ผมเคยเขียนเรื่องช่างเชื่อมไว้ที่นี่    วันนี้ขอเล่าต่อ ว่าชีวิตช่างเชื่อมนี้ให้ความปิติสุขล้นเหลือ   ยิ่งคนบ้าไอทีอย่างผม ทำหน้าที่นี้ได้ง่ายมาก   แค่เชื่อมอีเมล์ถึงผู้คนก็ได้ทำหน้าที่นี้แล้ว
          แต่จริงๆ แล้ว จะเป็นช่างเชื่อมที่ดีได้ ต้องฝึกทำความเข้าใจคุณค่าของสิ่งต่างๆ   ซึ่งที่สำคัญคือ คุณค่าในมุมมองของฝ่ายต่างๆ ที่เราจะไปเชื่อมต่อ   ผมจึงเท่ากับกำลังทำ Value studies ไปในตัว   มิฉนั้นโอกาสเชื่อมติดจะมีน้อย   การใช้ชีวิตเช่นนี้สนุกและท้าทายมาก
          ผมจะยกตัวอย่างการเชื่อมที่น่าจะติด และก่อผลดีต่อบ้านเมืออย่างมหาศาล    คือเรื่องนโยบายสาธารณะ/นโยบาย วทน.   (วทน. = วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม)    วันที่ ๑๘ พ.ค. ๕๒ ผมไปประชุมคณะกรรมการแผนกแพทยศาสตร์ มูลนิธิอานันทมหิดล   มีเรื่อง อ. นพ. สรภพ เกียรติพงษ์สาร หมอสูติ-นรีเวช จากจุฬาฯ ขอเปลี่ยนสาขาจากเรียนเน้นวิทยาศาสตร์ (stem cells) ไปเรียนด้านนโยบาย   ผมจึงขอ อี-เมล์ ของท่านจาก อ. หมอวีรพันธ์ โขวิฑูรย์กิจ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ    เรียนท่านประธาน (ศ. นพ. เกษม วัฒนชัย) ว่าผมจะทำหน้าที่เชื่อมโยงกับวงการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม และนโยบายสาธารณสุขให้


          บ่ายวันนั้นผมส่ง อี-เมล์ เข้าวงทั้ง ๒ และ อ. นพ. สรภพ ดังนี้

          เรียนทุกท่าน
          ผมขอแนะนำ อ. นพ. สรภพ เกียรติพงษ์สาร นักเรียนทุนอานันทมหิดล ไปเรียนต่อ
          เป็น Research Fellow in Stem cell Biology, Massachusetts General
          Hospital   และเป็น Research Fellow in Science, Technology and
          Globalization, JFK School of Government, Harvard University
          และกำลังจะเข้าศึกษาต่อปริญญาเอกสาขา Health Policy ใน Collaborative
          Progran (Harvard Medical School, Harvard School of Public Health,
          Harvard Law School, Harvard Business School)
          เพื่อความร่วมมือด้านการทำงาน และการวิจัยด้าน Science Policy & Health
          Policy ในอนาคต

          อ. นพ. สรภพ เป็น อจ. ภาควิชาสูติ-นรีเวชวิทยา  คณะแพทยศาสตร์ จุฬา
          ติดต่อได้ทาง อี-เมล์ ksorapop(at)yahoo.com
          วิจารณ์

          ชั่วโมงต่อมา รศ. ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เลขาธิการ สวทน. (สำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แห่งชาติ) ก็ตอบดังนี้

         ขอบคุณครับ
         พิเชฐ

 

          ตกเย็น นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ตอบดังนี้

          I would hope that our team in the MoPH and HSRI can talk to him before he goes for his PhD on Health Policy.
          Suwit
          Dr. Suwit  Wibulpolprasert
          Senior Advisor on Disease Control
          Ministry of Public Health, Thailand

 

          ผมจึงตอบดังนี้

          Dear Suwit
          He is now at Harvard.
          Vicharn

 

          ค่ำวันเดียวกัน นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร เขียนตอบดังนี้

          Dear Ajaan Vicharn,

          I met and discussed with him a few wks ago when Vijj and I gave a lecture at Harvard, good guy krub.  Will keep in touch with him on potential PhD thesis area.  He is thinking of various krub.
       

