ถ้านายแทะอ่าวจอ ไม่มีเลข 13 หลัก ประเด็นเรื่องขอแจ้งการเกิดและรับสูติบัตร ได้คงจะไม่มีปัญหา แต่อาจจะมีปัญหาต่อไปตามพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 มาตรา 13(5)

ทีมวิจัยโครงการ สถานะและปัญหาของทายาทรุ่นที่ 2 ของผู้ย้ายถิ่นจากประเทศพม่าของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพิ่งเดินทางจากจังหวัดระนองไป ทิ้งคำถามให้ไว้สำหรับผมที่ปรารถนาจะให้มีการวิจัยเกี่ยวกับทายาทรุ่นที่ 2 ทั้งระบบในสายของสังคมศาสตร์ มาโดยตลอด

 

เริ่มจากเรื่องราวของแทะอ่าวจอที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เป็นทายาทรุ่นที่ 2 โดยแท้ มีพยานหลักฐานอ้างอิงตามที่ท่านเห็นคือ หนังสือรับรองการเกิด ท.ร.1/1 จากโรงพยาบาลระนอง ตั้งแต่เมื่อ 16 ปีที่แล้ว

21 มกราคม 2552

            เขามาพร้อมกับมารดา มาขอความช่วยเหลือเพื่อให้ด.ช.แทะอ่าวจอ ได้ไปขอบัตรสีชมพู (ใบอนุญาตแรงงาน) เนื่องจากว่าในท.ร.38/1 พ่อแจ้งวันเกิดของลูกเป็น 21 มิถุนายน 2540  ทำให้ลูกอายุไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์ ไม่สามารถขอใบอนุญาตทำงาน ทำให้ลูกต้องถูกตำรวจจับซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ผมก็ถามว่าจะแก้วันเดือนปีเกิดของลูกเป็นวันที่เท่าไร แล้วมีหลักฐานอะไรไหม ที่จะบอกว่าลูกเกิดวันเดือนปีนั้นจริง

 

แม่ของแทะอ่าวจอก็หยิบท.ร.1/1

 

ซึ่งไปขอมาจากโรงพยาบาลระนองมาใหม่สด ๆ ร้อน ๆ ให้ผมดู ผมก็ซักกระทั่งนายตินเซน-พ่อของแทะอ่าวจอเสียงแตกพล่า ผมจึงรู้ว่าที่แจ้งผิดไปเพราะกลัวเจ้าหน้าที่เลยไม่สามารถที่จะแปลวันเดือนปีเกิดของลูกที่จำเป็นภาษาพม่า ออกมาเป็นปีพุทธศักราชได้อย่างแม่นยำ เลยทำให้แจ้งวันเกิดลูกผิดไป นอกจากนี้ในท.ร.1/1 ชื่อพ่อแม่ก็ผิดไปจากหลักฐานปัจจุบัน (บัตรสีชมพู)

 

            พวกเขาก็หยิบใบอนุญาตทำงานฉบับนี้

 

และฉบับสีชมพู 00 ให้ผมดูปรากฏว่าหน้าตาเหมือนกัน การแจ้งชื่อพ่อก็แจ้งชื่อในขณะนั้น ขณะนี้ชื่อนายชายก็เป็นชื่อตามบัตรสีชมพูคือนายตินเซน ส่วนชื่อแม่เข้าใจได้เกิดจากการฟังเสียงอักขระเพี้ยนไป

 

ผมรับปากจะช่วย แต่ว่าไม่สามารถไปแจ้งการเกิดเพื่อขอสูติบัตรได้ เนื่องจากด.ช.แทะอ่าวจอ มีเลข 13 หลักแล้ว

 

ผมก็เลยช่วยทีละขั้นตอนเริ่มจากไปที่ที่ว่าการอำเภอเมืองระนองตั้งแต่เช้า เพื่อขอแก้ไขวันเดือนปีเกิดของด.ช.แทะอ่าวจอจาก 21 มิถุนายน 2540 เป็น 18 มิถุนายน 2536 แม้จะเจออุปสรรคเนื่องจากระบบไม่ยอมให้แก้ ต้องกลับไปตั้งหลักพอช่วงบ่ายทางอำเภอก็แจ้งมาว่าแก้ได้แล้วให้ไปรับท.ร.38/1 ใหม่ จากเด็กชายแทะอ่าวจอ เลยเปลี่ยนเป็นนายแทะอ่าวจอในบัดดล

 

ปัญหาต่อมา.......................

1.เนื่องจากนายแทะอ่าวจอมีเลข 13 หลักแล้ว ไม่สามารถแจ้งการเกิดและขอสูติบัตรได้ จึงต้องขอหนังสือรับรองการเกิดตามม.20/1 ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 แทน

 

แต่ด้วยความด้อยความรู้ทางกฎหมายตามม.20/1 ที่บัญญัติว่า ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้สัญชาติไทยแก่กลุ่มบุคคลใด หรือให้กลุ่มบุคคลใดแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ หรือกรณีมีเหตุจำเป็นอื่น และบุคคลดังกล่าวจำเป็นต้องมีหนังสือรับรองการเกิด ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวยื่นคำขอหนังสือรับรองการเกิดตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด

 

ผมไม่สามารถหาเหตุจำเป็นอื่นได้ เพราะการที่นายแทะอ่าวจอมีท.ร.38/1 ที่แก้ไขแล้วมีเลข 13 หลักแล้ว และมีอายุถึง 15 ปี แล้ว สามารถที่จะทำบัตรสีชมพูตามที่มาขอความช่วยเหลือจากผมได้ โดยสำนักงานจัดหางานสามารถทำเรื่องตามคำขอของนายแทะอ่าวจอได้ เหตุจำเป็นนั้นจึงหมดไป

 

นี่ถ้านายแทะอ่าวจอ ไม่มีเลข 13 หลัก ประเด็นเรื่องขอแจ้งการเกิดและรับสูติบัตร ได้คงจะไม่มีปัญหา แต่อาจจะมีปัญหาต่อไปตามพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 มาตรา 13(5) เกิดในราชอาณาจักรแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ

เพราะวรรค 2 บัญญัติว่า ประกาศตามวรรคหนึ่ง คณะรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดไว้ด้วยก็ได้

วรรคสุดท้าย บัญญัติว่า การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามวิธีที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

            ซึ่งบัดนี้ประกาศและกฎกระทรวงก็ยังไม่มี นายแทะอ่าวจอเลยรอดไปไม่เจอสภาวะลำบากอย่างนี้ แต่รายอื่นละ ผมจะมานำเสนอต่อไป และ วันที่ 6 มิถุนายน 2552 ผมอาจได้คำตอบที่ไม่ยากเกินกว่าจะช่วยเหลือ กลับบ้านไปอย่างมีความสุข