ความจริงแล้ว มหาวิทยาลัยต่างๆจะมีสมาคมศิษย์เก่าอยู่แล้ว ซึ่งก็สามารถที่จะรวบรวมอดีตนิสิตได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่ชอบติดตามข่าวคราว ความเคลื่อนไหว ของสถาบันเดิมอยู่เสมอๆ

บางท่าน ยังคงติดต่อกับสถาบัน กับทางคณะอยู่เรื่อยๆ

ศิษย์เก่าของ มมส. ที่มีอยู่มากมาย โดยเฉพาะ นิสิตภาคพิเศษ ที่เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เมื่อเรียนจบแล้ว ชีวิตในแต่ละวันก็ยุ่งอยู่กับงาน และการหาเลี้ยงชีพของตนต่อไป เมื่อมีโอกาสได้เจออดีตนิสิตภาคพิเศษเหล่านี้ หลายท่านยังคงอยากที่จะกลับมาพบเจอเพื่อนเก่าๆ บรรยากาศเก่าๆ เช่นกัน

แล้วทำไมไม่ติดต่อกับสมาคมศิษย์เก่าล่ะ ทั้งการร่วมงาน ร่วมกิจกรรมต่างๆ

เวลาที่มีการจัดงานคืนสู่เย้า รวมศิษย์เก่าต่างๆ หลายคนก็รู้ว่ามีงาน แต่ไม่อยากไป เพราะไม่รู้จะไปทำไม

เพราะศิษย์เก่ามีหลายรุ่น ไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอเพื่อนสนิทของตัวเองรึเปล่า เลยไม่ได้ไปสักที ถ้าจะเจอกัน นัดหมายกลุ่มเพื่อนสนิทกันไม่กี่คน แบบนั้นน่าจะดีกว่า

ศิษย์ก่าของ มมส. หรือ สถาบันอื่น ถ้ามีการเชื่อมต่อกันได้ จะเป็นสิ่งที่มีความหมายมากมายทีเดียว แต่เพราะไม่มีคนที่จะเชื่อมต่อกันได้ เมื่อเรียนจบ ต่างคนต่างแยกย้าย ไปตามทางของตัว

ตอนที่เรียนด้วยกัน มีการทำหนังสือรุ่น มีที่อยู่ เบอร์โทร เบอร์อีเมล์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป 3-4 ปี ที่อยู่เปลี่ยน เบอร์โทรเปลี่ยนเบอร์ตามโปรโมชั่นใหม่ แม้แต่คนที่สามารถติดต่อได้ เขายังเปลี่ยนเบอร์มือถือใหม่แล้ว 3-4 ครั้ง ก็ต้อง memory เบอร์ใหม่ อีกหลายรอบ  ส่วนคนที่ไม่ได้ติดต่อกัน ก็จะขาดหายกันไปเลย

เคยได้คุยได้ปรึกษาหารือกับศิษย์เก่าหลายคน มีแนวความคิดที่ว่า อยากจะทำโครงการดีๆ เพื่อสังคมบ้าง เพื่อเป็นผลงานของศิษย์ในรุ่นนั้นบ้าง เช่น การบริจาคเพื่อการกุศล หรือทำสิ่งที่ดีๆร่วมกัน แต่สิ่งเหล่านี้ ขาดการเชื่อมโยงในรุ่น ทำให้แนวคิดที่ดีๆ ค่อยๆหล่นหายไปตามกาลเวลา

ก็ได้แต่เสียดายพลังความคิดในส่วนนี้เช่นกัน เพราะศิษย์เก่าที่จบออกไปแล้ว มีมากมายหลายรุ่น คนที่จะสามารถเชื่อมต่อได้ ก็ไม่มีเวลาสานต่อในส่วนนี้ พลังที่ซ่อนอยู่ในส่วนนี้ จึงค่อยๆมลายหายไป