การทำงานบนความไม่รู้ทำให้เกิดความรู้สึกคับข้องเพราะเราเองต่างหากที่สับสนต่อการตัดสินใจลอง แล้วเมื่อกล้าตัดสินใจลองแล้ว กลับได้รู้ว่าไอ้ที่กลัวทำไม่ได้นะมันคิดไปเองทั้งนั้นเลย นี่หากว่าไม่ลองก็ไม่รู้นะว่า ทำไม่ได้กับทำไม่ดีเท่าที่วาดฝันไว้นั้น มันไม่ใช่เรื่องเดียวกันอย่างที่คิดหรอกนะ

หลังจากตกลงกันเรื่องวันนัดหมายร.พ.ต่างๆมาคุยแลกเปลี่ยนกัน เราก็ชวนกันทบทวนแผนดำเนินการของเรา โดยชวนกันย้อนทวนความคืบหน้าของงานที่รับมาในฐานะ node ก่อน แล้วเราก็พบว่าอันที่จริงงานที่รับมอบมาในฐานะ node นั้น งานหลักที่ควรได้ส่งให้กับสปอนเซอร์นะเสร็จลงแล้ว และเราก็ได้รู้ความสามารถของเราว่า ชิ้นงานที่เกิดเรายังไม่พอใจมัน เรายังงงกันอยู่กับการถอดความรู้มาใช้งาน

การที่เราไม่พอใจงานของเรานั้น เป็นความรู้สึกว่า่เราไม่พร้อมจะทำงานต่อในเรื่องการถอดขุมความรู้จากเรื่องเล่า้ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเล่าสู่กันฟัง ทั้งๆที่ตอนที่นั่งฟัง เรามีคำอุทานในใจว่า อ้อ เหรอ ดีจัง น่าสนใจ อยู่ตลอดเวลานั้น เราเข้้าใจเรื่องเล่าที่คนเขาเล่าให้ฟังอยู่หรอกนะ รู้ว่ามีความรู้ที่เราไม่รู้อยู่มากมุมเชียวแหละ แต่ไหงเมื่อจะมาถอดขุมความรู้เป็นบทเขียน เราจึงถอดมันออกมาเขียนไม่ได้ มันแปลว่าเราไม่เข้าใจวิธีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จริงๆรึเปล่า รึว่าเราด้อยความสามารถในเรื่องอื่นกันแน่หนา

ความรู้สึกของเราในตอนนั้นคืออึดอัดกับตัวเองไม่น้อย แต่แล้วในที่สุดเราก็เอาชนะความอึดอัดนี้ได้ด้วยการยอมรับกับตัวเองก่อนว่าเรายังต้องฝึกฝีมือต่อ การยอมรับนี้ทำให้เราตัดสินใจลงมือถอดขุมความรู้โดยใช้้เรื่องราวที่มีลิขิตไว้และความทรงจำที่บันทึกการได้ยินเอาไว้ในสมองของแต่ละคนมาไล่เรียงเพื่อลองฝีมือกันดูสักตั้ง ถอดกันแบบถอดความนะ การตัดสินใจลองนี้ทำให้ได้ชุดขุมความรู้มาชุดหนึ่งมาดูด้วยกันและได้ส่งต่อไปยังที่ปรึกษาใหญ่คืออาจารย์วัลลา

ในตอนที่ส่งชุดความรู้ไปให้อาจารย์วัลลานั้น ทีมเราเข้าใจกันว่าการทำงานเรื่องเอกสารเพียงแค่นี้พอแล้วสำหรับสปอนเซอร์ใหญ่  เพิ่งมารู้ในภายหลังว่าไม่ใช่หรอกนะการบ้านนะยังไม่ได้ส่งเลย  เรื่องเล่าต่างหากที่สปอนเซอร์ใหญ่ต้องการและให้ส่งผ่านด้วยการนำมาเล่าบนเว็บบล็อก G2K ซะด้วย เอาละซีต้องทำงานเพิ่มอีกแล้วไงละ ทำไมหรือก็เมื่อเราคิดว่าส่งการบ้านเรียบร้อยแล้ว เราก็ทิ้งกระดาษที่จดเรื่องเล่าบางส่วนไปแล้วซิ 

