แมลงมันจูเนียร์ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเรื่อง มาลาเรียภัยมืดที่โลกลืม ที่เขียนโดยคุณยงยุทธ ยุทธวงศ์และคณะ  ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ   ได้อ่านในหัวข้อ ป่า บ้าน ยุงและคน- ปัญหามาลาเรียระดับสิ่งแวดล้อม   ในรายละเอียดกล่าวถึงหนังสือ  Silent Spring "ฤดูใบไม้ผลิที่เงียบเหงา" ของผู้เขียน ราเชล คาร์สัน  กล่าวถึงผลกระทบของการใช้สารเคมีต่อสิ่งแวดล้อมโลก  โดยเฉพาะปัญหาการใช้ ดีดีที ในการควบคุมยุงพาหะนำไข้มาลาเรีย ว่าเป็นบทเรียนราคาแพง พราะ ดีดีที เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์สูงในการกำจัดยุงและแมลง การใช้อย่างต่อเนื่องหลายๆ ปี ทำให้ยุงมีพฤติกรรมดื้อและต่อต้านสารเคมี  ปัญหาที่สำคัญคือ ดีดีที มีฤทธิ์ตกค้างในสภาพแวดล้อม เพราะเป็นสารที่มีความอยู่ตัวสูงสลายตัวได้ยาก สามารถสลายตัวได้ดีในไขมัน โดยจะเข้าไปสะสมในเนื้อเยื่อที่มีไขมันสูงของสัตว์ต่างๆ   โดยในธรรมชาติสัตว์และพืชมีความเชื่อมโยงกันโดยห่วงโซ่และสายใยของอาหาร กล่าวคือมีการกินกันเป็นทอดๆ  เช่น นก ซึ่งอยู่ปลายห่วงโซ่และสายใย โดยกินแมลงและสัตว์อื่น (ที่อาจมีสารดีดีทีสะสมอยู่ในร่างกายแล้ว) มีผลทำให้เปลือกไข่นกเปราะบาง จนไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวได้    จากข้อความที่กล่าวจะเห็นได้ว่า เมื่อไข่ฟักไม่ได้ จำนวนนกในธรรมชาติก็ต้องลดลง ห่วงโซ่อาหารจะมีการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติจะไม่มีความสมดุลย์ดังเดิม    ถึงแม้ ดีดีที จะเป็นสารเคมีที่ได้ถูกยกเลิกในการใช้มานานหลายปีแล้ว แต่สารเคมีชนิดอื่นๆ ที่ใช้ในปัจจุบันก็มิใช่จะเป็นทางออกที่ดีในการควบคุมไข้มาลาเรียได้ดี การควบคุมไข้มาลาเรียให้ได้ดีและยั่งยืน พึ่งควบคุมที่พฤติกรรมของบุคคลแต่ละคนมากกว่า ให้ทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้ตนเองถูกยุงก้นปล่องกัด  คือการตัดวงจรชีวิตเชื้อไม่ให้มีการผ่านเข้าสู่ตัวคนและพัฒนาเป็นเชื้อระยะติดต่อและก่อโรคต่อคนได้