ยกเว้นภาษีที่ต้องชำระ

             โดยปกติ   ผู้ที่มีรายได้จากเงินเดือนและรายได้อย่างอื่น  หรือผู้ที่มีรายได้อย่างอื่น    ที่เป็นบุคคลธรรมดา   ในการคำนวณภาษี   จะมีการคำนวณภาษี  2  วิธี เพื่อเปรียบเทียบหากภาษีที่ต้องชำระ     

              โดยวิธีที่ 1   จะนำรายได้ หักด้วยค่าใช้จ่าย และหักค่าลดหย่อน เหลือเป็นกำไรสุทธิที่ต้องคำนวณภาษี ตามอัตราภาษีเงินได้

              วิธีที่ 2    จะนำรายได้อื่นที่ไม่รวมเงินเดือน ที่มียอดรวมกันเกิน 60,000.- บาท มาทำการ     คำนวณในอัตราร้อยละ 0.5 ของเงินได้พึงประเมิน   

และตั้งแต่ 1 มกราคม  2552   เป็นต้น  ได้มีพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 480) พ.ศ.2552   ยกเว้นภาษีที่ต้องเสียทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน 5,000.-บาท สำหรับการคำนวณตามวิธีที่ 2    แต่หากมีภาษีที่ต้องเสียเกิน 5,000.- บาท จะต้องชำระภาษีทั้งจำนวน

               หากการคำนวณตามวิธีที่ 1 และ วิธีที่ 2  มีภาษีที่ต้องชำระ แต่วิธีที่ 2 ได้รับยกเว้น  ก็จะต้องชำระภาษีตามผลการคำนวณวิธีที่ 1    แต่ถ้าไม่มีภาษีที่ไม่ต้องชำระทั้ง 2  วิธีก็ไม่มีภาษีต้องชำระ

               ผู้มีเงินได้ทุกคนจะต้องยื่นแบบแสดงรายการ แม้ว่าจะได้รับการยกเว้นภาษีดังกล่าว

                โดยสามารถอ่านพระราชกฤษฎีกาได้ที่ http://www.rd.go.th/publish/40819.0.html