วันนี้ปิตินะ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เหนือความคาดหวังและคาดฝัน...กระบวนการ R2R ที่ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้นั่งมองการดำเนิน และคนหน้างาน R2R ได้ลุกขึ้นมาช่วยเหลือกันและกันด้วยหัวใจแห่งความเป็นกัลยาณมิตร ช่วยกันคิดช่วยกันมองหน้างานของกันและกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายคือ งานประจำที่ทำได้เกิดการพัฒนา
กระบวนการ R2R วันนี้เรามานั่งทบทวนการความก้าวหน้าแห่งการงาน มีตกหล่นตรงไหน มีประเด็นใดควรเพิ่มเติม ... และบรรยากาศของการเรียนรู้ได้เกิดขึ้น โดยไม่ได้กระตุ้น แต่เกิดเป็นการต่อยอดความรู้
พี่ปุ๋ม-จุฬาภรณ์ ได้เริ่มแบ่งปันความรู้ ที่ได้เกิดขึ้นกับตัวเองให้กับน้องๆ ... น้องวานกับพี่จิ๋มช่วยกันมองงาน จากนั้นบรรยากาศของกระบวนการก็เริ่ม Run กันต่อได้เอง
เมื่อเช้าก่อนมาถึงอันเป็นการเดินทางจากขอนแก่นมาที่ยโสธร ข้าพเจ้าได้พูดโทรศัพท์กับน้องโย๋ว่า "กระบวนการที่ยั่งยืนต้องไม่ผูกขาดที่พี่ จะมีพี่หรือไม่มีพี่ กระบวนการ R2R จะดำเนินต่อไปได้ ภายใต้เครื่องมือที่เรียกว่าการจัดการความรู้... ให้ดำเนินการด้วยใจที่เป็นอิสระ ศรัทธา และให้อย่างแท้จริง ไม่แม้แต่จะต้องคาดหวังว่าจะได้อะไรกลับมา หากแต่ขอให้เต็มที่กับสิ่งและภารกิจที่เราทำ"
ขณะที่ทำภารกิจที่โรงพยาบาลยโสธร ขณะเดียวกันเดินทางสู่มุมเมืองต่างๆ ในประเทศไทยตลอดระยะ อันเป็นภารกิจที่ทำมาสม่ำเสมอตั้งแต่ข้าพเจ้าได้เริ่มเข้าสู่การเรียนรู้ในสาขาจิตวิทยาให้คำปรึกษา(ปี 2540) มีงานมากมายที่อาจารย์/ครูของข้าพเจ้าได้สอนและให้โอกาสให้ได้เรียนรู้ชีวิตการทำงานต่างๆ จนมาถึงกระแสแห่งการขับเคลื่อนการจัดการความรู้ได้เกิดขึ้น กรอปกับการเรียนรู้ที่เกิดภายในตนเอง จึงได้น้อมลงและถอดบทเรียนสำหรับตนเอง ทำให้ได้มองเห็น "ความที่ปรากฏมากมาย" ในชีวิต
สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้...ลาภยศสรรเสริญ ชื่อเสียง เงินทอง และเกียรติยศ ไม่สามารถนำพาไปสู่ความยั่งยืนได้และไม่ใช่อำนาจที่แท้จริงต่อการดำรงชีวิต หลายๆ คนที่เดินผ่านเข้ามาในชีวิตได้ส่งผลให้ข้าพเจ้าได้เกิดการเรียนรู้ ทำให้เห็นปรากฏการณ์แห่งการติดกับดักตนเอง กับดักที่ทำให้ความงดงามแห่งวิถี แปรเปลี่ยนไป เพราะหลงไปในความอยากต่างๆ ข้าพเจ้าได้แต่มองอย่างใคร่ครวญและน้อมบุคคลต่างๆ นั้นเป็นครูแห่งบทเรียนที่สอนให้ข้าพเจ้ามองเห็นและเข้าใจมากขึ้นต่อเรื่องอุปสรรคแห่งการรู้แจ้งทางปัญญาที่ผู้คนมักไปติดกับดัก...ที่ว่า

กับดักเหล่านี้ทำให้ตัวแห่งบุคคลไปติดและไปหลงอยู่สภาวะบางสภาวะ...
เป็นต้นว่า...การติดกับดักของตา หู จมูก ลิ้น กายใจ และสิ่งที่มาตกกระทบมันคือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และสิ่งที่ใจคิดนึก หรือการตกเป็นทาสของตัณหาและความโลภ ซึ่งเป็นเครื่องบั่นทอนกำลัง ความห่วงกังวลในการตอบสนองความอยากของตนเองเท่านั้น มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ ชื่อเสียงเกียรติยศให้แก่ตนเอง มิรู้จักพอ โดยลืมจุดมุ่งหมายแห่งการเกิด ดำรงอยู่และความตาย...ในมิติที่เป็น "มนุษย์"
หรือสภาวะการหลงทาง มัวข้องแวะอยู่กับโลกียะชน การหลงเพลิดเพลินกับตัณหา 5 ประการ คือ อาหารเลิศรส กาม เงินทอง ชื่อเสียง และการนอน ต่างๆ เหล่านี้ ต่างล้วนทำให้กระบวนการขัดเกลาทางจิตใจที่หมองมัวนี้ให้ปภัสสรได้ยาก...
กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการเดินทางของชีวิต
ทำให้ข้าพเจ้าได้มองเห็นและเกิดเป็นปรากฏการณ์ตัวรู้ที่ว่า "กะปุ๋มเอ๋ยเธออย่าได้เป็นผู้ผูกขาดความรู้ แต่เธอจงน้อมลงและทำหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้คนได้เกิดการเรียนรู้"
กระบวนการ R2R ของข้าพเจ้า...จึงเป็นเพียงผู้สนับสนุน กระตุ้น และส่งเสริมให้คนหน้างานได้เกิดปรากฏการณ์แห่งการน้อมนำให้เกิดเป็นบุคคลผู้มีการนำทักษะ หรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า "วิจัย" มาใช้ในการดำเนินชีวิตแห่งการงาน
สนับสนุนให้เกิดการมองปัญหาหน้างานเป็น ค้นหาสาเหตุแห่งการเกิดปัญหาหน้างานนั้นได้ ถึงจะสามารถเชื่อมโยงกระบวนการแก้ไข และการน้อมลงถอดบทเรียนต่อกระบวนการแก้ปัญหานั้น ข้าพเจ้าไม่ค่อยถนัดที่จะไปสอนวิจัยและเร่งให้เกิดการผลิตงานวิจัย... แต่ด้วยใจที่ปรารถนานี้ เพียงอยากให้ผู้คนได้ลุกขึ้นมาใช้กระบวนการทางปัญญา ...ที่มีอยู่อันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มา ได้ถูกใช้อย่างเต็มศักยภาพ...
วันนี้...เป็นภาพที่ปรากฏและทำให้มองเห็น
ใจประสานใจ...ที่เชื่อมโยงมาจาก "เหตุปัจจัย" ที่ข้าพเจ้าได้น้อมลงถักทอด้วยใจเบาเบา ขณะที่ยังมีลมหายใจเข้าและออกนี้
สวัสดีครับคุณ กะปุ่ม ไม่ผูกขาดแล้ว อย่ายึดถือด้วยครับท่าน
น้อมใจ "ศรัทธา"...ด้วยใจที่นอบน้อมและแบ่งปันค่ะ
ขอบคุณท่าน วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei-- ที่มาต่อเติมต่อยอดสายธารแห่งการก้าวไปสู่ทางปัญญา...และการบ่มเพาะ