นึกแล้วเฮ้อกับความเร็วของการตัดสินใจ 5ส. บอกตัวเองว่าไม่น่าเลยๆๆๆ  แล้วก็ตั้งหลักกันใหม่ ไม่เป็นไรคนที่เล่าเรื่องให้ฟังเรารู้จักตัวทั้งสิ้น แล้วเขาก็อยู่ใกล้ๆในจังหวัดเดียวกันแค่นี้เอง ตามๆคุยๆกันใหม่เดี๋ยวก็ได้เรื่องเต็มๆมา วางใจกับเรื่องนี้แล้ว เราก็ดำเนินงานต่อด้วยการฝึกฝีมือกลั่นแก่นความรู้จากขุมความรู้ที่ได้ชุดแรกนั่นแหละ

เมื่อเริ่มจะทำงานถอดขุมความรู้เราจึงรู้ว่า้ยากสำหรับพวกเราสักหน่อยเพราะว่าไม่่มีคนที่สันทัดและเคยลงมือเองมาก่อน ตอนที่ี่เคยเห็นๆคนอื่นทำให้ดูดูเหมือนจะง่าย แต่ไหงลงมือทำแล้วยากเนอะ เมื่อศึกษา้เรื่องราวจากปฐมบทที่เคยได้ร่วมกันเรียนรู้มา เราก็พบข้อสรุปของเราว่า เหตุที่ทำให้เราทำงานยากมาจากฝีมือลิขิตแบบสรุปๆของเราด้วยนะ 

แม้ว่าจะรู้สึกว่ายาก แต่เราก็ลองลงมือทำนะ สกัดแก่นความรู้ออกมาไล่เรียงเป็นตารางอิสรภาพ ได้ตารางออกมาเป็นของเราหนึ่งชุด แล้วลองหาตารางอิสรภาพของคนอื่นมาเปรียบเทียบเพื่อทำความเข้าใจการใช้งาน เปรียบเทียบแล้วจึงได้ความรู้ว่า ที่แท้เจ้าตารางนี้มีประโยชน์ในการใช้วัดประเมินตนเองได้แม่นแท้ แถมยังใช้เพื่อวางเป้าหมายที่จะขยับเดินต่อไปในการพัฒนางานอย่างเข้าใจ ตอนที่ลองนำตารางมาใช้งานไม่ได้คิดในแง่การเปรียบเทียบภาพรวม

เมื่อลองลงมือทำตารางอิสรภาพ ดีใจที่เจอจุดอ่อนเรื่องการลิขิต นี่ไงจุดอ่อนจุดที่จะมีโอกาสพัฒนาฝีมืออีกครั้งในโอกาสที่จะทำงานกับทีมร.พ.ต่างจังหวัด  รับรู้แล้ว็เตรียมตัวไว้ให้พร้อมสำหรับการทำงานเมื่อวันพบกันมาถึง

พูดถึงตารางอิสรภาพแล้วทำให้นึกย้อนไปเรื่องการใช้สำหรับประเมินภาพรวม  จึงนึกขึ้นมาได้ว่า ตารางอิสรภาพที่จัดทำขึ้นนี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบระหว่างร.พ.ด้วย เปรียบเทียบแล้วจะได้ชุดข้อมูลที่ทำให้ร.พ.ต่างๆได้รู้ว่าเพื่อนที่จะช่วยแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องที่อยากรู้นั้นอยู่กันที่แห่งหนใดกันบ้าง รวมทั้งรู้ไปถึงว่าใครจะช่วยเรื่องอะไรได้บ้างอีกด้วย  ซึ่งสามารถที่จะทำให้เกิดชุดข้อมูลนี้ขึ้นมาได้โดยใช้โปรแกรมธารปัญญานี้เอง  อืม เริ่มเข้าใจแล้วละว่า ในการเปิดตลาดนัดภาคใต้คราวนี้ ทีมเรามีหน้าที่ทำให้เกิดตารางอิสรภาพของกลุ่มร.พ.ภาคใต้แฝงอยู่ด้วยนะ  

ความเข้าใจต่อบทบาทต่อตารางอิสรภาพที่เกิดขึ้นใหม่นี้ ทำให้ทีมเราตัดสินใจว่าเราน่าจะได้คุยกับร.พ.ต่างจังหวัดชวนลองใช้ตารางอิสรภาพที่เราทำขึ้นของเราเองกันดูสักรอบถ้าจะดี