
ผมพบ ศ. แสวง บุญเฉลิมวิภาส ครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ ๓ มิ.ย. ๕๒ ตอนไปสอน นศพ. ปี๑ ของ มวล. ด้วยกัน จึงได้ทราบว่า ท่านเป็นผู้ยกร่างพินัยกรรมของท่านพุทธทาส เพราะในช่วงนั้นท่านเป็นผู้ช่วยคนสนิทของ ศ. จิตติ ติงศภัทิย์ เดินทางไปสวนโมกข์ ๒ – ๓ เดือนครั้งอย่างสม่ำเสมอ ท่านเล่าความอ่อนน้อมถ่อมตนของท่านอาจารย์จิตติ ไม่ใช้ความเป็นองคมนตรีแสวงหาสิทธิพิเศษแม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ เช่นการซื้อตั๋วรถไฟ ก็ให้ไปเข้าคิวเหมือนคนทั่วไป การเดินทางไปสวนโมกข์ก็เดินทางโดยรถไฟ และไม่รบกวนให้ใครมารับส่งที่สถานี ไปกัน ๒ คนกับ อ. แสวง เป็นเวลาหลายปี จนผู้คนคิดว่า อ. แสวงเป็นลูกชายของ อ. จิตติ
ผมคิดว่าความเข้าใจผิดของผู้คนนั้น จริงๆ
แล้วเป็นความจริง เพราะผมสังเกตเห็นว่า อ.
แสวงรับมรดกความดี
ความอ่อนน้อมถ่อมตน เอามาปฏิบัติเป็นนิสัยประจำตัว
ทำให้เป็นคนน่ารัก น่าเคารพ
ในความดีและความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นอย่างยิ่ง
ศ. แสวง เป็นผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หมอจำนวนมากมายเป็นลูกศิษย์ของท่าน
เพราะท่านสอนวิชากฎหมายกับแพทย์มากว่า ๑๐ ปี
เรียกได้ว่าท่านเป็นนักกฎหมายที่มีชื่อเสียงที่สุดในหมู่แพทย์ในปัจจุบัน
ท่านมีความเห็นว่าการที่วิชาชีพแพทย์โน้มไปหาธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ
เป็นสาเหตุที่ทำให้ฐานะของวิชาชีพในสังคมเสื่อมลงไป
เช่นการที่โรงพยาบาลเข้าตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งเรื่องนี้ตรงกับคำปรารภของ ศ. นพ. ณัฐ ภมรประวัติ และ ศ. นพ. จรัส
สุวรรณเวลา ที่ผมจำได้ไม่ลืม ท่านให้ความเห็นว่า
การที่มีการหาเสียงเป็นกรรมการแพทยสภาของ “กลุ่มแพทย์เพื่อแพทย์”
(ผมไม่แน่ใจความถูกต้องของถ้อยคำ)
ก็ทำให้ความเชื่อถือต่อวิชาชีพแพทย์ของสาธารณชนเสื่อมลง
น่าสนใจมุมมองนี้นะครับ
ผมยกย่อง ศ. แสวง บุญเฉลิมวิภาส
ในฐานะนักวิชาการกฎหมายด้านจริยธรรม
ที่ตนเองเป็นผู้ประพฤติธรรมไปในเวลาเดียวกัน
วิจารณ์ พานิช
๕ มิ.ย. ๕๒
|
|
|
ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส ระหว่างสอน นศพ.ปี ๑ มวล. ๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ |
นับว่ายังเป็นโชคของสังคมไทยที่ยังมี ผู้ทรงคุณวุฒิ และมีคุณธรรม ยังทำหน้าที่เป็นอาจารย์สั่งสอนคนรุ่นใหม่อยู่ อย่างน้อยก็คงจะได้ปลูกฝังคุณธรรมความดี คิดดี พูดดี ทำดี เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกศิษย์ ได้มากบ้าง ได้น้อยบ้าง ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลยครับ
"้ความดีย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติดี" ขอให้อาจารย์มีความสุข แข็งแรงและทำความดีได้นานๆ ครับ
สวัสดีค่ะ Prof. Vicharn Panich
มารับมรดกความดีด้วยคน
ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆมาฝาก
จะคอยติดตามตอนต่อไปค่ะ
โชคดี มีสุขค่ะ
อ.แสวงเป็นอาจารย์สอนกฎหมายอาญาของหนูตอนเป็นนักศึกษาปริญญาตรีค่ะ
และพอมาเป็นอาจารย์ ท่านก็สอนหนูอยู่เรื่อยๆ ค่ะ พวกเราที่คณะล้วนแต่มองท่านเป็นหลวงพี่ไม่ห่มผ้าเหลืองค่ะ บริโภคน้อย ทำงานมากค่ะ
จริงค่ะ ท่านสืบสายความคิด อ.จิตติค่ะ
ท่านเป็นลูกชาย อ.จิตติค่ะ
ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่า ม.ธ. หนูศรัทธาในตัวอาจารย์ทั้ง 2 ท่านค่ะ ทั้งอ.แสวง ผู้สอนวิชากฎหมายอาญาและนิติเวช (สอนร่วมกับคุณหญิงหมอพรทิพย์) ส่วนอ.แหวว (Archanwell) สอนกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบุคคล ทั้ง 2 ท่านไม่เพียงแต่ประสิทธิ์ประศาสตร์ความรู้กฎหมายเท่านั้น แต่ท่านยังสอนให้แบ่งปันให้กับสังคมด้วยค่ะ โดยเฉพาะการใช้กฎหมายควรจะใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่กฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือในการเอาเปรียบประชาชนค่ะ รักและเคารพอาจารย์ทั้ง 2 ท่านเป็นอย่างสูงค่ะ
ชื่นชมในความเป็นคนดีและความสามารถของท่านอาจารย์แสวงมาโดยตลอดค่ะ ศิริพร