หตุผลที่ดิฉันจำเป็นจะต้องมีพินัยกรรมชีวิตของตนเอง ไม่ใช่เพียงเพราะว่าจะช่วยปกป้องครอบครัวให้พ้นจากความรู้สึกผิดบาปโดยไม่จำเป็น ตลอดจนการสูญเสียเงินจำนวนมาก แต่การแสดงเจตจำนงนี้ช่วยทำให้ดิฉันได้ใคร่ครวญพิจารณาเกี่ยวกับความตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง – ความตายของตัวเอง

red leave

 

 


สนิทสุดา เอกชัย

บางกอกโพสต์ ฉบับประจำวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๒

 

เมื่อครั้งที่ดิฉันเป็นเด็ก เคยเชื่อว่าทุกคน - ยกเว้นตัวดิฉันเอง ไม่อาจหลีกหนีความตายไปได้ นั่นเป็นความยะโหโอหังแบบเด็กน้อย ขณะนี้ คนที่ฉันมองผ่านเงาสะท้อนของกระจกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเส้นผมที่หงอกขาวย้ำเตือนถึงการขยับเข้าหาสิ่งที่ไม่อาจหลีกหนีได้พ้นสิ่งที่ดิฉันหวาดกลัวมากที่สุดไม่ใช่ความตาย หากแต่เป็นการสูญเสียความสามารถในการควบคุมหนทางที่ตนเองจะตาย และนั่นก็เป็นความยะโสโอหังในอีกรูปแบบหนึ่งหรือเปล่า?

 

กระบวนการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ สิทธิที่จะตายในเมืองไทยไม่ได้เชื่ออย่างนั้น โดยเหตุนี้จึงมีความพยายามผลักดันกฎหมายพินัยกรรมชีวิตเพื่อที่ว่า เวลาที่เรากำลังอยู่ที่ขอบประตูแห่งมรณกรรม เราสามารถที่จะตายอย่างเป็นธรรมชาติแวดล้อมไปด้วยผู้เป็นที่รัก แทนที่จะอยู่ในภาวะเป็นผักหมดสติ ถูกยื้อให้มีชีวิตต่อแบบเทียม-เทียมด้วยเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ บุคลากรทางกฎหมายและการแพทย์จำต้องให้ความเคารพสิทธิที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรีของเรา

 

เมื่อมีการถกเถียงเกี่ยวกับร่างกฎหมายในเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะที่กรุงเทพฯ สัปดาห์ก่อน ผู้ชำนาญการทางการแพทย์และกฎหมายต่างกังวลสนใจเกี่ยวกับความปลอดภัยจากข้อพิพาททางกฎหมายของตนมากกว่าความปรารถนาของผู้ป่วยในภาวะใกล้ตาย ได้แก่ การเยียวยาที่ดีและการจากไปอย่างสงบ

 

นอกเหนือจากเรื่องการฟ้องคดีความแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ ที่ว่าความกังวลของบุคลากรทางการแพทย์นั้นเกิดจากการศึกษาในโรงเรียนแพทย์ที่ทำให้แพทย์มองว่าตนเองมีหน้าที่ทำสงครามต่อสู้กับมฤตยูและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นอาวุธในการช่วงชิงชัยชนะจากธรรมชาติ?

 

หรือว่านี่เป็นเพียงการเฝ้าคอยระแวดระวังการท้าทายจากสังคมที่มีต่อแวดวงทางการแพทย์ ซึ่งเสวยสุขจากการมีอำนาจสิทธิขาดในการตัดสินใจว่าคนไข้คนไหนควรอยู่หรือควรช่วยหรือไม่ช่วย

 