          Best wishes,
          Viroj

 

          หลังจากนั้นอีก ๑ ชั่วโมง ผมให้ข้อมูลเพิ่มดังนี้
          Recent publications ของ นพ. สรภพ ครับ
          http://www.sciencemag.org/cgi/content/summary/323/5921/1564
          http://www.nature.com/stemcells/2008/0812/081203/full/stemcells.2008.151.html
          วิจารณ์

          ตีสองของวันรุ่งขึ้น (ซึ่งเป็นกลางวันของอเมริกา) อ. หมอ สรภพ เขียนมาดังนี้

 
          Dear Ajarn Vicharn, Ajarn Viroj, Ajarn Suwit, Ajarn Pichet, Ajarn Vijj and Ajarn Weerapan,
          Thank you Ajarn Vicharn very much for very kind introduction krub. I hope to have opportunities to meet and sawasdee all of you in person when I am back in Bangkok for conferences and visa extension this late June - early July krub. 
           As Ajarn Vicharn kindly introduced, I am currently a research fellow in stem cell biology and regenerative medicine at Massachusetts General Hospital/Harvard Medical School and a research fellow in science, technology and public policy at John F. Kennedy School of Government. My research interests are in science and technology policy for developing countries (both in the areas of technology/innovation development and deployment) and health policy (mainly on decision-making, judgment, behavioral economics and negotiation). I will complete both of my fellowship training and start taking my (PhD in Health Policy) coursework this coming Fall krub.
          Thank you Ajarn Vicharn so much again krub. I look forward to meeting and learning from all of you soon krub. Your advice and guidance will be very helpful and highly appreciated krub.

          Sincerely yours,
          Sorapop

          เก้าโมงเช้าวันรุ่งขึ้น ดร. พิเชฐ เขียนดังนี้
          Dear Ajarns,
          From our Science Technology and Innovation Policy Office, we are designing and engaging in a number of participatory approaches that hopefully would stimulate STI development.  The matter is more STI for development than merely STI development itself.              

          It's rather complex and multi-sectoral.  Thus, we're happy to hear about Dr. Sorapop and an opportunity to meet with him.  STI in healthcare sector is important to us.  We will spend the next 9 months working toward the next generation of STI policy and will need all the help we can get.
         

          Regards,
          Pichet

          อ. หมอสรภพ ตอบดังนี้
          Dear Dr. Pichet,

          Thank you very much for your e-mail and comments krub. It is very nice to know you krub. I am very interested in learning more about the work of the STI office krub. I will look forward to meeting you and learning more from you krub. In the meantime, please do not hesitate to let me know if there is anything I can be of help na krub.

