ตาแกก็เฉลยว่า “คิดถึงหลาน หมอหน้าเหมือนหลานตา หลานตาไปทำงานอยู่กรุงเทพ” เป็นอันว่า วันนั้นฉันเลยปล่อยให้ตาแกคุยถึงหลานสาว จนหายคิดถึงนั่นแหละ

 

 

 

ลองมานึกกันดูนะคะว่า ในบรรดาคนไข้ทั้งหลายที่เจอในแต่ละวัน คนไข้แบบไหน ทำให้เราทั้งยิ้มและส่ายหัวในเวลาเดียวกัน สำหรับฉัน ก็คงเป็นท่านผู้สูงอายุเหล่านี้แหละค่ะ แต่ละคนอยู่ในวัยชราจนต้องเรียกคุณตาคุณยายนั่นเลยเชียว งานจ่ายยาทำให้ฉันมีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์กับบุคคลพิเศษเหล่านี้มากมายในแต่ละวัน  ว่ากันว่าคนไข้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องมาผ่านห้องยาก่อนกลับบ้าน เรื่องเล่าของฉันเลยมีที่มาทั้งจากหลังเคาน์เตอร์จ่ายยาห้องให้คำปรึกษา หรือแม้กระทั่งข้างเตียงคนไข้

โรงพยาบาลที่ฉันทำงาน เป็นโรงพยาบาลอำเภอในหุบเขา จัดเป็นพื้นที่กันดารระดับ 1 แม้ว่าปัจจุบัน อำเภอของเราจะมี 7-11 มาตั้งตระหง่านอยู่กลางตลาดแล้วก็ตาม แต่หมู่บ้านนอกๆ ตัวอำเภอออกไป คนไข้ยังต้องตื่นแต่ตี1 ตี2 เดินเท้าไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง รออาศัยรถที่จะออกจากหมู่บ้าน เพื่อต่อรถคิวมาโรงพยาบาล  นั่นคงเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้คุณตาคุณยายส่วนใหญ่มักจะอ่านหนังสือไม่ออก ฉันเคยบ่นคุณยายคนหนึ่งอย่างเหนื่อยใจว่า “แล้วยายจะกินยาถูกได้ไงล่ะค่ะ ยายอ่านหนังสือไม่ได้ ยาก็เยอะขนาดนี้ แล้วยังอยู่คนเดียวอีก” คุณยายแกยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร แล้วบอกฉันว่า “ก็ยายเกิดก่อนโรงเรียน” เป็นไงล่ะคะ สั้นๆ ง่ายๆ เล่นเอาฉันอึ้งกับ หมัดฮุกของคุณยายไปพักใหญ่

ความสนุกสนานเริ่มขึ้นแล้ว มาค่ะ มารู้จักกับคุณตาคุณยายของฉันกัน

ขอแนะนำให้รู้จักกับ “ตาชุบ” ค่ะ ตาชุบแกมีลีลาการยื่นใบสั่งยาไม่เหมือนใคร ทุกครั้งที่เรียกรับยา หรือมายื่นใบสั่งยา คุณตาจะเดินมาหยุดชิดเท้า ห่างเคาน์เตอร์ประมาณ 1 เมตร แล้วค่อยๆ บรรจงโค้งคำนับ 90 องศา อย่างสวยงาม คุณตาจะแต่งชุดเรียบร้อย เสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ต เอาเสื้อเข้าในกางเกง ใส่เข็มขัด รองเท้าครบเครื่อง ทุกครั้งที่จ่ายยาให้แก ฉันจะตั้งใจเอาใจใส่ ดูแล และพูดกับแกดีเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะซาบซึ้งที่แกทำความเคารพฉันหรอกนะคะ ฉันแค่อยากให้แกรู้สึกว่าฉันก็เหมือนลูกเหมือนหลานแก มากกว่าเจ้านายใหญ่โตที่ต้องทำความเคารพกันขนาดนั้น แต่ยังไงๆ ตาชุบก็ยังโค้ง 90 องศา ทุกครั้งที่เจอกันอยู่ดี

            ตั้งแต่มีระบบบริการสุขภาพแบบใหม่ ใครๆ ก็พอใจกับบริการแบบไม่ต้องเสียเงิน แต่ “ยายคำหว่าน” จะไม่สบายใจเลย ทั้งๆ ที่มีบัตรสูงอายุ คุณยายจะเอาเงิน 100 บาท ไปหย่อนที่ตู้ทำบุญของโรงพยาบาลทุกครั้งที่มารับยาเบาหวาน ครั้งหนึ่งยายบอกฉันว่า “ยายไม่เอายาฟรีหรอกลูก ยายกลัวบาป ยายไม่อยากติดหนี้พ่อในหลวง” ฟังแล้วรู้สึกเหมือนฉันไหมคะ มันทั้งเย็น และชื่นในอกในใจดีเหลือเกิน

