ปลด lock ...พร้อมเปิดประตูใจ สลักที่ block ไว้ก็หายไป

การทำหนังสือ...จากคนหนังสือ และหน้าที่

ทางบริษัทที่รับทำหนังสือ...เพียรเข้ามาขอข้อมูลอยู่ตลอดเวลา และการเข้ามาขอข้อมูลจะเป็นแบบเร่งรัดจะเอาทันที จนวันนี้ข้าพเจ้าจึงได้ขออนุญาตพูดกับทางทีมทำหนังสือว่า "ต้องขอโทษด้วย เพราะข้าพเจ้าไม่สามารถทำในสิ่งที่ต้องการได้อย่างทันที เพราะชีวิตการทำงานไม่ได้ทำ R2R อย่างเดียว ยังมีงานอีกมายมายเลยที่ได้กระโดดลงไปทำ แต่จะพยายามทำในสิ่งที่ทางบริษัทขอแต่จะเอาทันทีนั้นไม่สามารถทำให้ได้"...

ซึ่งที่ผ่านมา...สิ่งใดที่เอื้ออำนวยให้ได้ ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างเต็ม การที่เราได้พยายามอย่างเต็มที่นั้นกลับทำให้ขาดการได้เรียนรู้ในบางมุมมองคือ ... "CARE"... ซึ่งกลับกลายเป็นว่าเมื่อต้องการจะได้หรือจะเอาอะไรก็จะเอาให้ได้ ... ข้าพเจ้าก็ย้อนกลับมามองว่า ได้ทำเต็มที่หรือยัง ต่อความมีปฏิสัมพันธ์นี้ ตลอดเดือนหรือสองเดือนที่ได้รับการ contract ข้าพเจ้ามองว่า ข้าพเจ้านอบน้อมต่อการสั่งการของบริษัทที่ทำหนังสือนี้พอสมควร

วันนี้ก็เช่นเดียวกัน...ได้รับการติดต่อเพื่อจะขอข้อมูลเพิ่ม เพราะประเด็นที่เคยข้อมูลจากเราไป ทางผู้ทำหนังสือมองว่าจำนวนหน้ากระดาษไม่ครบตามที่เขาต้องการ ซึ่งประเด็นนี้ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่าต้องจำนวนหน้าเท่าไร และขาดไปเท่าไร และต้องใส่เพิ่มไปเท่าไร เพราะครั้งก่อนคือ การโทรมาสัมภาษณ์ จากนั้นก็เพียรเข้ามาขอข้อมูลอยู่เสมอ ... จริงๆ แล้วหากเขาต้องการข้อมูลน่าจะลงมาเก็บข้อมูลเองแต่ไม่ใช่การมาสั่งการ เพราะนี่ไม่ใช่ความต้องการของข้าพเจ้าที่จะอยากจะให้ข้อมูลในส่วนตนเองเผยแพร่... ไม่ได้วิ่งไปติดต่อหรือข้อร้องว่า "โปรดนำข้อมูลของฉันไปตีพิมพ์หน่อย" ไม่เคยและไม่ได้ปรารถนาเลย และไม่ได้สนใจว่าสิ่งที่ทำใครจะทราบหรือไม่ทราบ ใครจะมองเห็นหรือไม่มองเห็น ไม่ได้เป็นสรณะอะไรมากมายต่อวิถีแห่งการงาน ... แต่เมื่อมีการมาขอข้อมูลก็พยายามเอื้ออำนวยเท่าที่จะทำได้

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้...

คือเรื่อง CARE เป็นเรื่องพื้นฐานที่มนุษย์เราพึงมีและพึงปฏิบัติต่อกัน เป็นการมุ่งเอางานมากเกินที่จะเรียนรู้เรื่องความใส่ใจ และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ... ทุกๆ เกร็ดเล็กของความสัมพันธ์แห่งการติดต่อการงานนี้ ข้าพเจ้าเอื้อทุกอย่างเพื่อให้การทำงานของทางทีมนี้ได้ในสิ่งที่เขาปรารถนาคือ "ข้อมูล ... " แต่สิ่งที่ทางเราได้พบก็คือ เป็นความปรารถนาที่ไม่มีที่สิ้นสุดหรือเปล่า

