิสิตค่อยๆ เข้าใจวิธีสอนเรื่อง "จิตตปัญญาศึกษา" (contemplative education) ไปด้วย ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากภายในตัว เชื่อมโยงกับสิ่งที่ได้เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม
- ฝึกสมาธิและความสุขในการเรียนผ่านกิจกรรม (Active Learning) โดยจะผ่านเพลง "ดั่งดอกไม้บาน" (แม่ชีศันสนีย์ ได้มาจากท่าน ติช ฮันท์ พระภิกษุชาวเวียดนาม จากประเทศฝรั่งเศส) และ "เพลงสวัสดี" (กิจกรรมทั้งทายกันเพื่อการแบ่งกลุ่ม)
- ต่อไปฝึกให้นิสิต ผลัดกันเป็นวิทยากรนำกลุ่ม ผ่านกลุ่ม ๔ กลุ่ม (วิธีการนี้ได้มาจากมูลนิธิข้าวขวัญ) ได้แก่ กลุ่มฝึกจิต, กลุ่มอุ่นเครื่อง, กลุ่มตระเวนข่าว, กลุ่มสรุป (เป็นกิจกรรมรอยต่อของสัปดาห์ที่สาม จะเริ่มทำอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ ๔ จนจบ Course-ซึ่งจะมาเล่ารายละเอียดต่อไป)
สำหรับบันทึกนี้ขอจบเพียงเท่านี้ครับ
![]() |
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |

สวัสดีครับผมมีเรื่องที่จะถามครับผม เพราะมีรูปให้ดูเป็นแมลง พันธุ์ใหม่หรือก็ไม่รู้ผมก็ไม่รู้เมือนกันครับ เพราะตอนนี้ผมยังเอารูปลงยังไม่ได้ สวัสดีครับผม เดียวจะเข้ามาใหม่ครับผม
เรียน ท่านอาจารย์ Panda