เช้าของวันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ขณะผมนั่งทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมหาดใหญ่พาราไดซ์ (นอกเรื่อง : นึกขึ้นได้ว่าสมัยก่อนมีโรงหนังชื่อ "พาราไดซ์" อยู่ใกล้ๆ เสาชิงช้า กทม. ตอนอายุ ๑๗-๑๘ ปี ผมไปทำงานที่ร้านอาหาร "นามชัย" พอได้พักตอนบ่าย ๒-บ่าย ๕ โมง ผมก็จะมาซื้อตั๋วดูหนังรอบบ่ายๆ โดยเงินซื้อตั๋วหนังได้มาจากเงิน Tip จากลูกค้าที่มาทานอาหาร สมัยนั้นค่าตั๋วประมาณ ๒๐ บาท หน้งที่ดูส่วนใหญ่เป็นหนังไทย มักนำแสดงโดย กรุง ศรีวิไล, ไพโรจน์ ใจสิงห์) กับทีมงานของคุณแก้ว (อุบล จ๋วงพานิช)
โต๊ะที่นั่งอยู่ใกล้ทางเข้าออก ผมนั่งหันหลัง.. ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์กลับจากวิ่งตอนเช้า ในชุดเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นตัวใหญ่ พร้อมรองเท้าและถุงเท้าวิ่ง แบบ simple แสดงถึงความเป็น Simple life และชีวิตที่พอเพียง
ท่านเดินมาข้างหลัง คนในโต๊ะก็ยกมือไหว้ทักทาย ผมยังไม่ทันเห็นท่าน (เพราะนั่งหันหลัง) ยังไม่ทันได้ยกมือไหว้ทักทาย ท่านทักทายผมในทำนองว่า "เป็นเบาหวานไม่ต้องกลัว สมัยนี้เราอยู่กับมันได้สบายมาก ถ้าได้ออกกำลังกายและควบคุมอาหารให้ดีแล้ว ไม่ช้าก็หาย" (แสดงว่าท่านอาจารย์หมอวิจารณ์อ่านบันทึกผม Click)
"เป็นเบาหวานนี่หายได้หรือครับ" ผมถาม
"หายได้ซิ ถ้าเราไปหาหมอหลายครั้งแล้ว ตรวจน้ำตาลในเลือดลดต่ำกว่าระดับที่เป็น" ท่านอาจารย์หมอเล่าต่อ "อย่างผมมีหลายโรค แต่ปฏิบัติตัวดี ถือว่าเป็นคนแก่รวยโรค แต่สุขภาพดี" (อ่านเรื่อง "เปลี่ยนยา" ของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์)
ต่อจากนั้นท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ก็เล่าเรื่องต่อ [บรรยากาศ ตอนแรกท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ยืนคุย หลังจากนั้นก็ไปตักอาหารมาทาน และมานั่งคุยต่อในประเด็นที่เปิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร เมื่อจบเรื่อง ผมก็รีบเล่าเรื่องครูนเรศ ให้ฟัง ซึ่งอ.หมอวิจารณ์ ก็สรุป (ทั้งวาจาและเขียนเป็นบันทึก)ว่า จะให้คุณเปาแห่งมูลนิธิสยามกัมมาจล ติดตามเรื่องนี้ต่อไป]
"คนเราทุกคน มันก็เป็นโรคกันทั้งนั้น อยู่ที่ใจของเราจะยอมรับมันมาเป็นพวก เมื่อเป็นพวกเดียวกันแล้วเราก็หาวิธีปฏิบัติตัวให้อยู่กับโรคอย่างมีความสุข"
เรื่องเล่าต่อไปเป็นตัวอย่าง เป็นเรื่องของคุณแม่ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ ซึ่งปีนี้อายุ ๘๙ ปีแล้ว (ถ้าผมจำไม่ผิด) คุณแม่บอกว่าจะลาโลก ตอนอายุประมาณ ๕๐ ปี ตอนนั้นเป็นโรคเบาหวาน ความดัน และอื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นคนรวยโรค ทีนี้ท่านก็เป็นคนชอบให้เขานวด ไปหาหมอนวด ถ้าท่าไหนเขานวดแล้วสบายก็จำท่านั้นไว้ แล้วก็มาฝึกทำให้ตัวเอง เรียกว่าโยคะธรรมชาติ มีดึงนิ้วมือ นวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย..ทำมาประมาณ ๔๐ ปี ก็ยังสุขภาพดี นี่แหละคือ "การอยู่กับโรคอย่างมีความสุข"
![]() |
|
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์ |

อยู่กับโรคได้อย่างมีความสุข อย่างนี้ถือว่าสุขภาพดีแล้วค่ะ
ขอขอบคุณ ครูแป๋มครับ