          With best wishes,
          Sorapop

          อีกตัวอย่างหนึ่ง คือเรื่องชุมชนเข้มแข็ง กับบทบาทของมหาวิทยาลัย    วันที่ ๑๙ พ.ค. ๕๒ ผมไปร่วมประชุมขบวนการปฏิรูปประเทศไทยตามที่เล่าไว้ที่นี่   วันรุ่งขึ้นผมก็ อี-เมล์ ไปถึง รศ. ดร. สุรสีห์ วัฒนวิกย์กิจ เลขานุการสภา มวล. ดังนี้
          เรียนท่านรองฯ สุรสีห์ ที่นับถือ
กิจกรรมข้างเคียงของสภาฯ ในบ่ายวันเสาร์ที่ ๑๑ ก.ค. ผมขอเสนอ (ถ้าจัดได้) ผมขอเสนอให้ไปเยี่ยม อบต. ปากพูน   ซึ่งมีคุณธนาวุฒิ ถาวรพราหมณ์ เป็นนายก อบต. (
http://www.geocities.com/tambonpakpoon) เพื่อหาทางเชื่อมโยงวิชาการของ มวล. เข้าไปรับใช้ อบต. เข้มแข็ง   คุณธนาวุฒิมีเครือข่าย อบต. ที่จะช่วยให้ มวล.  outreach หรือ networking ได้ง่าย
          ควรเตรียมคนที่จะไปเยี่ยม โดยขอหนังสือ "แลปากพูน เมืองนครฯ" จาก สสส. ส่งให้อ่านก่อน   หรือเข้าเว็บไซต์ ด้วยก็ยิ่งดี   จะได้มีเวลาคุยแลกเปลี่ยนหาลู่ทางความร่วมมือได้มากขึ้น   ผอ. ศูนย์บริการวิชาการควรได้ร่วมไปด้วย   เพื่อหาลู่ทางทำงาบริการวิชาการแบบใหม่ๆ   และทีมวิจัยลุ่มน้ำปากพนังก็น่าจะมีตัวแทนร่วมไปด้วย
หากทำได้จริง น่าจะเชิญ อ. หมอประเวศ เป็นพิเศษ ให้ท่านมาช่วยเชื่อมโยง และตั้งโจทย์ให้ มวล.
วิจารณ์

          ภายใน ๒ ชั่วโมง ก็ได้รับ อี-เมล์ ตอบดังนี้
          เรียนท่านอาจารย์วิจารณ์ที่เคารพ
          ขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับคำแนะนำครับ และจะดำเนินการตามที่ท่านกรุณาเสนอต่อไป
          สุรสีห์

          บ่ายวันเดียวกัน คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ตอบ อี-เมล์ ว่าดังนี้
          ดีจริง ๆ ค่ะ  สนับสนุนว่าควรไป
          สุพัตรา

          ค่ำวันเดียวกัน ผมแจ้งเพิ่มดังนี้
          เรียนทุกท่าน
          วันนี้ผมเรียน อ. หมอประเวศ และจองวันท่านไว้แล้ว    ท่านจะไปครับ
          และจะเขียนหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในงานนี้ ที่
          มวล. น่าจะขอไปแจกด้วย    ดร. สุรสีห์โปรดติดต่อ อ. หมอประเวศ ครับ
          วิจารณ์

         ตอนดึกวันเดียวกัน คุณดวงพร เฮงบุณยพันธ์  เขียน อี-เมล์ เข้าไปในวงดังนี้
         ทุกท่าน ที่เคารพ
          ตำบลปากพูนเป็นพื้นที่ที่ มวล. โดยสำนักวิชาการพยาบาล สมัยที่ อ.ศิริอร เป็นคณบดีไปชวนชาวบ้าน 1) ทำวิจัย จนพัฒนาเป็นฐานข้อมูลที่เรียกว่า FAP -Family Assessment Program   โดยมี อ.อุไร ที่เป็นชาวปากพูนเป็นกำลังหลัก 2) มี Faculty practices ที่อาจารย์พยาบาลที่เป็นพยาบาลเวชปฏิบัติ ไปตรวจและดูแลผู้ป่วยที่ สอ. (ไม่แน่ใจว่าสัปดาห์ละกี่วัน) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่อาจารย์ได้ใช้ความรู้จากการเรียนมาและการนำประสบการณ์มาใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอน และ 3) มีนักศึกษาฝึกงานของสำนักวิชาการพยาบาลเข้าไปทำโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการร่วมกับกลุ่มในหมู่บ้าน แล้วเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญในประชุมปรึกษาหารือกับชุมชน (ประชาคม )
          ด้านสุขภาพมี ผอ.รพ.ท่าศาลา เป็นเสาหลักอีกเสาหนึ่งที่คอยเกื้อกูลให้ระบบบริการสุขภาพดี
          มีหลายอย่างอยู่ในหนังสือที่อาจารย์วิจารย์กล่าวถึง
          ในช่วงนี้ตำบลปากพูนเป็นที่สำหรับการเรียนรู้ของ 20 อปท.ๆ ละ 30 คนมาเรียนรู้เป็นเวลา 5 วัน
          ที่นครศรีธรรมราชมีตำบลขุนทะเล และอีกหลายๆ ตำบลที่มีความเข้มแข็งของการทำงานร่วมกันของท้องถิ่น-ท้องที่-องค์กรชุมชน
          ด้วยความเคารพ

         ดวงพร (สสส.)