            ส่วน “ยายแยง” คนไข้ความดันของฉัน คุณยายแกเป็นคนที่กินยาผิด ผิดตลอด ผิดทั้งๆ ที่ฉันสอน อธิบาย และแนะนำอย่างสุดฝีมือ เวลาเจอหน้ากันที่คลินิกความดัน หลังจากซักไซ้วิธีกินยากันเรียบร้อย ฉันจะสรุปว่า “ยาย...ยายกินยาผิดอีกแล้ว” ยายแกจะทำหน้าตกใจปนเสียใจ แล้วพูดเสียงอ่อนๆ ว่า “ลูกหมอ... แม่ทำตามที่ลูกหมอบอกทุกอย่างเลยนะลูก ลูกหมอบอกให้แม่กินยังไง แม่ก็กินอย่างนั้นแหละลูก แม่น่ะเชื่อลูกหมอ แล้วทำไมลูกหมอว่าแม่กินยาผิดล่ะลูก” จะเป็นไงล่ะคะ ก็เสร็จยายอีก 1 แต้ม โกรธยายไม่ลงจริงๆ

            ฉันเคยสอนคุณตาคนหนึ่งใช้ยาพ่นแก้หอบ หลังจากสาธยายไปได้พักใหญ่ ฉันก็ได้ข้อสรุปว่า คุณตาแกไม่ฟังที่สอนเลย เอาแต่ยิ้มอย่างเดียว หลังจากต่อสู้กันสักพัก ตาแกก็เฉลยว่า “คิดถึงหลาน หมอหน้าเหมือนหลานตา หลานตาไปทำงานอยู่กรุงเทพ” เป็นอันว่า วันนั้นฉันเลยปล่อยให้ตาแกคุยถึงหลานสาว จนหายคิดถึงนั่นแหละ คุณตาถึงยอมให้ฉันสอนพ่นยาแต่โดยดี

            มาถึง “ยายทองสุน” สาวซ่าประจำคลินิกเบาหวาน แกจะมาโรงพยาบาลด้วยใบหน้าบูดบึ้ง จริงๆ นะ ตั้งแต่ฉันมาอยู่ที่นี่ ยังไม่เคยเห็นยายแกยิ้มซักที ยายแกชอบมาสาย ได้คิวท้ายๆ พอเจาะเลือดเสร็จก็จะมาทำเสียงดังป่วนคนโน้น คนนี้ เดินตัวงอๆ หน้าบูดๆ มายื่นใบสั่งยาแล้วเกาะเคาน์เตอร์แจ ไม่ยอมไปไหน บ่นกระปอดกระแปดว่า รอนาน อยากกลับบ้าน จ่ายยาช้า สารพัด หนักๆ เข้า ก็ขู่ว่าจะไม่รอเอายาถ้าไม่ลัดคิวให้ วันแรกที่เจอกัน ฉันเรียกแกมารับยาและให้ทวนชื่อตามปกติ แกก็เดินมาทำหน้างงๆ มองทางโน้นทางนี้ ไม่พูดไม่ตอบ ฉันก็คิดว่าแกหูตึง เลยตะโกนดังขึ้นๆ จนแกหันมาทำหน้าเบื่อๆ แล้วบอกว่า “แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินไปงั้นแหละ” โห...ยาย ร้ายได้ใจจริงๆ

            หรือคุณตาแก่ๆ คนหนึ่ง แก่มากๆ แกยืนยันกับฉันเสียงแข็งว่า “อ่านหนังสือออก ตายังมองเห็น ฉลากยาของหมอน่ะ ตาอ่านได้สบาย” ฉันเลยบอกให้ตาลองอ่านวิธีกินยาให้ฟัง ตาคว้าซองยาไปเพ่งอยู่นาน ฉันน่ะลุ้นแทบไม่หายใจ แหม...ก็ซองยาที่ตาแกเพ่งอยู่น่ะ แกถือกลับหัว กำลังจะหมดหวังอยู่แล้ว ตาแกก็ไหวตัวทัน รีบกลับด้านใหม่แถมอ่านให้ฟังซะเสียงดัง...รอดตัวไปนะตา

เป็นอย่างไรบ้างคะ คุณตาคุณยายของฉัน ถึงจะหูตาไม่ดี หลงๆ ลืมๆ คุยกันแต่ละทีมีแต่เรื่องน่าเวียนหัว บางคนอาจจะเบื่อ แต่สำหรับฉัน การได้พบปะ พูดคุยกับท่านๆ เหล่านี้ มักจะทำให้ฉันยิ้มได้เสมอ

ฉันเชื่อว่าคุณตาคุณยายน่ารักๆ แบบนี้คงมีอยู่ทุกที่ ลองเปิดใจกว้างๆ  หัดทำใจเย็นเป็นน้ำ แล้วจะพบว่าในวันทำงานอันแสนหนัก เราจะมีทั้งรอยยิ้มและ ความสุขใจได้ง่ายๆ อย่างไม่ต้องไปหาที่ไหนเลย 

 

ภญ.ดารัช ทองปัสโณว์
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย