ขั้นตอนการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
สามารถจัดทำในทีละขั้นตอน ตามแผนผังต่อไปนี้
ขั้นตอนการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา คณิตศาสตร์
|
1.วิเคราะห์สาระและมาตรฐานกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ 2. ศึกษาเอกสารการจัดสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ |
|
3. จัดทำคำอธิบายรายวิชา 4. กำหนดผลการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ 5. กำหนดโครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ |
|
6. ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ |
|
7. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ 8. นำไปใช้ |
|
9. ประเมินผลการนำไปใช้/ปรับปรุง/พัฒนา |
|
|
|
|
|
|
|
|
การเลือกวิธีการสอน / กระบวนการจัดการเรียนรู้
การจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์นั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1. กระบวนการเรียนรู้ควรจัดให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลรวมทั้งวุฒิภาวะของผู้เรียน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดคำนวณพื้นฐาน มีความสามารถในการคิดในใจ ตลอดจนพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถทางคณิตศาสตร์ได้อย่างเต็มศักยภาพ
2. การจัดเนื้อหาสาระทางคณิตศาสตร์ต้องคำนึงถึงความง่ายยาก ความต่อเนื่อง และลำดับขั้นของเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ต้องคำนึงลำดับขั้นของการเรียนรู้ โดยจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์จริง รวมทั้งปลูกฝังนิสัยให้รักในการศึกษาและแสวงหาความรู้ทางคณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
3. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ควรจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่สมดุลทั้งสามด้าน คือ
3.1 ด้านความรู้ ประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ 1 สาระ ดังนี้
(1) จำนวนและการดำเนินการ
(2) การวัด
(3) เรขาคณิต
(4) พีชคณิต
(5) การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
3.2 ด้านทักษะ/ กระบวนการ ประกอบด้วย 5 ทักษะ/ กระบวนการที่สำคัญ ดังนี้
(1) การแก้ปัญหา
(2) การให้เหตุผล
(3) การสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอ
(4) การเชื่อมโยง
(5) ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
3.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ได้แก่
(1) ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์
(2) สามารถทำงานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเชื่อมั่นในตนเอง
กล่าวคือให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระคณิตศาสตร์ มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ ตระหนักในคุณค่าของคณิตศาสตร์ และสามารถนำความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปพัฒนาชีวิตให้มีคุณภาพ ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
4. การส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการเรียนการสอนรวมทั้งอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรู้ทางคณิตศาสตร์พื้นฐานที่สำคัญและจำเป็น ทั้งนี้ควรให้การสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถดำเนินการวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในชั้นเรียนให้เป็นไปอย่างมีศักยภาพ
5. การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ ควรมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและบุคคลทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาคณิตศาสตร์ เช่น สถานศึกษา โรงเรียน บ้านสมาคม ชมรม ชุมนุม ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนคณิตศาสตร์สร้างสรรค์ ห้องกิจกรรมคณิตศาสตร์หรือห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์ มุมคณิตศาสตร์ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ศึกษานิเทศก์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น
6. สำหรับผู้เรียนที่มีความสนใจ มีความถนัดหรือมีความสามารถทางคณิตศาสตร์และต้องการเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้น ให้ถือเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาที่จะต้องจัดหน่วยการเรียนรู้ โปรแกรมการเรียนการสอน หรือรายวิชาที่มีความเข้มสูงขึ้นให้กับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนรู้คณิตศาสตร์เพิ่มเติมให้เต็มศักยภาพ ตามความถนัด ความต้องการ ความสนใจ และความแตกต่างระหว่างบุคคล ดังนั้นสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่สถานศึกษาแต่ละแห่งจะจัดเพิ่มเติมให้แก่ผู้เรียนนั้นจึงมีได้หลากหลาย
การเขียนหัวข้อสำคัญในแผนการจัดการเรียนรู้
1. จุดประสงค์การเรียนรู้ ควรเขียนเป็นจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ครูผู้สอนกำหนดเป้าหมายว่าต้องการให้ผู้
เรียนได้ความรู้/ทักษะกระบวนการ/ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
อันพึงประสงค์อย่างไรบ้าง
2. สาระการเรียนรู้ เป็นการเขียนขอบข่ายสาระการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนเรียน อาจครอบคลุมทั้งส่วนที่เป็นเนื้อหา กระบวนการหรือทักษะการเรียนรู้ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์
3. กิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรกำหนดวิธีสอน เทคนิคการสอน หรือกระบวนการที่จะนำมาจัดการเรียนการสอน เขียนรายละเอียดให้ชัดเจนเป็นรายชั่วโมง โดยให้ครอบคลุมทั้งขั้นนำ ขั้นกิจกรรมซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของวิธีสอน / เทคนิคการสอนหรือกระบวนการที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน อันมีผลให้ผู้เรียนบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ ครูผู้สอนอาจต้องเตรียมใบความรู้ แหล่งเรียนรู้ ใบงาน แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ แบบฝึกหัด ฯลฯ ให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่กำหนด
เมื่อดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ครบตามขั้นตอนแล้ว ในขั้นสรุปนั้นจัดว่าเป็นขั้นสำคัญขั้นหนึ่งเพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนได้องค์ความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์เป็นไปตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนด
4. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้เป็นการเขียนสื่อทุกประเภทที่นำมาใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ของแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วย
- สื่อประเภทวัสดุ เช่น รูปภาพ ใบงาน ใบความรู้ แบบฝึกหัด แบบฝึกทักษะ แผ่น CD VCD แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกวีดิทัศน์ ฯลฯ
- สื่อประเภทเครื่องมือหรืออุปกรณ์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่น VCD วิทยุ เครื่องเล่นและบันทึกเสียง เครื่องเล่นวีดิทัศน์ ฯลฯ
- สื่อประเภทเทคนิคหรือวิธีการ เป็นเทคนิคของครูผู้สอนนำมาใช้เพื่อให้ผู้เรียนมีความกระจ่างในเรื่องที่เรียน เช่น การเล่นเกม การแสดงละคร การแสดงบทบาทสมมุติ
สำหรับแหล่งการเรียนรู้นั้นจัดได้ว่ามีความสำคัญต่อผู้เรียนมาก ซึ่งครูผู้สอนควรระบุแหล่งการเรียนรู้ที่ผู้เรียนใช้เป็นที่ค้นคว้าหาความรู้ด้วย เช่น ห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ อุทยานแห่งชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
5. การวัดและประเมินผล
การวัดผลและการประเมินผลทางคณิตศาสตร์นั้น ผู้สอนไม่ควรมุ่งวัดแต่ด้านความรู้เพียงด้านเดียว ควรวัดให้ครอบคลุมด้านทักษะ / กระบวนการ และด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมด้วย ทั้งนี้ต้องวัดให้ได้สัดส่วนและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ที่ได้กำหนดไว้ในหลักสูตร
การวัดผลและการประเมินผลควรใช้วิธีการที่หลากหลายที่สอดคล้องและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการวัด เช่น การวัดผลเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนและพัฒนาผู้เรียน (Formative Test) การวัดผลเพื่อวินิจฉัยหาจุดบกพร่องของผู้เรียน (Diagnostic Test) การวัดผลเพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน (Summative Test หรือ Achievement Test) การวัดผลตามสภาพจริง (Authentic Test) การสังเกต แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) โครงงานคณิตศาสตร์ (Mathematics Project) การสัมภาษณ์ (Interview)
การวัดผลและการประเมินผลทางคณิตศาสตร์ควรมุ้งเน้นการวัดสมรรถภาพโดยรวมของผู้เรียนเป็นหลัก (Performance Examination) และผู้สอนต้องถือว่าการวัดผลและการประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามสำหรับการเรียนรู้คณิตศาสตร์นั้น หัวใจของการวัดผลและการประเมินผล ไม่ใช่อยู่ที่การวัดผลเพื่อประเมินตัดสินได้หรือตกของผู้เรียนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การวัดผลเพื่อวินิจฉัยหาจุดบกพร่องตลอดจนการวัดผลเพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอนที่ช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนได้สามารถเรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มตามศักยภาพ
การประเมินผลที่ดีนั้นต้องมาจากการวัดผลที่ดี กล่าวคือ จะต้องเป็นการวัดผลที่มีความถูกต้อง (Validity) และมีความเชื่อมั่น (Reliability) และการวัดผลนั้นต้องมีการวัดผลด้วยวิธีต่างๆ ที่หลากหลายตามสภาพ และผู้สอนจะต้องวัดให้ต่อเนื่อง ครอบคลุมและทั่วถึง เมื่อนำผลการวัดทั้งหลายมารวมสรุปก็จะทำให้การประเมินผลนั้นถูกต้องใกล้เคียงตามสภาพจริง
นอกจากนี้ครูผู้สอนควรเพิ่มหัวข้ออื่นๆ ด้วย เพื่อทำให้แผนการจัดการเรียนรู้มีความสมบูรณ์มากขึ้น เช่น
การบูรณาการ เขียนแสดงถึงการบูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้หรือระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ หรืออาจจะบูรณาการทั้งหมดภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้และระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้
ชิ้นงาน / ภาระงานของผู้เรียน ให้เขียนระบุให้ชัดเจนว่า ให้ผู้เรียนทำงานใด เช่น
ทำใบงาน ทำแบบฝึกหัด ทำรายงาน ทำโครงงาน เป็นต้น
บันทึกหลังสอน เป็นหัวข้อที่กำหนดไว้สำหรับให้ผู้สอนได้บันทึกผลภายหลังการจัดการเรียนการสอน เพื่อนำข้อมูลไปใช้พัฒนาปรับปรุงแผนต่อไป โดยอาจจะมีหัวข้อย่อย ดังตัวอย่าง
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.1 ผู้เรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้
จำนวน .............. คน คิดเป็นร้อยละ ..............
1.2 ผู้เรียนที่ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ จำนวน .............. คน ได้แก่
สวัสดีครับมาหาความรู้นะครับ
สนใตคณิตศาสตร์เหมือนกัน เข้ามาเยี่ยมคะ