เมื่อวันก่อนได้รับเมล์ให้หาภาพให้และให้ส่งภายใน...วันที่กำหนด (เรื่องขอภาพและขอข้อมูลเพิ่มนี้ติดต่อมาบ่อยมาก) ข้าพเจ้าก็เรียนไปว่า ไม่มีภาพตามที่ต้องการและช่วงนี้ไม่ได้อยู่ที่ทำงาน และไม่สามารถที่จะไปถ่ายภาพตามตัวอย่างได้ เพราะงานของข้าพเจ้าไม่ได้เหมือนตามตัวอย่างที่ส่งมา แต่ข้าพเจ้าก็มีภาพที่เป็นการทำงานของตัวเองจะใช้ได้หรือไม่แต่ข้าพเจ้าก็รีบส่งไปให้...และส่งไปแล้วก็มีโทรศัพท์ติดต่อมาอีกว่า ... หนังสือปิดเล่มไม่ได้เพราะส่วนที่เป็นข้อมูลของข้าพเจ้ายังขาดไปอีกหลายหน้า...ขอสัมภาษณ์ทันทีได้ไหม ข้าพเจ้าก็ต้องแจ้งไปว่าไม่ได้เพราะกำลังทำงานอยู่... เขาจึงต่อรองว่าให้เราเขียนตอบคำถามส่งเมล์ไป ภายในเย็นวันนี้ได้ไหม ข้าพเจ้าก็บอกว่าภาระกิจเยอะมีงานที่ทำมากกว่างานที่เขาต้องการ แต่ก็จะพยายามทำให้อย่างเต็มที่ แต่จะให้ส่งไปในเวลาที่กำหนดคงไม่ได้

แต่แล้วข้าพเจ้าก็ต้องวางงานอื่นลง และรีบทำส่งไปให้เขา เพราะ CARE ==> เขารับว่าจ้างจาก สวรส.มาอีกทีดังนั้น งานของเขาจึงต้องแล้วเสร็จ...ข้าพเจ้าก็ไม่อยากเป็นต้นเหตุแห่งความไม่แล้วเสร็จนั้นด้วย

จริงแล้วการมาร่วมงานนี้...ถือว่าเป็นภาระเพิ่ม ไม่ทำได้ไหม สำหรับชีวิตข้าพเจ้าตอบได้ทันทีเลยว่า "ได้" ... ไม่ทำก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของข้าพเจ้าต้องสูญเสียอะไร ยังดำรงต่อไปได้ แต่การที่มาร่วมทำ ทำให้ข้าพเจ้าต้องมาน้อมทบทวนและถอดบทเรียนต่อตนเอง ... หลายอย่างๆ อีกครั้ง

ขอบคุณทุกเรื่องราว ที่ถือว่าเป็นโอกาสเข้ามาในชีวิตที่ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้

ประเด็นของเรื่อง CARE ... ความเป็นวิชาการทำให้ชีวิตคนเราเรารู้จักคำนี้น้อยไปหรือไม่?

----------------

คำถามที่ได้รับส่งมา

1.ความคาดหวังก่อนการทำโครงการ R2R เป็นอย่างไร แล้วพอลงมือทำจริงๆ เป็นอย่างที่คาดไว้หรือไม่ หรือแตกต่างไปจากที่คิดอย่างไร
2.ประโยชน์ของโครงการ R2R ที่ถูกนำไปใช้ในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรมมีอะไรบ้าง

ข้าพเจ้า...เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการถอดบทเรียน...แต่วันนี้ ข้าพเจ้าถูก block ไว้จากเรื่อง CARE ทำให้มีความรู้สึกไม่อยากตอบคำถามเหล่านี้ แต่...ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ "ข้าพเจ้าก็คงต้องตอบ"...

  • ก่อนทำ R2R ไม่มีความคาดหวังอะไร เพียงแต่ตั้งใจอยากทำเท่านั้น ความตั้งใจอยากทำหากดูแล้วอาจเป็นความคาดหวังก็ได้มั๊ง...พอทำไปแล้วก็เป็นไปตามความคาดหวัง เพราะได้ตั้งใจอยากทำ และก็ได้ทำ และได้ทำ
  • ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม ก็คือ ปัญหาหน้างานได้รับการแก้ไข เกิดเครือข่ายการทำงาน มีการขยายผลและการทำงานอย่างต่อเนื่อง

จริงแล้วข้อมูลเหล่านี้ได้รับการบอกกล่าวไปแล้วจากการสัมภาษณ์ครั้งแรก...เขาต้องการขอข้อมูลเพิ่มขนาดกระดาษ A4 แต่เขียนไม่ออกจริงๆ แต่กลับมาเขียนบันทึกนี้ได้ นั่นอาจเป็นเพราะขาดแรงบันดาลใจที่อยากจะเขียน... อืม! คงต้องสร้างแรงบันดาลใจก่อนแล้วเขียนตอบกลับไปตามข้อคำถาม...ดังกล่าวได้มากเท่าที่กำหนดมาให้

นี่แหละคือ ข้อสอบชีวิต