ดิฉันเองล่ะ เป็นคนหนึ่ง ที่ไม่ใคร่จะเข้าใจดีนักถึงความกลัวของบุลากรทางการแพทย์ในการละเมิดกฎหมายและจริยธรรมทางการแพทย์ ลองหันมาดูความเป็นจริงกันสิ เวลาที่คนจนส่วนใหญ่ไม่มีปัญญาจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลในราคาที่สมเหตุสมผล เวลาที่งบประมาณอันน้อยนิดต้องนำไปใช้กับคนที่สามารถช่วยได้ก่อน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ปฏิบัติกันจนเป็นปรกติธรรมดาอยู่แล้ว  ที่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐที่มีงบจำกัดจำเขี่ยจะปล่อยให้คนใกล้ตายตายไป ไม่ใช่หรือ? พวกชอบเสียดสียังเสนอว่า ฝ่ายที่ต่อต้านพินัยกรรมชีวิตโดยมากก็เนื่องจากเรื่องเงิน โดยเหตุที่การรักษาเพื่อยืดชีวิตเป็นการให้รักษาหลัก-หลักในโรงพยาบาลเอกชน สำหรับพวกที่ต้องการการรักษาพยาบาลแบบพิเศษกว่าปรกติ

 

ถ้าหากพ่อแม่ที่กำลังเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ในภาวะป่วยหนัก แล้วก็มีหมอบอกว่ามีหนทางที่ อาจจะช่วยชีวิตท่านได้ แต่ว่าคุณต้องจ่ายนะ คุณจะทำยังไง? ถ้าคุณไม่เลือกหนทางนั้น ก็เท่ากับเสี่ยงต่อการเป็นลูกอกตัญญูและทุกข์ต่อความรู้สึกผิดที่ไม่อาจทำในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อช่วยชีวิตพ่อแม่ของตน

 

ดังนั้นเอง คุณเลยต้องจ่าย หลายครอบครัวสิ้นเนื้อประดาตัวจากการใช้ประโยชน์ในทางที่ผิดจากการแพทย์เชิงพาณิชย์นี้

 

และนี่คือเหตุผลที่ดิฉันจำเป็นจะต้องมีพินัยกรรมชีวิตของตนเอง ไม่ใช่เพียงเพราะว่าจะช่วยปกป้องครอบครัวให้พ้นจากความรู้สึกผิดบาปโดยไม่จำเป็น ตลอดจนการสูญเสียเงินจำนวนมาก แต่การแสดงเจตจำนงนี้ช่วยทำให้ดิฉันได้ใคร่ครวญพิจารณาเกี่ยวกับความตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความตายของตัวเอง

 

พินัยกรรมชีวิตยังบังคับให้ดิฉันค้นหาหนทางที่จะช่วยตนเองเผชิญหน้ากับความตายอย่างสงบ หนทางที่จากไปอย่างปราศจากความขุ่นข้องคับแค้น หรือทอดทิ้งความเสียใจไว้ หนทางที่จะเตรียมตนในภาวะวิกฤติด้วยการเจริญสติที่นี่และเดี๋ยวนี้

 

ทัศนะทางจิตวิญญานเป็นแรงผลักเริ่มต้นที่สำคัญยิ่งในการจัดทำร่างกฎหมายพินัยกรรมชีวิต น่าเสียดายที่ว่า องค์ประกอบนี้ไม่ได้รับความใส่ใจนัก และตัวร่างกฎหมายก็มุ่งไปที่เทคนิกวิธีทางกฎหมายเสียมากกว่า

 

พินัยกรรมชีวิตไม่ใช่เรื่องของการกรอกแบบฟอร์มที่ถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนดทางการแพทย์ หากแต่เป็นเรื่องของการพูดคุยกับครอบครัวเกี่ยวกับชีวิตและความตาย ตลอดจนการมีความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกันระหว่างผู้ป่วยและแพทย์

 

พินัยกรรมชีวิตเป็นเรื่องของการยอมรับข้อจำกัดของเทคโนโลยี ยอมรับความไม่จีรังของชีวิต และทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของการตายดี


พินัยกรรมชีวิตเป็นเรื่องของการมองชีวิตแบบใหม่ที่ปลดปล่อยเราจากความกลัวและความรู้สึกโศกเศร้าจากความตายและความสูญเสีย

 

หากขาดเสียซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ ความปรารถนาสุดท้ายของเราที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรีย่อมถูกเบี่ยงเบนหันเหไปจากเดิม จะมีพินัยกรรมชีวิตหรือไม่มี ก็เลือกเอา

 http://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/17856/a-living-will-that-allows-us-to-die-in-peace