เพียงแค่การเดินทางไปยังนครพนม จากการขึ้นรถกลางทาง จึงต้องจ่ายค่าโดยสารบนรถ (ไม่ได้ซื้อตั๋วที่สถานีขนส่ง) เพียงเท่านี้ ก็ได้ข้อสังเกตเพื่อการเรียนรู้แล้วหรือ??

ท่านที่มีรถส่วนตัวขับ คงไม่ต้องลำบากที่จะต้อง รอขึ้นรถ ไม่ต้องควักเงินจ่ายค่ารถโดยสารอยู่แล้ว

ส่วนใหญ่ คนเก็บเงินจะถามว่า จะไปลงที่ไหน และบอกราคาค่าโดยสาร เราก็หยิบเงินจ่ายให้ไป เท่านั้นจบ

บางคัน จะมีตั๋วรถโดยสารฉีกให้บนรถ ให้เก็บไว้ บางคัน จะมีคนมาตรวจตั๋ว  บางคันมาเก็บตั๋ว เพื่อเอาไปเบิกเงินค่าส่วนแบ่งจากบริษัท

แต่บนรถโดยสารปรับอากาศสายขอนแก่น นครพนม  ที่นายบอนขึ้นจากกาฬสินธุ์ เพื่อไปลงที่นครพนม กับค่าโดยสาร 169 บาท เมื่อปลายเดือน เม.ย.2549 คนขายตั๋ว จะฉีกตั๋วให้หลายใบ เพราะตั๋วแต่ละใบจะพิมพ์ราคาไว้แล้ว

เค้าฉีกตั๋วให้หลายใบ ดูแล้วชักสนุกเหมือนกัน 169 บาทเค้าฉีกตั๋ว 50 บาท = 3 ใบ , ตั๋ว 10 บาท 1 ใบ, ตั๋ว 5 บาท 1 ใบ  ตั๋ว 2 บาท = 2 ใบ รวมแล้ว 7 ใบ แล้วหยิบสแต็ปเปิ้ลเย็บตั๋วแล้วส่งให้ ... โห สุดๆ...

รถโดยสารวันนั้น คนแน่นพอสมควร มีคนที่ยืนบนรถหลายคน เพราะที่นั่งไม่พอ หลังจากที่เค้าขายตั๋วให้นายบอน แล้วก็เดินไปขายตัวให้คนต่อๆไป แล้วก็มีเสียงฉีกตั๋วหลายครั้ง

พอรถมาถึงสกลนคร ผู้โดยสารหลายคนลงจากรถ คนขายตั๋วก็เดินไปทั่วรถ บอกให้คนที่จะไปลงที่นครพนม เตรียมตั๋วไว้ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ของบริษัทเชิงชุมเดินรถ จะมาเก็บตัวที่เย็บไว้หลายใบนั้น

ขากลับ นายบอนขึ้นรถโดยสารธรรมดา จากนครพนม มาลงที่ กาฬสินธุ์ คนขายตั๋ว ฉีกหางตั๋วใบเดียว เขียนเบอร์รถ ราคา แล้วยื่นส่งให้ เสร็จแล้วครับ ไม่ต้องฉีกตั๋วหลายครั้ง

ข้อสังเกตจากรถโดยสารสายขอนแก่น - มหาสารคาม คนขายตั๋วก็พิมพ์ตั๋วไว้หลายสี หลายราคา แต่เค้าจะขายตั๋วให้ใบเดียว ตามปลายทางที่จะไปลง แต่จะพิมพ์ตั๋วหลายสี เพื่อให้แยกได้ง่าย

แต่สายนครพนม ฉีกให้ตั้งหลายใบ อาจจะเพื่อการตรวจสอบ เช็คยอดขาย ตามระบบของเค้า  แต่สิ่งที่พบ ก็เป็นข้อสังเกตเพื่อการเรียนรู้อย่างหนึ่งเหมือนกันนะครับ