ยิ่งให้...ยิ่งได้....จริงหรือ เราเท่านั้นที่รู้

                                                                    

  5 มิถุนายน2552

วันนี้ เป็นวันที่เราต้องขึ้นเวรบ่าย แต่เนื่องจาก แม่ไม่สบาย ต้องนอน รพ  จึงขออนุญาต หัวหน้า ลากิจ 1 วัน พรุ่งนี้ ค่อยไปทำงาน ( ในวันหยุด ลูกหลานหลายคน หยุดงาน ช่วยกันดูแลได้ ส่วนงานของเรา มันหยุดไม่ได้  หาคนขึ้นแทนลำบาก )

 

ไม่เป็นไรนะ อาการของแม่ ดีขึ้นมากแล้ว เพราะว่าได้กำลังใจมากมาย จากลูกหลาน 

 

เราต้องทำใจนะ   แม่เราอายุ มากแล้ว 75 ปี เป็นหลายโรค ก็ต้องมีบ้างที่ต้องป่วย นอน รพ  แต่ไม่เป็นไร อาการไม่น่าเป็นห่วงแล้ว นอนพักฟื้นอีก สักอาทิตย์ ก็น่าจะดีขึ้น

 

ช่วง 2 วัน ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ ทำงานใหม่ ที่ค่อนข้างท้าทาย  พอสมควร เป็นงานที่เราต้องทำ เป็นงานที่เป็นบทบาทอิสระของเรา ให้เราได้ใช้ทักษะความรู้ ความสามารถที่เรียนมาทั้งหมด และต้องใช้ทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ เพราะคนที่เราต้องเจอมีหลายบทบาทหน้าที่ หลายสถานะ ไม่เหมือนกันเลยสักคน

 

ยอมรับว่าเครียดมาก กับงานนี้ เพราะว่าได้รับเวรมาจากเพื่อนที่ทำหน้าที่นี้ มาก่อน   ว่านอกจากต้องรับบทหนักจากญาติแล้ว ยังต้องมาเจอกับผู้ร่วมงานบางคนที่ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องนี้ ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ไม่เข้าใจ แต่ต่อต้านเลยด้วยซ้ำ  คำพูด ท่าทาง การแสดงออกมา แทบจะทำให้ พวกเราหมดกำลังใจในการทำงาน

 

ไม่รู้สิ คิดว่า ทุกหน่วยงานก็ต้องมีคนแบบนี้นะ มันไม่ใช่ความผิดของเขา ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันกับเรา แต่เราจะทำอย่างไร เราจะยอมให้ เขามาทำลายสิ่งที่พวกเรา กำลังทำให้ดีขึ้นมาหรือ

 

เราไม่เคยคาดหวังว่าสิ่งที่พวกเราทำ จะทำให้เกิดผลดีเลิศ หรือไม่ผิดพลาดหรอกนะ แต่เราหวังไว้ว่า เราจะสามารถทำให้ ผู้ป่วยและญาติบางกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ เป็นพิเศษได้รับความรู้ ความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยที่ต้องกลับไปอยู่บ้าน ได้ อย่างสบายใจขึ้น

 

ในหอผู้ป่วยหนึ่ง 40 เตียง มีผู้ป่วยที่แพทย์วางแผนให้ กลับบ้าน และให้ญาติเรียนรู้ การดูแลผู้ป่วย เพื่อการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน หลายราย แต่ละรายมีความซับซ้อนของโรคที่เป็น มีมากกว่า 5 โรคใน1 คน

 

พวกเราคิดว่า ถ้ามี discharge planner  คอยดูแลตรงจุดนี้ มันก็คงทำให้งานของเราง่ายขึ้น

 

เราคิดว่า เราคิดไม่ผิด หอผู้ป่วยอื่นเขาก็มี และทำมานานแล้ว ทำได้ดีด้วย ของเราเพิ่งจะเริ่มต้น ยังลองผิด ลองถูก แต่นั่นแหละ แค่ได้ เริ่มต้น มันก็น่าจะดีแล้ว ทุกอย่างมันต้องมีการเริ่มต้นไม่ใช่หรือ

 

หลังจากที่เราประชุม ตกลงกันแล้วว่า เราจะทำนะ เราก็ได้ เริ่มต้นแล้ว 3-4 วัน

เราเจอปัญหามากมาย เราไม่เคยคิดว่า ที่เป็นอยู่ เราทำงานอย่าง routine เกินไป ทำตามกันไป แต่มาถึงตอนนี้ เรารู้ตัวเองแล้วว่า  เรายังต้องพัฒนาอะไร อีกมากมาย  โดยเฉพาะความรู้ เรื่องโรค ตลอดจน แนวทางการรักษา ทั้งที่ ปกติ และซับซ้อน เอาเข้าจริงๆ เรารู้ว่า เราไม่แม่นในองค์ความรู้เหล่านั้น ทำให้ เราขาดความมั่นใจในการเข้าหา case