         เช้าวันที่ ๒๒ พ.ค. ผศ. ดร. วัลลา ตันตโยทัย แจ้งมาดังนี้


         เรียนอาจารย์วิจารณ์ค่ะ
         ขณะนี้อาจารย์ของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ได้ไปทำงานกับ อบต.ปากพูนอยู่หลายเรื่อง เรื่องเดิมที่เคยทำก็ยังต่อเนื่อง เรื่องใหม่เล็กๆ คือไข้เลือดออก (ได้ทุนจาก สสส.) ส่วนที่ใหญ่ขึ้นอีกหน่อยคือเรื่องเบาหวาน นายก อบต. ได้มาคุยกับดิฉันบ้างแล้ว กำลังวางแผนจะขอทุนวิจัยจาก สกว.ท้องถิ่น (นครศรีธรรมราช) ซึ่ง ดร.เลิศชายเป็นผู้ดูแลอยู่ 
         ทุนของ สกว.ท้องถิ่น มีลักษณะงานตรงกับที่เราต้องการคือให้ชาวบ้านได้เรียนรู้และเป็นผู้ทำวิจัยเรื่องของตนเอง นักวิชาการเป็นผู้สนับสนุนคอยจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสม กำลังคิดจะชวนอาจารย์สำนักวิชาอื่นๆ เข้าร่วมด้วย รวมทั้งนักวิชาการภายนอก
ดีใจที่อาจารย์จะมาค่ะและหวังว่าจะได้รับคำชี้แนะเพิ่มเติม
         ด้วยความเคารพ
         วัลลา
         Valla Tantayotai, DNS.
         Dean, School of Nursing, Walailak University
         Co-ordinator, DM KM Network
         Tel. 0-7567-2154, 0-7567-2102 Fax 0-7567-2103
         I blog at
http://gotoknow.org/blog/dmcop
         and http://gotoknow.org/blog/adminwu

 

          ถ้าจะให้เล่าความคิดและความรู้ในรายละเอียดที่อยู่เบื้องหลังการทำหน้าที่ช่างเชื่อมทั้ง ๒ กรณีนี้    ก็จะมีความยาวหลายหน้ากระดาษ   ผมพิมพ์ไม่ไหว   จึงขอสรุปว่า ผมมองที่คุณค่าต่อบ้านเมือง มองว่าถ้าเชื่อมโยงหลายฝ่ายเข้าด้วยกันจะมีโอกาสเกิด win – win – win – win ได้    โดยผมรู้ว่าแต่ละฝ่ายเขามีคุณค่า และความฝัน อะไรอยู่ และเมื่อเชื่อมแล้วจะเกิดความร่วมมือเกิดคุณค่าเพิ่มได้อย่างมหาศาล


          หลังจากนี้เราก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง    เหมือนทำหน้าที่แม่สื่อ ไม่ต้องยุ่งตอนบ่าวสาวเขาแต่งงานกัน   ปล่อยให้เขาว่ากันเอง


          ความสุขของผมอยู่ที่ได้ทำงาน high value แก่บ้านเมือง    แต่งานแบบนี้ก็มี high risk ที่กระสุนจะด้านได้ด้วย


          ผลในระยะยาวเป็นอย่างไร คงจะมีโอกาสนำมาเล่าต่อ

 

วิจารณ์ พานิช
๒๑ พ.ค. ๕๒