เห็นมีแต่รถยนต์กับรถชีวภาพคันนี้เท่านั้นที่แล่นอยู่บนท้องถนนครับ

ค่ำวานนี้(4พ.ค.52)ผมรับลูกชายกลับจากเรียนพิเศษ แล้วแวะซื้อกับข้าวก่อนกลับบ้าน(เนื่องจากแม่เด็กไปประชุมอีกแล้วครับ) ตอนแรกมีฝนตกปรอยๆจึงไม่เป็นปัญหาของBiocarอยู่แล้ว ปรากฏว่าถูกเทวดาหลอกครับท่าน เพราะตอนซื้อกับข้าวนั้นฝนมีหยุดเป็นช่วงๆแล้วตกปรอยๆต่อ แต่พอออกเดินทางได้เล็กน้อยกลับตกหนักขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นตกหนักมากตลอดทาง โชคดีที่ลมไม่แรงมาก-เราสองคนพ่อลูกจึงไปต่อได้และถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ในสภาพดีพอสมควรครับ-คือมีเสื้อผ้าชื้นๆเป็นบางที่ทั้ง2คน และกระเป๋านักเรียน+กับข้าวที่ซื้อมาก็ไม่เปียกครับ

ระหว่างทางเห็นมีจักรยานยนต์จอดรอให้ฝนหยุดอยู่หลายคันครับ แรกๆก็มีบางคันสวมเสื้อกันฝนขับแซงไปบ้าง แต่ผ่านครึ่งทางไปแล้วก็เห็นมีแต่รถยนต์กับรถชีวภาพคันนี้เท่านั้นที่แล่นอยู่บนท้องถนนครับ

ตอนฝนตกปรอยๆเราไม่ต้องใช้อุปกรณ์กันฝนใดๆเลย แต่ตอนฝ่าพายุผมมีร่มคันเล็กช่วยบังละอองฝนที่สาดเอียงเข้ามาครับ(หันร่มไปเรื่อยๆตามทิศทางลม) ส่วนลูกชายมีเสื้อกันฝนใส่เพราะผมมีติดรถใว้แล้วตลอดทั้งปีครับ

หมายเหตุ 1.ช่วงนี้ความเร็วเดินทางเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาเป็น19.5กม./ชม.แล้วครับ ความเร็วสูงสุด(ถนนทางราบ)ก็ขึ้นมาเป็น24.1กม./ชม.เมื่อ2-3วันนี้เองครับ-ขยับใกล้ระดับความเร็วของเสือภูเขาเข้าไปอีกนิดหน่อย คงจะเป็นผลมาจากมีความคุ้นเคยกับรถเพิ่มขึ้น+ผมคงจะแข็งแรงขึ้นอีกนิดนึงนะครับ!!

              2.ต้นแบบรถชีวภาพคันที่2 ตอนนี้จ่ายเงินไป3งวดแล้ว อีกไม่นานจะเสร็จแล้วครับ และคันนี้จะไปแข่งความเร็วกับเสือภูเขา/รถจ็อก ไม่แข่งกับจักรยานธรรมดาแล้วครับ