... คนอังกฤษชอบใช้น้ำยาบ้วนปาก... บริษัทวิจัยการตลาด IRI รายงานว่า ปี 2551 ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 10% สวนกับเศรษฐกิจตกต่ำ วารสารทันตกรรมออสเตรเลีย(Dental J Australia) ฉบับเดือนมกราคม 2552 รายงานว่า น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์เพิ่มเสี่ยงมะเร็ง ... ศาสตราจารย์ไมเคิล แมคคัลลัฟ (Michael McCullough) จากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ออสเตรเลียกล่าวว่า แอลกอฮอล์ที่กินหรืออมไว้ในปากนานๆ จะถูกเอนไซม์หรือน้ำย่อย เปลี่ยนเป็นอะเซทาลดีไฮด์ (acetaldehyde) ... ชื่ออะเซทาลดีไฮด์ฟังดูไม่คุ้นหู แต่ถ้าดูดีๆ เจ้านี่มีชื่อคล้ายฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde; สังเกตที่ชื่อจะลงท้ายด้วย '-aldehyde' เหมือน acetaldehyde) ซึ่งใช้เป็นยาดองศพ พูดง่ายๆ คือ ถ้ายาดองศพเป็นพี่ เจ้านี่ก็เป็นน้องนั่นเอง ... ปัญหาคือ อะเซทาลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogen) ต่างกันตรงที่ว่า ถ้ากินเหล้าเข้าไปกระบวนการเกิดสารก่อมะเร็งจะเกิดมากที่สุดในตับ แต่ถ้าอมแอลกอฮอล์ไว้ในปากนานๆ กระบวนการนี้จะเกิดที่เยื่อบุช่องปาก อาจารย์แมคคัลลัฟแนะนำว่า ถ้าจะใช้ก็ควรใช้ระยะสั้นๆ เช่น 3-7 วัน ฯลฯ ไม่ควรใช้เป็นประจำ ... แอลกอฮอล์ในน้ำยาบ้วนปากทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายสารเคมีที่ใช้แต่งกลิ่นหรือฆ่าเชื้อ น้ำยาบ้วนปากบางยี่ห้อในออสเตรเลีย เช่น ลิสเตอรีน ฯลฯ มีแอลกอฮอล์มากจนถึง 26.9% สูงกว่าไวน์ (12%) เป็น 2.24 เท่า ... อ.ทพ.ดร.ฟิลิพ สเทมเมอร์ (Philip Stemmer) แห่งศูนย์ลมหายใจสดชื่น (Fresh Breath Centre; fresh = สดชื่น; breath = ลมหายใจ; centre = center = ศูนย์กลาง; รวมความหมาย = ศูนย์กำจัดกลิ่นปาก) ลอนดอนกล่าวว่า ความเสี่ยงจากแอลกอฮอล์ในช่องปากและลำคออาจจะสูงกว่าเหล้า ... กลไกที่อาจทำให้น้ำยาบ้วนปากอันตรายกว่าเหล้า (สำหรับช่องปาก) ได้แก่ ... แอลกอฮอล์... ไม่ว่าจะในเหล้าหรือน้ำยาบ้วนปาก มีฤทธิ์ทำให้ปากแห้ง คอแห้ง และทำให้ลมหายใจเหม็น หรือมีกลิ่นปากมากขึ้น ภาวะปากแห้งจะทำให้โอกาสที่ของเหลว เช่น น้ำลาย ฯลฯ จะช่วยชะล้างเชื้อโรค แล้วกลืนลงไปในทางเดินอาหารลดลง ทำให้เชื้อโรคในช่องปากเพิ่มมากขึ้น ... ข่าวดีคือ มีน้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์จำหน่ายแล้ว ซึ่งดูจากป้ายได้ดังต่อไปนี้ ... อ.ดร.เคต โคเฮน (Keith Cohen) ผู้อำนวยการคลินิกเดนเทกเซล (Dentexel) ถนนฮาร์เลย์กล่าวว่า วิธีป้องกันกลิ่นปากที่ดีได้แก่ ... นอกจากนั้นควรดื่มน้ำให้มากพอเป็นประจำ โดยดูจากปัสสาวะ... ถ้าปัสสาวะถี่เกินกว่าชั่วโมงละ 1 ครั้งอาจเป็นผลจากการดื่มน้ำมากเกินไป ถ้าปัสสาวะน้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อ 1 ครั้งน่าจะเป็นผลจากการดื่มน้ำน้อยเกินไป ... การดื่มน้ำน้อยทำให้น้ำลายข้น หนืด เหนียว และมีปริมาณลดลง ผลคือ การชำระล้างช่องปากทำได้ดีน้อยลง วิธีที่จะช่วยให้ช่องปากสะอาด สดชื่นได้โดยไม่ต้องเปลืองค่าน้ำยาบ้วนปากได้แก่ ... ถ้าทำทุกวิธีแล้ว... ปัญหากลิ่นปากยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาอาจารย์หมอฟัน หมอใกล้บ้าน หรืออาจารย์หมอระบบทางเดินอาหาร เพื่อหาสาเหตุต่อไป ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ... ที่มา

> 26 พฤษภาคม 2552.
(1). ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แนะนำให้อม หรือกลั้ว (gargle) ในช่องปากไว้อย่างน้อย 30 วินาที นานกว่าการจิบ (sip) ทำให้เวลาการสัมผัส (contact time) นานกว่า
(2). คนส่วนใหญ่ดื่มไม่เกินวันละ 1 ช่วง แต่บ้วนปากวันละ 2-3 ครั้ง ทำให้ความถี่ (frequency) ของการสัมผัสมากกว่า
(1). 'alcohol-free' = ไม่มีแอลกอฮอล์
(2). 'water-based' = สูตรน้ำ
(1). การแปรงฟันให้ถูกวิธี แปรงเบาๆ ด้วยขนแปรงอ่อนหรืออ่อนมาก ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
(2). ใช้ไหมขัดฟัน (dental floss)
(3). ไม่สูบบุหรี่
(4). ลดการกินเครื่องเทศ หรืออาหารที่ทำให้กลิ่นตัวแรง เช่น กระเทียม ฯลฯ เนื่องจากอาจทำให้กลิ่นปากแรงไปด้วย
(5). แปรงลิ้นเบาๆ
(6). ตรวจช่องปากกับอาจารย์หมอฟันทุกๆ 6-12 เดือน
(1). ทำน้ำยาบ้วนปากจากน้ำเกลือ โดยใช้เกลืออนามัยหรือเกลือผง 1 ช้อนชาใส่ในน้ำ 1/2 แก้ว อมไว้ในปาก 30 วินาที วันละ 1-2 ครั้ง ถ้าต้องการให้น้ำเกลือมีกลิ่นหอมสดชื่น ให้เติมยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากันก่อนใช้
(2). อย่านั่งนานเกิน 1-2 ชั่วโมง ให้ลุกไปบ้วนปากทุกๆ 1-2 ชั่วโมง
(3). บ้วนปากแล้ว ให้เดินไปมาอีก 5 นาที หรือเดินขึ้นลงบันได 1-2 ชั้นทุกครั้ง... การบ้วนปากทำให้ช่องปากสะอาด ส่วนการออกกำลังบ่อยๆ ป้องกันเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้สุขภาพช่องปากไม่ค่อยดี
(4). จิบน้ำเปล่าทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อช่วยชำระล้างช่องปาก
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>