ได้รับหนังสือเชิญจากเรือนจำกลางนครสวรค์ ประสานผ่านผอ.มาให้ไปอบรมการส่งเสริมพัฒนาเด็กติดผู้ต้องขังหลักสูตรสำหรับผุ้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ มารดาเด็ก พี่เลี้ยงเด็ก ในหัวข้อ "การเตรียมตัวเป็นคุณแม่และการแนะนำความรู้พัฒนาการต่างๆของเด็ก"  เจ๊แอ๊ว หัวหน้ากลุ่มการพยาบาลก็แจ้งให้เราไปกับ พี่พรรณี  หัวหน้างานเดย์แคร์ ...ก็

  • อารมณ์แรก รู้สึกดี ตื่นเต้นที่งานเข้าโดยไม่ต้องออกไปหา
  • อารมณ์ต่อมา คุยกันไปคุยกันมา เริ่มกังวลล่ะ แล้วผู้ต้องขังแต่ละคนติดคดีอะไรเนี่ย...ชั้นจะยกตัวอย่างอย่างไรที่ไม่กระแทกใจ...แล้วความปลอดภัยเราจะแค่ไหนนะ

    แล้วก็ไปกัน 2 คนกับพี่พรรณีเมื่อวานนี้...ก็คุยกันว่าเราจะไปเข้าทางไหน ประตูเรือนจำอยู่ทางไหนนะ  พี่พรรณีก็บอกว่าต้องเอาบัตรประชาชนไปด้วย เผื่อเขาจะได้รู้ว่าเราเป็นพยาบาลที่มาสอนนะ ..ด้วยความกังวลกันเล็กน้อย ตามประสาคนไม่เคยไปข้องเกี่ยวกับเรือนจำ...ก็ประสานเจ้าหน้าที่เรือนจำออกมารับ

   พี่ที่เรือนจำก็ออกมารับ แล้วพาเดินผ่านทีละด่านของเรือนจำ โดยต้องวางโทรศัพท์มือถือเก็บใส่ตู้ ให้นำเฉพาะเอกสารจำเป็นเท่านั้นเข้าไปภายในเรือนจำ  แล้วก็พาเราไปนั่งที่ห้องรับรอง ก็เลยพูดคุยสอบถามประเด็นที่เรากังวลกันอยู่กับเจ้าหน้าที่ก่อน

  • กิจกรรมโดยรวมของผู้ต้องขังกลุ่มนี้
  • ขอบเขตการดูแลของที่นี้ในส่วนที่เกี่ยวกับแม่และลูก ..การฝากครรภ์ การรับวัคซีน การกินยา  การให้นมแม่เมื่อลูกคลอดแล้ว
  • ส่วนใหญ่คดีอะไรที่เข้ามา

    ก็เริ่มเปิดซีดีให้ดูเรื่องพัฒนาการทารกในครรภ์  แล้วก็ทำกลุ่มนั่งคุยกัน  ซึ่งแม่ๆที่ท้องมี 5คน ,แม่ลูกติด 2 ขวบ 1 คน แล้วอีก 4 คนเป็นป้าๆน้าๆที่ชอบเลี้ยงเด็กมาเหมือนเป็นพี่เลี้ยงเด็ก  ก็นั่งกันน่ารักเรียบร้อยมาก จนเหมือนไม่น่าต้องคดีกันเข้ามาเลย แล้วพอพูดเรื่องการให้นมมีคุณแม่ที่ใกล้คลอดน้ำตาคลอ หน่อยๆ ก็นึกใจหายค่ะ  คือก่อนหน้านั่นเราสอบถามจากผู้คุม พบว่าเมื่อแม่คลอดแล้ว ทางเรือนจำไม่อยากให้ลูกอยู่กับแม่เพราะกลัวเด็กติดเชื้อพวก วัณโรค...และอีกสารพัดเชื้อที่อาจพบในเรือนจำ เลยจะส่งให้ญาติเลี้ยงต่อที่บ้าน ส่วนตัวแม่ที่น้ำนมคัดก็ให้บีบทิ้ง แล้วเราได้คุยกันต่อยอดไว้ว่าแทนที่จะบีบทิ้งขอให้เป็นการบีบเก็บแช่ freeze แทนได้หรือไม่ พอญาติมาก็เอาไป   ก็เลยบอกคุณแม่ไว้ว่าเรื่องนมแม่ต้องดูความพร้อมของเรือนจำด้วยนะ แต่จะคุยให้..ก็ยิ้มได้

  จากนั้นพี่พรรณีก็พูดต่อเรื่องพัฒนาการเด็ก ที่เราพบว่าน้องที่มากับคุณแม่ที่อยู่เรือนจำด้วยตลอดตั้งแต่คลอดจนตอนนี้ 2 ขวบเนี่ย เด็กกลัวผู้ชายค่ะ เพราะไม่เคยได้ออกมาเจอผู้ชายเลย อยู่แต่กับแม่ที่เรือนหญิงตลอด  แต่น้องก็น่ารักนะค่ะ พัฒนาการดี เห็นแม่บอกซนมาก แต่ช่วงที่เราคุยทำกลุ่มกันอยู่น้องนั่งเรียบร้อยดี

  • สรุปบรรยากาศดีแล้วน่าสงสารที่ต้องมาอยู่เรือนจำ
  • แต่ไม่ว่าแม่ไหนๆ ก็รักลูกกันทุกคน เลยเกิดการพูดคุยซักถามดี แสดงความคิดเห็น ช่วยกันดี
  • เรือนจำก็มองเห็นว่าถ้าแค่บีบเก็บนม แค่นี้น่าจะทำได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีตู้เย็นให้แช่นม มีแต่ตู้แช่อาหารแบบอลูมิเนียม ก็จะลองไปพิจารณาดู
  • ส่งท้ายเลยแซวแม่ๆ เขาไว้ว่า "ไม่ต้องติดใจที่นี่ แล้วกลับมาอีกนะ " ก็ยิ้มกัน

   ส่วนหนึ่งคือต้องเห็นใจเรือนจำจริงเลยว่า ภาระหนักอึ้งมากๆ เพราะแค่ที่นครสวรรค์ที่นี่แห่งเดียว ตอนนี้มีผู้ต้องขังชาย 2000 คน ต่อพยาบาล 1 คน,แล้วผู้ต้องขังหญิง 400 คนต่อพยาบาล 1 คนเช่นกัน...เหนื่อยแทน  อย่าทำผิดกันนักเลยนะ  เรือนจำไม่มีที่ว่างแล้ว