 

 

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องพัฒนา ความรู้ ทักษะ ต่างๆ อย่างจริงจังซะที

การแพทย์ปัจจุบันก้าวหน้า ไปมาก เราพยาบาลต้องมีการ

up date กันตลอดเวลา ความคิดที่ว่า ทำงานตามๆ กันไป ใช้ความรู้ทักษะเดิมๆ ที่มีอยู่เดิมในยุคนี้ มันไม่ได้แล้ว เทคโนโลยีมันพัฒนาไปไกลมาก เราต้องก้าวตามให้ ทันองค์ความรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป

 

การทำงานนี้ เราต้องเจอกับญาติผู้ป่วยที่เขามีความเครียดมากๆ บางคนด้วยบุคลิกภาพของเขา ทำให้ มีการปรับตัวได้ ดี ผ่านความเครียดมาได้ สามารถเรียนรู้ และรับกับสิ่งใหม่ที่เราให้เขาได้ดี

 

สำหรับญาติบางคน ยังทำใจยอมรับกับโรค กับสภาพของผู้ป่วยไม่ได้ เราต้องยอมรับ และให้ เวลา เขา เพื่อทำใจก่อนสักระยะ ไม่มุ่งแต่จะทำหน้าที่ของเราโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้รับ

 

บางคน มีแหล่งสนับสนุนมาก มีคนร่วมดูแลรับผิดชอบผู้ป่วย หลายคน มีเงิน มีเวลาพอ เขาก็สามารถทำได้ ด้วยดี มีความสุขในการทำ

 

แต่ สำหรับบางคน ไม่มีลูก อยู่กัน 2 คนตายาย เมื่อถึงคราวป่วย ต้องดูแลกันเอง

มันก็เป็นเรื่องเครียดสำหรับเขา จะอยู่โรงพยาบาลตลอดไปก็ไม่ได้ เพราะ แพทย์ประเมินแล้วว่า  สามารถกลับไปดูแลต่อ ที่บ้านได้ แล้ว

 

คนที่เป็น อัมพาต เส้นเลือด สมองแตก มีอาการพูดไม่ได้ อัมพาตครึ่งซีก ถ้า ญาติมาตั้งความหวังว่า จะกลับบ้านต้อง เดินได้ ก่อน พูดได้ ก่อน ช่วยเหลือตัวเองได้ก่อน ซึ่งในความเป็นจริง มีแค่ปาฏิหาริย์ เท่านั้น

 

สำหรับเรา เมื่อคนไข้ พร้อม ไม่มีโรคแทรกซ้อน ญาติก็ต้องมาเรียนรู้ การดูแลเพื่อการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน  นั่นคือ งานของเรา

 

การเริ่มต้น เข้าหา case เราต้องศึกษาข้อมูล ประวัติ การเจ็บป่วย สภาพครอบครัว ผู้ดูแล  รายละเอียดทุกอย่างของเขา เราต้องยอมรับว่า เขาอาจพอใจ หรือไม่พอใจกับการกระทำของเรา

 

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญ เราต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี กับทุกคนที่เราดูแล  ด้วยสีหน้า ท่าทาง คำพูด ที่เป็นมิตร

 

มันยังไม่จบนะ มันแค่การเริ่มต้นเท่านั้น มันต้องมีสิ่งที่เราต้องทำอีกมากมายหลายอย่าง การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   รวมถึงการร่วมมือกันของทีมที่ดูแลผู้ป่วย  และที่สำคัญที่สุด คือกำลังใจ ที่พวกเราทีมพยาบาลด้วยกันที่จะมีให้แก่กัน

 

****  ขอแค่อย่า ทับถมกัน ด้วยคำพูด กริยาท่าทาง

****  ขอแค่ความร่วมมือ เล็กๆ น้อยๆของพวกเราเอง

****  อย่าถือ ว่า เป็นภาระ

****  ขอให้ถือว่าเป็นหน้าที่ อิสระที่เราต้องทำ ด้วยความเต็มใจ

****  อย่าให้ปัญหาต่างๆมาเป็น  อุปสรรคในการทำงานของเรา

****  ขอให้ภูมิใจ  ถ้าเจอปัญหา นั่นแสดงว่า เรากำลังทำงาน

****  คนที่กลัวปัญหา คือคนที่ไม่กล้าทำอะไรเลย

**** ขอแค่ เราทำให้ เขาด้วยใจจริง เราก็จะได้ ความจริงใจกลับมาแน่นอน

 

ของฟรี ไม่มีในโลกแน่นอน

ใครทำอะไร ก็ได้สิ่งนั้น เหมือนใครบางคนบอกว่า

ยิ่งให้...ยิ่งได้ จริงหรือ เราเท่านั้นที่รู้

                                                                                   17น

                                                                             5 มิถุนายน 2552

                            

 


จิ๊กโค้ดเพลง, เนื้อเพลง